“จีน-ไทย” ร่วมมือการเกษตรข้ามพรมแดน ส่งเสริม “เทคโนโลยีสีเขียว”
สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองกุ้ยหยาง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า คุณชาฎาซึ่งเติบโตในพื้นที่ชนบทและเรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโทในไทยรู้สึกประทับใจ กับโมเดลที่รัฐบาลเป็นผู้ประสานงาน บริษัทเป็นผู้ออกเงินทุน มหาวิทยาลัยเป็นผู้มอบเทคโนโลยี และชาวบ้านเป็นผู้จัดสรรที่ดิน ซึ่งส่งผลให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน
ประสบการณ์ของคุณชาฎา ถือเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างจีนกับไทย ซึ่งใช้การแบ่งปันเทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้มีความรู้ความสามารถเป็นสะพานเชื่อมโยงส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนตลอดหลายปีที่ผ่านมา
คุณชาฎาเคยเดินทางมาแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งในมณฑลยูนนาน กุ้ยโจว และกวางตุ้ง ก่อนเริ่มต้นทำวิจัยหลังปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว เมื่อเดือน ธ.ค. 2566 คุณชาฎากล่าวว่า หากอยากเพิ่มพูนความรู้ การมาจีนเป็นตัวเลือกที่ดี
ณ เขตสาธิตการเกษตรเชิงนิเวศประสิทธิภาพสูงสมัยใหม่ในอำเภอหลงหลี่ ของมณฑลกุ้ยโจว เทคโนโลยีควบคุมโรงเรือนอัจฉริยะและกล้องวงจรปิดสำหรับเฝ้าติดตามแบบเรียลไทม์ ทำให้เขตสาธิตแห่งนี้ สามารถเพาะปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้สร้างความประทับใจให้แก่คุณชาฎาอย่างมาก
การแลกเปลี่ยนบุคลากรผู้มีความรู้ความสามารถได้เพิ่มพลังขับเคลื่อนความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างจีนกับไทย โดยนักศึกษาชาวไทยมาจีน พร้อมปัญหาทางการเกษตรในท้องถิ่นของตนเอง และสามารถแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ผ่านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ
เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต 15 คน เดินทางมาเยือนคณะเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยกุ้ยโจว เพื่อเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน ระยะ 2 เดือน ซึ่งประกอบด้วยการปฏิบัติงานร่วมกันในห้องปฏิบัติการ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การวิจัยภาคสนาม รวมถึงเรียนรู้เทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น การปรับปรุงพันธุ์พืช และการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี
คุณชาฎาทิ้งท้ายว่า ตั้งใจจะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากจีน กลับไปส่งเสริมการพัฒนาอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่บ้านเกิด โดยความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างสองประเทศ ไม่เพียงสร้างผลลัพธ์อันดีด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ยังบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพและผลประโยชน์ร่วมในใจของประชาชนสองประเทศด้วย.
ข้อมูล-ภาพ : XINHUA