ทฤษฎีบันได 9 ขั้น สู่ความพอเพียง ศาสตร์พระราชา ความสุขอย่างยั่งยืน
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 พ.ค. 2568 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 11.27 น. • The Bangkok Insightทฤษฎีบันได 9 ขั้นสู่ความพอเพียง ศาสตร์พระราชา ความสุขอย่างยั่งยืน เรียนรู้เพื่อรอดชีวิตได้ในทุกๆ สถานการณ์
สัปดาห์นี้เรามาสานต่อบันได9ขั้นเริ่มเพื่อรอดกันต่อค่ะ บันไดขั้นที่ 1-4 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน
ขั้นที่ 1 พอกิน
พื้นฐานสำคัญของมนุษย์ คือปัจจัย 4 สิ่งที่สำคัญที่สุดของปัจจัย 4 คือ อาหาร“เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาสิของจริงเราต้องเริ่มจากการอยู่ให้ได้โดยไม่ใช้เงิน มีอาหารพอมี พอกิน ด้วยการปลูกพืช ผัก ผลไม้ ให้พอกิน
หัวใจสำคัญของการ “พอกิน” ยังมีความหมายรวมไปถึงความปลอดภัยในอาหารที่รับประทานเข้าไปโดยการทำการเพาะปลูกแบบออแกนิคปลอดสารพิษ เพื่อการกินอย่างมีคุณภาพเพื่อให้มีสุขภาพดี ไม่สะสมเอาความเจ็บไข้ได้ป่วยไว้ในร่างกาย นี่คือความหมายของบันไดขั้นที่ 1 ที่เราต้องก้าวข้ามให้ได้
ขั้นที่ 2-4 พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น
สามสิ่งนี้ เกิดขึ้นได้พร้อมกัน ด้วยคำตอบเดียวคือ “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ป่า 3 อย่างคือ
- ป่าไม้ใช้สอย คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
- ป่าไม้กินได้ คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
- ป่าไม้เศรษฐกิจ คือ ไม้ที่ปลูกไว้ขาย หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก
ส่วนประโยชน์ 4 อย่างคือ
- ป่าไม้ใช้สอย เช่น นำมาสร้างบ้าน ทำเล้าเป็ด เล้าไก่ ด้ามจอบเสียม ทำหัตถกรรม หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
- ป่าไม้กินได้ เป็นอาหาร ทั้งพืชกินใบ กินผล กินหัว และเป็นยาสมุนไพร
- ป่าไม้เศรษฐกิจ เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้
- ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้นสู่สวนเกษตรกรรม
ซึ่งป่า 3 อย่างจะให้ทั้ง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม สมุนไพรสำหรับรักษาโรค ทั้งโรคคน โรคพืช โรคสัตว์ ให้ไม้สำหรับทำบ้านพักที่อยู่อาศัย และให้ความร่มเย็นกับบ้าน กับชุมชน กับโลกใบนี้ ซึ่งเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาได้ทั้งปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากร ปัญหาความขาดแคลนน้ำ ภัยแล้ง ทั้งหมดล้วนแก้ไขได้จากแนวคิดป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่างนี้เอง
บันไดขั้นที่ 5-9 คือ เศรษฐกิจพอเพียงขั้นก้าวหน้า
ขั้นที่ 5-6 บุญและทาน
สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการแบ่งปันชอบทำบุญทำทาน การให้ทาน เป็นการฝึกจิตใจ ให้ละซึ่งความโลภ เหมือนดังคำพูดที่ว่าการให้ไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งให้ยิ่งรับ คนไทยส่วนใหญ่ เชื่อมั่นในความดี เชื่อว่าการทำดีย่อมได้ผลแห่งกรรมดีและจะส่งผลกลับมาเป็นเพื่อน เป็นกัลยาณมิตร เป็นเครือข่ายที่ช่วยเหลือกันในทุกๆสถานการณ์ แม้ในวันที่โลกนี้ประสบกับวิกฤตการณ์
