ทำความรู้จักผักริมถนน 4 ชนิด ที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทาน
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้ต้นหญ้าเจริญงอกงามผลิดอกใบสร้างความสดชื่นให้กับผู้คนที่เดินผ่านไปมา ในช่วงนี้มีพืชจำพวกหญ้าหลายชนิดที่คนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยเก็บมารับประทานเพื่อสร้างความสดชื่นมีชีวิตชีวาตามฤดูกาล มารู้ว่ามีหญ้าอะไรบ้างที่ขึ้นอยู่ตามริมถนน ริมแม่น้ำ สวนสาธารณะ และพื้นที่ทั่วไปในญี่ปุ่นที่สามารถรับประทานได้กันค่ะ
พืชตระกูลหญ้าที่สามารถนำมารับประทานได้
1. พลูคาวหรือคาวตอง (Houttuynia cordata) หรือ โดะคุดามิ (ドクダミ)
ฤดูกาล: พฤษภาคมถึงกรกฎาคม พื้นที่ที่เจริญได้ดี: บริเวณที่ชื้นแฉะกึ่งร่มรื่น เช่น บริเวณบ้านเรือนและริมถนน วิธีการนำมารับประทาน: เทมปุระ ผักแนม และนำมาตากแห้งทำชา เป็นต้น
พลูคาวเป็นสมุนไพรที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมาดื่มในรูปชาและทอดเทมปุระ พืชชนิดนี้มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว นอกจากนี้ ยังมีการนำสารสกัดของพืชชนิดนี้มาเป็นส่วนผสมในในโลชั่นเพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและลดอาการอักเสบของผิวหนังด้วย
2. แดนดิไลออน (Dandelion) หรือ ทัมโปโปะ (たんぽぽ)
ฤดูกาล: มีนาคมถึงพฤษภาคม พื้นที่ที่เจริญได้ดี: ทุกพื้นที่ที่มีแดดส่องถึงได้แก่ ริมถนน สนามหญ้า และริมแม่น้ำ วิธีการนำมารับประทาน: สลัด เทมปุระ ผัดกับเนย และผักต้มคลุกเครื่องปรุงผสมหรืออะเอะโมะโนะ เป็นต้น
แดนดิไลออนเป็นผักที่คนญี่ปุ่น จีน และเกาหลีนิยมนำมาทำเป็นชาสมุนไพร พืชชนิดนี้มีสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดน้ำหนัก และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตับและถุงน้ำดี เป็นต้น ในญี่ปุ่นมีแดนดิไลออน 2 ชนิดพันธุ์ คือ พันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์ต่างถิ่น ใบของแดนดิไลออนพันธุ์ต่างถิ่นมีรสขม หากต้องการนำมารับประทานคนญี่ปุ่นแนะนำให้เลือกใบแดนดิไลออนพันธุ์พื้นเมืองที่สังเกตได้ง่ายจากกลีบดอกด้านนอกสีเขียวยึดแน่นไม่ชี้ยื่นในทิศทางลงด้านล่าง
3. จิงจูฉ่าย (Mugwort) หรือ โยโมกิ (ヨモギ)
ฤดูกาล: จิงจูฉ่ายเป็นไม้ยืนต้นที่แตกใบอ่อนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน พื้นที่ที่เจริญได้ดี: ริมฝั่งน้ำ ที่ดินว่างเปล่า ภูเขา และริมถนน เป็นต้น วิธีนำมาทำอาหาร: เทมปุระ ซุปมิโซะ โมจิ และผัด เป็นต้น
ยอดอ่อนของจิงจูฉ่ายมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องเสีย และโรคโลหิตจาง อีกทั้งยังช่วยให้การไหลเวียนเลือดดี เป็นต้น การนำยอดจิงจูฉ่ายตากแห้งแช่น้ำอาบจะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่างและริดสีดวงทวารได้ นอกจากนี้ ใบสดของจิงจูฉ่ายยังมีผลในการห้ามเลือดด้วย
4. หญ้าหางม้า (Horsetail) หรือ ซึคุชิ (つくし)
ฤดูกาล: กลางเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน (บนเกาะฮอนชู) และเดือนพฤษภาคม (บนเกาะฮอกไกโด) พื้นที่ที่เจริญได้ดี: บริเวณที่มีดินเปียก สวนสาธารณะ และทุ่งนา เป็นต้น วิธีการนำมารับประทาน: ผักต้มคลุกเครื่องปรุงผสม เทมปุระ ผัดกับไข่ และทสึคุดานิ เป็นต้น
หญ้าหางม้าอุดมไปด้วยวิตามินซี อี เบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุที่มีคุณค่าต่อร่างกาย คนญี่ปุ่นเชื่อว่าหญ้าหางม้ามีสรรพคุณช่วยลดอาการบวมน้ำของร่างกาย ป้องกันโรคเบาหวาน ลดความดันโลหิตสูง และยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันไข้ละอองฟางอีกด้วย
ผักดังกล่าวเป็นผักป่าที่เจริญแตกยอดออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิในประเทศเขตหนาว บ้านเราก็มีพืชตระกูลหญ้าที่ขึ้นตามป่ามากมาย เช่น ผักกระสัง ใบบัวบก และผักเสี้ยน เป็นต้น การนำผักป่ามารับประทานนอกจากจะปลอดสารพิษแล้วก็สร้างความแปลกใหม่ให้กับเมนูอาหารในชีวิตประจำวันด้วย แต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผักเหล่านั้นรับประทานได้จริง ๆ ด้วยค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yamahack.com