‘รมช.คลัง’ โว ‘แพทองธาร’ ทำจีดีพีโตเกินร้อยละ 3 ทุกไตรมาส
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้มีการพิจารณากระทู้ถามของ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ถาม รมว.คลัง เรื่อง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่เข้าเป้า เช่น อัตราการท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลดลง จากผลกระทบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงการประเมินจีดีพีที่โตต่ำกว่าคาดการณ์ เช่นเดียวกับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้การทำโครงการของรัฐบาล ตนมองว่าเป็นโครงการระยะสั้น ตอนนี้เหมือนประเทศไทยเป็นเรือที่ฝ่าพายุ แต่เครื่องยนต์ดับทีละเครื่อง ขณะที่ผู้นำไม่รู้ว่าจะพาไปทิศทางไหน ดังนั้นควรมีเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อทำให้จีดีพีและเศรษฐกิจไทย ให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ได้รับมอบหมายจาก รมว.คลัง ชี้แจงแทนว่า ในการบริหารประเทศของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม นั้น ทำจีพีดี เกินร้อยละ 3 ทุกไตรมาส และที่ไตรมาสสอง ของปี 2568 ทำได้ดีกว่าที่คาด ดังนั้นเห็นได้ว่าตลอดการบริหาร ทำให้เศรษฐกิจโตสูงกว่าที่เคยเป็นกว่า 7-8 ปีที่ผ่านมา ขณะที่การประมาณการตัวเลขจากสถาบันทางเศรษฐกิจ เช่น สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เชื่อว่าจะปรับขึ้นอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในไม่ช้า เพราะไตรมาสสอง เป็นตัวเลขดีอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง การผลิต การบริโภค ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลที่มองไปข้างหน้าและกล้าคิด ที่แต่ก่อนไม่เคยเกิดขึ้น และไม่ใช่คิดแค่โครงการระยะสั้นเท่านั้น แต่มองไปข้างหน้า เพื่อให้ประเทศเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้ นอกจากนั้นแล้วยังดูแลเรื่องกฎหมายให้เอกชนง่ายต่อการประกอบธุรกิจ รวมถึงสร้างเครื่องยนต์ใหม่ทางเศรษฐกิจ
รมช.คลัง ชี้แจงด้วยว่า นอกจากนี้แล้ว ในส่วนเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือน มิ.ย. เติบโตขึ้น หลังจากติดลบมา 2 เดือน ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น ฟอร์มูล่าวัน แมนเมด เป็นต้น รวมถึงได้พัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานของประเทศรองรับเศรษฐกิจประเทศได้ เช่น การพัฒนาท่าเรือ จ.ภูเก็ต เพื่อเทียบเรือสำราญได้ ท่าเรือ จ.สงขลา รองรับการขนส่งสินค้ามากขึ้น ด้วยการเพิ่มเครนหน้าท่า รวมกับท่าเรือบี 1 กับ บี 2 ที่แหลมฉบัง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าได้มากขึ้น ทั้งนี้รัฐบาลพยายามจะสร้าง เพื่อให้เกิดเงินใหม่ รายได้ใหม่กับประเทศ ไม่ได้หมกหมุ่นกับเงินงบประมาณ แต่มองเงินที่ลอยในอากาศ และชิงจังหวะดูดเงินจากต่างชาติ เพื่อให้ได้เงินพัฒนาประเทศ ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ให้ประเทศไทยยืนอยู่แนวหน้าของเวทีโลก.