โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดบวกเล็กน้อย 137 จุด ตลาดระวังหลัง “มูดี้ส์” ลดเครดิตรัฐบาลวอชิงตัน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 01.36 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ตลาดหุ้นสหรัฐในวันจันทร์ (19 พ.ค.68) ปิดในแดนบวกแบบไม่ไว้วางใจ นักลงทุนระมัดระวังหลัง “มูดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส” (Moody’s Investors Service) ปรับลดอันดับเครดิตรัฐบาลสหรัฐฯ จากระดับ “Aaa” เหลือ “Aa1” โดยระบุถึงความเสี่ยงด้านการคลังจากภาระหนี้ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 42,792.07 จุด เพิ่มขึ้น 137.33 จุด หรือ +0.32%
  • ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 5,963.60 จุด เพิ่มขึ้น 5.22 จุด หรือ +0.088%
  • ดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 19,215.46 จุด เพิ่มขึ้น 4.63 จุด หรือ +0.023%

แม้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นแต่บรรยากาศยังคงเคร่งเครียด หลังมูดี้ส์กลายเป็นบริษัทจัดอันดับเครดิตแห่งที่ 3 ที่ส่งสัญญาณถึงปัญหาเชิงโครงสร้างด้านการคลังของสหรัฐ โดยเฉพาะหนี้ที่แตะระดับกว่า 36 ล้านล้านดอลลาร์ และการเมืองที่ยังไร้แนวโน้มเห็นพ้องเรื่องการควบคุมงบประมาณ

Greg Wilensky หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้สหรัฐ จาก Janus Henderson Investors กล่าวว่า “แม้การปรับลดอันดับเครดิตจะเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ แต่ตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงนี้ไปบ้างแล้ว และยังคงมีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ”

ด้านนักวิเคราะห์จาก Wells Fargo Investment Institute ชี้ว่า การเคลื่อนไหวของมูดี้ส์สะท้อนความกังวลระยะยาวของตลาด และอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงต้นทุนการกู้ยืมในอนาคต

ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Oppenheimer มองว่า การปรับลดอันดับเครดิตอาจกระตุ้นให้นักลงทุนพิจารณาหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและราคาน่าสนใจในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน

สำหรับตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 30 ปี แตะระดับ 5.037% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน ก่อนจะปรับลงมาปิดที่ 4.934%, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปิดที่ 4.469% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก สะท้อนความกังวลที่กดดันเงินดอลลาร์ในระยะสั้น

นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และร่างกฎหมายลดภาษีชุดใหม่ของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่า อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งภาระหนี้ในระยะยาว หากไม่ได้ควบคุมรายจ่ายควบคู่กันไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...