โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลสะเทือนของลัทธิมาร์กซ์ ต่อพรรคปีกก้าวหน้า ในยุโรปตะวันตก (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 02.32 น.

บทความพิเศษ | ธเนศวร์ เจริญเมือง

ผลสะเทือนของลัทธิมาร์กซ์

ต่อพรรคปีกก้าวหน้า

ในยุโรปตะวันตก (1)

“เท่าที่ผมเข้าใจนะ เรามิได้ละทิ้งความเชื่อแบบเก่าในเรื่องเสรีภาพ, ความยุติธรรม และการช่วยเหลือตนเอง แต่ในบางเงื่อนไข คนเราช่วยตัวเองไม่ได้ รัฐจึงควรเข้าไปช่วยดูแล ก็คือรัฐที่เป็นตัวแทนโดยตรงของประชาชนทั้งมวล ในงานนี้ เราต้องมี 3 เงื่อนไขให้รัฐ คือ 1.รัฐต้องให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ 2.ต้องทำให้ได้จริง และ 3.การเข้าไปทำงานของรัฐ (State interference) จะต้องไม่ลดทอนการพึ่งพาตนเอง (self-reliance) แม้ว่างานนี้จะช่วยให้ความเลวร้ายในสังคมหมดไป แต่จะต้องไม่ลดทอนวิถีการพึ่งพาตนเอง และความร่วมมือกันแบบอาสาสมัคร (voluntary association) ที่ได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่คนอังกฤษอย่างเด็ดขาด…”

Arnold Toynbee (1852-1883) นักประวัติศาสตร์เศรษฐกิจชาวอังกฤษ

งาน “Lectures on the Industrial Revolution in England” 1884

ทำให้คำว่า “การปฏิวัติอุตสาหกรรม” แพร่หลายไปทั่วโลก

เขาทุ่มเททำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกรรมกร การจากไปในวัย 30 ปีถือเป็น a great loss.

กรณีศึกษาที่ 1 : ยุโรปตะวันตก

นี่คือกลุ่มรัฐที่ควรได้รับผลสะเทือนโดยตรงในฐานะที่เป็นดินแดนต้นกำเนิดและรากฐานของแนวคิดของมาร์กซ์-เองเกลส์ (ทั้ง 2 คนใช้ชีวิตอยู่ใน 4 ใน 10 ประเทศนี้ตลอดชีวิต) เราขอพูดถึง 10 ใน 15 ประเทศของยุโรปตะวันตก ได้แก่ อังกฤษ, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ลักเซมเบิร์ก, เนเธอร์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์, อิตาลี, สเปน และโปรตุเกส

เมื่อมาร์กซ์เสียชีวิตที่อังกฤษในวัย 65 ปี (1883) แน่นอนว่า งานของเขาและเองเกลส์ ซึ่งเพ่งไปที่ขบวนการต่อสู้ของกรรมกรและปัญหาของระบบทุนนิยมเป็นหลักก็คือหัวข้อที่ควรศึกษาต่อไป มีกลุ่มคนที่ยอมรับแนวคิดดังกล่าวหรือคนที่คัดค้าน-โต้แย้งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว และแน่นอน งานของทั้งสอง โดยเฉพาะแถลงการณ์ชาวคอมมิวนิสต์, สังคมนิยม : ยูโทเปียและแบบวิทยาศาสตร์ และว่าด้วยทุน 3 เล่ม ก็มีคนนำไปศึกษามากขึ้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และอ่านเพื่อซึมซับ-ขยายงานหรืออ่านเพื่อโต้แย้งก็เป็นเรื่องปกติ

เราเริ่มต้นที่เยอรมนี รัฐที่มาร์กซ์และเองเกลส์ถือกำเนิด และมาร์กซ์ถูกเนรเทศออกไปครึ่งค่อนชีวิต

