โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปงบ 9 ธนาคารชื่อดัง Q1/68 กวาดกำไรรวมกัน 6.6 หมื่นล้านบาท KBANK เบอร์หนึ่ง! กำไรมากสุดในกลุ่ม

Share2Trade

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • Share2Trade

ครบแล้ว สำหรับการประกาศผลประกอบการของหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยทีมข่าวได้สำรวจผลประกอบการ 9 แบงก์ชื่อดัง พบว่า มีกำไรสุทธิรวมกันกว่า 6.6 หมื่นล้านบาท โดย KBANK ครองแชมป์ ธนาคารที่มีกำไรสุทธิมากสุด ตามด้วย BBL และ SCB

สรุปงบ 9 ธนาคารชื่อดัง_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

KBANK รายงานไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 13,791 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.08% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 35,425 ล้านบาท ลดลง 7.23% เป็นผลจากการเผชิญแรงกดดันของภาวะอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ให้มีประสิทธิผลสูงสุดอย่างระมัดระวัง

ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net interest margin : NIM) อยู่ที่ 3.41% แม้ว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโต 15.39% จากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน รายได้จากการลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานสุทธิลดลง 1.87% โดยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ อยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to income ratio) อยู่ที่ 40.84%

BBL รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่จากรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 31,909 ล้านบาท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิร้อยละ 2.89 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาด สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นจากการอำนวยสินเชื่อและบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวมที่ยังคงเติบโตดี ประกอบกับกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนและกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาด สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น

SCB รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/68 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 12,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งเป็นผลมาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นและกำไรจากการลงทุนและการค้าที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะปรับตัวลดลงจากผลของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัว

KTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2568 จำนวน 11,714 ล้านบาท เติบโตขึ้นเล็กน้อย จากการขยายตัวของรายได้ผลิตภัณฑ์บริหารความเสี่ยงทางการเงิน การลงทุน และกำไรจากเงินลงทุน ขณะเดียวกัน ธนาคารบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี Cost to Income ratio เท่ากับร้อยละ 40.4

ธนาคารมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระดับที่เหมาะสมและพอเพียง ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของ ปีก่อน โดยมีสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดีที่ 95,017 ล้านบาท และมี NPL Ratio 2.97 ลดลงจากร้อยละ 2.99 จากสิ้นปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการ Portfolio ได้อย่างสมดุลท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวน

ส่วน BAY รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2568 จำนวน 7,533 ล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจากการหดตัวของเงินให้สินเชื่อภายใต้บริบทดอกเบี้ยขาลง โดยผลกระทบดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนจากการ ลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ของธุรกิจในอาเซียนที่ปรับตัวดีขึ้น

CIMBT รายงานไตรมาส 1/2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 838.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 33.9% เมื่อเปรียบเทียบผลกำไรสุทธิของงวดเดียวกันปี 2567 สาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2.2% และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 22.1% ในขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 58.2%

KKP รายงานไตรมาส 1/2568 มีกำไรสุทธิ 1,062 ล้านบาท ปรับลดลง 29.5% หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 โดยหลักจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลง 15.4% จากการชะลอตัวของสินเชื่อตามมาตรการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารที่มุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อไปในประเภทที่มีคุณภาพสูง และจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยตามการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ด้าน TISCO รายงาน กำไรสุทธิสำหรับผลประกอบการงวดไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 1,643.38 ล้านบาท ลดลง 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยสาเหตุมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง ผลจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2568

TTB รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 5,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการควบคุมต้นทุนทางการเงินที่ดีการบริหารต้นทุนในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดต้นทุนด้านความเสี่ยง แต่ลดลง 5.2% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...