ขั้นที่ 7 เก็บรักษา
เมื่อพึ่งตนเองได้แล้ว มาถึงขั้นตอนของการเก็บรักษาพอมี พอเหลือ พอทำบุญ ทำทานแล้ว เราต้องรู้จักการเก็บรักษา ซึ่งเป็นการตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และการรู้จักเก็บรักษานั้น ยังเป็นการสร้างรากฐานของการเอาตัวรอดในเวลาเกิดวิกฤตการณ์ได้ โดยยึดแนวทางตามวิถีชีวิตชาวนาสมัยก่อนซึ่งเก็บรักษาข้าวไว้ในยุ้งฉางเพื่อ ให้พอมีกินข้ามปี คัดเลือกและเก็บรักษา “ข้าวพันธุ์” ไว้สำหรับเป็นพันธุ์ข้าวในปีต่อไป
นอกจากการเก็บเมล็ดพันธุ์แล้ว ยังเน้นให้รู้จักวิธีการถนอมอาหาร การสะสม อาหารไว้กินในยามหน้าแล้ง ด้วยการแปรรูปอาหารหลากชนิด อาทิปลาแห้ง มะขามเปียก พริกแห้งมะม่วงกวนฯลฯ เพื่อเก็บอาหารไว้กินในอนาคต
ขั้นที่ 8 ขาย
เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปขายได้ แต่ทำภายใต้การรู้จักตนเอง รู้จักพอประมาณ และทำไปตามลำดับขั้น โดยของที่ขาย คือ ของที่เหลือจากทุกขั้นแล้วจึงนำมาขาย เช่น ทำนาอินทรีย์ ปลูกข้าวปลอดสารเคมี ไม่ทำลายธรรมชาติ ได้ผลผลิตเก็บไว้พอกิน เก็บไว้ทำพันธุ์ ทำบุญ ทำทาน แล้วจึงนำมาขายด้วยความรู้สึกของการ “ให้” อยากที่จะให้สิ่งดีๆ ที่เราปลูกเอง เผื่อแผ่ให้กับคนอื่นๆ ได้รับสิ่งดีๆ นั้นๆ ด้วย
การค้าขายตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นการค้าที่มองกลับด้าน “เพราะรักคุณจึงอยากให้คุณได้รับในสิ่งดีๆ” พอเพียงเพื่ออุ้มชู เผื่อแผ่ แบ่งปัน ไปด้วยกัน
ขั้นที่ 9 เครือข่าย กองกำลังเกษตรโยธิน
คือการสร้างกองกำลังเกษตรโยธิน หรือการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งประเทศ เพื่อขยายผลความ สำเร็จตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิวัติแนวคิด และวิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคม ในชุมชน เพื่อการแก้ปัญหาวิกฤต 4 ประการ อันได้แก่ วิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อม ภัยธรรมชาติ วิกฤตการณ์โรคระบาดทั้งในคน สัตว์ พืช วิกฤตเศรษฐกิจ ข้าวยากหมากแพงวิกฤตความขัดแย้งทางสังคม
เมื่อเราไม่ประมาท เรียนรู้และลงมือทำ เตรียมตั้งรับ.. ทางรอดของเราจะมีมากมายนอกจากจะช่วยเหลือตนเองได้อย่างยั่งยืนแล้ว เรายังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อีกมหาศาล เริ่มวันนี้ รอดแน่นอน…
ขอขอบคุณข้อมูล
- www.arayatime.com
- www.aecth.org
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ททท. จัดเต็ม 12 แคมเปญ หนุนท่องเที่ยวฤดูฝน ปั้นรายได้ 1.17 ล้านล้าน
- สวนสัตว์ คลอง 6 คืบ คาดเปิดเข้าชมปี 2572 ปั้นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับสากล
- ไม่ใช่แค่รถไฟท่องเที่ยว! เตรียมนำ 'KIHA' รวม 20 คัน มาวิ่งบริการชานเมือง เริ่มปีนี้
ติดตามเราได้ที่