โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เปิดไทม์ไลน์เดือด! “กัมพูชา” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ยิงยั่วยุทหารไทยหวังยึด “ภูมะเขือ”

สยามรัฐ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 23.19 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 23.19 น.

สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงคืนวันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2568 ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2568 มีเหตุการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นหลายจุด โดยเฉพาะที่บริเวณ ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ

เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ทหารกัมพูชาได้ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งเพิ่งมีการเห็นชอบร่วมกันระหว่างสองฝ่ายที่ประเทศมาเลเซีย โดยกัมพูชาได้ใช้อาวุธปืนเล็กยิงใส่ทหารไทย พร้อมขว้างระเบิดเข้าใส่ฐานปฏิบัติการของไทย นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวบริเวณ ช่องบก ช่องอานม้า และปราสาทตาเมือนธม ซึ่งสร้างความกังวลในวงกว้าง

เวลา 23.02 น. เฟซบุ๊กเพจ “ปราชญ์ สามสี” ได้โพสต์เชิญชวนให้ประชาชนติดแฮชแท็กเพื่อส่งสัญญาณให้ มาเลเซียและสหรัฐฯ ทราบว่า กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิง พร้อมแฮชแท็ก #donaldtrump

จากนั้นเวลา 23.35 น. นาย จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบ.ทก. ยืนยันว่ามีเหตุปะทะเฉพาะที่ ภูมะเขือ เท่านั้น โดยฝ่ายไทยได้ตอบโต้และสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ช่วงก่อนเที่ยงคืน มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าโดรนของกัมพูชาโจมตีกองบิน 21 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี อย่างไรก็ตาม กองบิน 21 ได้โพสต์ข้อความชี้แจงว่า ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเท่านั้น

ในเวลา 00.20 น. วันที่ 30 กรกฎาคม สถานการณ์ที่ภูมะเขือเริ่มสงบลง เสียงปืนเงียบลง ส่วนที่ ช่องอานม้าและช่องบก ไม่มีการปะทะกัน แต่ฝ่ายกัมพูชายังมีการยิงปืนฝ่ายเดียวอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นการกระทำที่ ยั่วยุทหารไทยอย่างชัดเจน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...