ครั้นมีการประกาศนามพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซีย, ชัยชนะของการปฏิวัติรัสเซียและการสถาปนาสหภาพโซเวียตรัสเซียในปี 1917 โดยมีภาพของมาร์กซ์-เองเกลส์ในฐานะผู้นำทางความคิดปรากฏให้โลกได้เห็น ผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวย่อมยินดียิ่งและมีคนสนใจติดตามและศึกษาแนวคิดนั้นและทำงานมากขึ้นๆ เป็นลำดับ

ตั้งแต่ผลงานสำคัญคือ แถลงการณ์ชาวคอมมิวนิสต์ (1848) ของชาวเยอรมันทั้งสอง กลุ่มศึกษาแนวคิดเรื่องสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์จึงเพิ่มมากขึ้นในแต่ละประเทศ ครั้นเกิดการปฏิวัติในรัสเซียในปี 1917 เราจึงได้เห็นการรวมกลุ่มต่างๆ เข้าด้วยกันในแต่ละประเทศ

ด้านหนึ่งก็คือการแสดงความสมานฉันท์และเชื่อมั่นในพลังที่จะร่วมกันผลักดันงานต่อๆ ไปในฐานะพรรคคอมมิวนิสต์ (ดังในตาราง)

และแน่นอน ย่อมมีกลุ่มหรือพรรคสังคมนิยมที่มีแนวทางของตนเองแตกต่างออกไป เกิดผลสะเทือนที่หลากหลายในโลกส่วนต่างๆ

ตารางแสดงปีก่อตั้ง และประเทศที่มีการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์

ผลสะเทือนข้อที่หนึ่ง ประเทศที่อยู่ห้อมล้อมแนวคิดของมาร์กซ์-เองเกลส์ คือยุโรปตะวันตก ล้วนได้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อย่างเป็นทางการภายในช่วง 4 ปีแรก (1918-1921) เรียกได้ว่าอย่างรวดเร็ว (ยังไม่รวมประเทศที่มีพรมแดนและมีความสัมพันธ์หลายด้านใกล้ชิดกับรัสเซีย ที่เราเรียกโดยรวมว่ายุโรปตะวันออก)

หมายความว่านับตั้งแต่เศรษฐกิจทุนนิยมเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของกรรมกรในรอบ 1 ศตวรรษที่ผ่านมา ก็เริ่มมีกลุ่มปัญญาชนและกรรมกรที่ศึกษาปัญหาเศรษฐกิจทุนนิยม และทางออก ได้เกิดกลุ่มสังคมนิยมทั้งหลายในแต่ละประเทศ มีทัศนะและแนวทางต่างกันที่ได้หันมาผนึกกำลังกันเพราะผลของการปฏิวัติ 1917

ผลสะเทือนสำคัญเกิดขึ้นแล้วหลังจาก “แถลงการณ์ชาวคอมมิวนิสต์” ในปี 1848 ซึ่งชี้ว่าทุนนิยมจะต้องล่มสลาย และตั้งแต่ปีนั้น แนวคิดเกี่ยวกับสังคมนิยมก็มีทางเลือกมากขึ้น แถมยังมีแนวคิดคอมมิวนิสต์เพิ่มขึ้นอีกให้ศึกษาและคาดหวัง

และยิ่งมีคนสนใจมากขึ้นไปอีกหลังจากการปฏิวัติรัสเซียประสบชัยชนะ

ข้อที่สอง จากข้อมูลที่ปรากฏ ยุโรปตะวันตกทั้ง 10 ประเทศที่ได้เอ่ยนาม ต่างเผชิญกับปัจจัยที่เป็นจุดแข็งและปัญหา 4 ด้าน ที่มีทั้งเหมือนกันและต่างกัน

4 ปัจจัยที่ว่านั้นได้แก่

1. สถานการณ์หรือปัจจัยนอกประเทศ

2. สถานการณ์ในประเทศ

3. ปัจจัยหรือปัญหาสำคัญในประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของพรรคหรือองค์กรการเมืองต่างๆ

