โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถึงนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐ...เกษตรกรไทยก็ได้รับการดูแล

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 06.21 น.

ถึงนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐ…เกษตรกรไทยก็ได้รับการดูแล

เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal tariffs) เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐ ก็ทำให้ทั้งโลกปั่นป่วน แม้จะชะลอการบังคับใช้ออกไป 90 วัน แต่รัฐบาลหลายประเทศต้องเตรียมแผนเจรจาและหาทางออกเพื่อลดภาษีดังกล่าว ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่โดนเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% ส่งผลให้รัฐบาลไทยต้องเตรียมตัวรับมือกับกรณีนี้อย่างรอบคอบเช่นกัน

นอกเหนือไปจากสินค้าอุตสาหกรรม เครื่องบิน อาวุธ สิ่งที่สหรัฐต้องการคือการเปิดตลาดสินค้าเกษตรของสหรัฐในประเทศต่างๆ ให้มากขึ้น ทำให้มีการคาดการณ์กันว่าไทยจะถูกสหรัฐกดดันให้เปิดตลาด “เนื้อหมูและเครื่องในหมู” เป็นเหตุให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูของไทยกังวลจนต้องรวมตัวกันกว่า 1,000 คนยื่นหนังสือถึงนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา จนในที่สุดก็มีการประกาศมติว่าไทยจะไม่นำเนื้อหมูและเครื่องในไปเป็นเงื่อนไขต่อรองการลดภาษีกับสหรัฐ เนื่องจากหมูไม่ใช่สินค้าที่ไทยขาดแคลน เพราะหลักในการพิจารณาคือไทยจะนำเข้าเฉพาะพืชผลเกษตรที่ไทยขาดแคลนหรือผลิตได้ไม่เพียงพอเท่านั้น

สินค้าเกษตรที่สหรัฐผลิตได้มากและไทยผลิตได้ไม่เพียงพอก็คือพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” และ “กากถั่วเหลือง” ซึ่งหากเปิดตลาดนี้ได้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ ทั้งช่วยลดการขาดดุลของสหรัฐได้ถึง 84,000 ล้านบาทต่อปี หรือปีละ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไทยไม่ได้เสียอะไรเพียงแค่เปลี่ยนแหล่งกำเนิดพืชอาหารสัตว์มาซื้อจากสหรัฐมากขึ้นเท่านั้น

ว่าด้วยเรื่อง “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ในแต่ละปีประเทศไทยมีความต้องการใช้สูงถึง 9.2 ล้านตัน แต่ผลิตภายในประเทศได้เพียง 5 ล้านตัน เรียกว่าขาดแคลนมากถึง 4.2 ล้านตัน ในจำนวนที่ขาดนี้ประเทศไทยต้องใช้วิธีนำเข้าข้าวโพดจากเพื่อนบ้านราว 2 ล้านตัน/ปี บวกกับการนำเข้าข้าวสาลีจากประเทศยูเครนประมาณ 1.7 ล้านตัน/ปี เข้ามาทดแทน การเปลี่ยนไปนำเข้าจากสหรัฐฯ แทนประเทศเพื่อนบ้านย่อมไม่มีอะไรเสียหาย ผลพลอยได้ยังอาจเป็นเรื่องของการลดฝุ่นพิษ PM2.5 ที่เคยถูกกล่าวหาว่าเกิดจากการเผาไร่ข้าวโพดในประเทศเพื่อนบ้านด้วยซ้ำ

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จึงเป็นสินค้าที่เหมาะสมในการเปิดตลาดให้สหรัฐอเมริกา ขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดของไทยจะได้รับการดูแลเช่นเดิม หมายความว่าการนำเข้าข้าวโพดสหรัฐนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลสามารถกำหนดเงื่อนไขเพื่อดูแลเกษตรกรภายในประเทศได้หลายประการ เช่น กำหนดจำนวนที่จะให้นำเข้าไม่เกินกว่าส่วนที่ขาดหรือราว 4.2 ล้านตัน, กำหนดช่วงเวลานำเข้า, กำหนดผู้มีสิทธินำเข้า, การห้ามจำหน่ายจ่ายแจก หรือการมีมาตรการประกันรายได้เกษตรกรข้าวโพดในประเทศ (โดยรัฐ) ทั้งนี้ ยังมีมาตรการอื่นเพื่อดูแลเกษตรกรข้าวโพดอีก เช่น มาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3 : 1 ส่วน, มาตรการชดเชยดอกเบี้ยการเก็บสต็อกของผู้ประกอบการและกลุ่มสหกรณ์ และขอความร่วมมือผู้ประกอบการดูแลราคารับซื้อ เป็นต้น จึงไม่ต้องกังวลกับรายได้ปกติของเกษตรกรแต่อย่างใด

ที่น่ากังวลกลับกลายเป็นคนบางกลุ่มที่พยายามสร้างความเข้าใจผิดว่าเกษตรกรจะได้รับเงินน้อยลงซึ่งไม่เป็นความจริง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงคือโอกาสในการกักตุนข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเก็งกำไรจะหายไป จึงเป็นที่มาของความพยายามสร้างความเข้าใจผิดดังกล่าว โปรดอย่าป่วนทีมไทยแลนด์ด้วยการปั่นข่าวเท็จเพื่อประโยชน์ส่วนตนอีกเลย นาทีนี้ประโยชน์ของชาติควรมาก่อนเป็นอันดับแรก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถึงนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐ…เกษตรกรไทยก็ได้รับการดูแล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...