และ 4. ภาคประชาสังคม

ข้อ 2.1 ผลสะเทือนของปัจจัยภายนอก

พรรคคอมมิวนิสต์ของทุกประเทศที่กล่าวมาล้วนให้ความเคารพอย่างสูงแก่สหภาพโซเวียต นโยบายและคำสั่งของผู้นำพรรคโซเวียต ตลอดจนโคมินเทิร์น (Comintern-Communist International) องค์การคอมมิวนิสต์สากลที่เลนินก่อตั้งขึ้นและเป็นผู้นำในปี 1919

นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า พรรคเหล่านั้นแทบทั้งหมดได้รับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ จากสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นรัฐสังคมนิยมเดียวในโลกอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ หลังจากเลนินที่ได้รับความเคารพและชื่นชมเป็นอย่างสูงเสียชีวิตในปี 1924 สตาลินก้าวขึ้นสู่อำนาจ

ขณะที่ทรอตสกี้ถูกขับออกจากกรมการเมืองของพรรคในปี 1926 ถูกขับออกจากพรรคในปี 1927 และถูกเนรเทศ 2 ปีต่อจากนั้น

และทรอตสกี้ยังคงออกแถลงการณ์คัดค้านแนวคิดโซเวียตเป็นสังคมนิยมรัฐเดียวของสตาลิน และเรียกร้องให้ปฏิวัติสังคมนิยมทั่วยุโรป เขาถูกสังหารอย่างทารุณที่เม็กซิโกในปี 1940

ความแตกแยกในพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซียทำให้บางพรรคในต่างประเทศเริ่มสงสัยในเรื่องราวที่เกิดขึ้น พรรคคอมมิวนิสต์ในบางประเทศเริ่มระมัดระวังในการแสดงท่าที

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนการนำของสหภาพโซเวียตอย่างแข็งขันต่อไป

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์ด้วยกันในเวลาต่อมา ได้แก่

กุมภาพันธ์ 1948 พรรคคอมมิวนิสต์เชโกสโลวะเกีย โดยการสนับสนุนของกองทัพสหภาพโซเวียตเข้ายึดอำนาจรัฐ

พฤศจิกายน 1956 ประชาชนฮังการี (The Hungarian Uprising) หลายหมื่นชุมนุมคัดค้านรัฐบาลที่ขึ้นต่อสหภาพโซเวียต เรียกร้องให้คืนสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน หลังการชุมนุม 12 วัน โซเวียตก็ส่งกองทัพเข้าปราบปราม มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน ชาวฮังการีประมาณ 2 แสนคนหนีออกนอกประเทศ

1962-1964 ความขัดแย้งระหว่างสหภาพโซเวียตกับจีน กรณีครุสชอฟ ผู้นำรัสเซียวิจารณ์นโยบายของสตาลิน และข้อเสนอของครุสชอฟเรื่องการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และกรณีสหภาพโซเวียตแสดงท่าทีเป็นมิตรกับอินเดีย ซึ่งจีนเห็นว่าทั้งหมดนี้คือ ลัทธิแก้ (Revisionism) หมายถึงหันเหจากลัทธิมาร์กซ์-ลัทธิเลนิน

มกราคม-สิงหาคม 1968 ประชาชนชาวเช็ก (Prague Spring) เรียกร้องให้รัฐบาลฟื้นฟูสิทธิเสรีภาพของประชาชนและปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศ สหภาพโซเวียตส่งกำลังเข้ากรุงปราก และจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายตนขึ้นแทน

1978-1979 เวียดนามยกองทหารเข้ายึดครองกัมพูชาเพื่อล้มล้างรัฐบาลเขมรแดง

กุมภาพันธ์-มีนาคม 1979 จีนส่งกองทัพเข้าโจมตีเวียดนามตอนเหนือ โดยอ้างว่าเพื่อสั่งสอนพรรคเวียดนาม

พฤศจิกายน 1989 กำแพงเบอร์ลินล่ม ประชาชนชาวเยอรมันเดินข้ามพรมแดนไปมาหากันเป็นครั้งแรก

ธันวาคม 1989 ประกาศสิ้นสุดยุคสงครามเย็น

3 ตุลาคม 1990 เยอรมนี 2 ฝ่ายรวมกันเป็นหนึ่งและสถาปนาสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (FRG)

26 ธันวาคม 1991 สหภาพโซเวียตล่มสลาย พร้อมกับการสิ้นสุดของพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซีย

ความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้น และนโยบายปราบปรามประชาชนที่เรียกร้องสิทธิเสรีภาพในประเทศสังคมนิยมต่างๆ หลายครั้ง ทำให้ความนิยมต่อพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศที่มีการเลือกตั้งลดลงเป็นลำดับ

และทุกครั้ง พบว่าหากมีพรรคคอมมิวนิสต์ใดแสดงท่าทีวิจารณ์นโยบายของสหภาพโซเวียต คะแนนนิยมก็จะกลับคืนมา

ข้อ 2.2 ผลสะเทือนของปัจจัยอำนาจนิยมภายนอกประสานกับภายใน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ นอกจากพฤติการณ์แบบอำนาจนิยมของสหภาพโซเวียต สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศก็มีผลสะเทือนเช่นกัน ลัทธินาซีของฮิตเลอร์ในเยอรมนีก่อสงครามกับฝรั่งเศสในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยการส่งกองทัพเข้าไปโจมตีประเทศรอบๆ ส่งผลให้พรรคคอมมิวนิสต์ของประเทศเหล่านั้นออกมาร่วมยืนแถวหน้าในการต่อสู้กับกองทัพผู้รุกราน

การเติบโตของกลุ่มอำนาจนิยมนำโดยฮิตเลอร์เริ่มขึ้นในทศวรรษ 1930s ส่งผลให้พรรคคอมมิวนิสต์เยอรมันกลายเป็นพรรคนอกกฎหมาย ต้องลงใต้ดิน และต่อจากนั้น ได้มีชาวพรรคคอมมิวนิสต์ราว 3 หมื่นคนถูกสังหาร และอีกราว 2 แสนคนถูกคุมขังในค่ายกักกันนาซี

สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มได้ไม่นาน ในปี 1940 กองทัพนาซีเยอรมันก็บุกเข้ายึดครองเนเธอร์แลนด์ ส่งผลให้พรรคคอมมิวนิสต์เนเธอร์แลนด์กลายเป็นพรรคผิดกฎหมาย ต้องต่อสู้ใต้ดิน พรรคคอมมิวนิสต์เนเธอร์แลนด์จับมือกับพรรคเล็กคือ พรรคสังคมนิยมปฏิวัติ ในการต่อต้านฝ่ายนาซี และได้นำกรรมกรเนเธอร์แลนด์ชุมนุมประท้วงและหยุดงานครั้งใหญ่ที่สุดในปี 1941 หลังสงครามโลกยุติ พรรคคอมมิวนิสต์เนเธอร์แลนด์ได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งแรกในสภาล่าง และอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อมาเป็น 10 ที่นั่ง และได้อีก 1 ที่นั่งในการเลือกตั้งของสภาสูง

เมื่อกองทัพเยอรมันนาซีบุกผ่านเนเธอร์แลนด์เข้ายึดครองฝรั่งเศส พรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศสก็กลายเป็นพรรคผิดกฎหมาย และมีบทบาทสำคัญในการต้านนาซีในช่วง 3 ทศวรรษต่อจากนั้น แม้ว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็น 20% ของคะแนนที่ได้ในการเลือกตั้งระดับชาติ แต่พรรคคอมมิวนิสต์ก็ไม่ได้เข้าร่วมกับรัฐบาลฝ่ายก้าวหน้า

จนถึงปี 1981 จึงได้เข้าร่วมกับรัฐบาลสังคมนิยมนำโดยประธานาธิบดีมิตเตคร็อง และถอนตัวในปี 1984

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผลสะเทือนของลัทธิมาร์กซ์ ต่อพรรคปีกก้าวหน้า ในยุโรปตะวันตก (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...