โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน Gen Z ใช้สมาร์ทโฟนทั้งวันมีผลต่อสุขภาพจิต

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 ก.พ. 2568 เวลา 18.08 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2568 เวลา 10.22 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 26 ก.พ. – สศช. เตือน Gen Z ใช้สมาร์ทโฟนทั้งวันมีผลต่อสุขภาพจิต แนะรัฐบาลถอดบทเรียนทั่วโลกเริ่มคุมเข้มเด็กใช้มือถือ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า บทเรียนจากต่างประเทศ Gen Z ถือเป็นกลุ่มเติบโตมาพร้อมกับการพัฒนาของเทคโนโลยี ผลสำรวจในไตรมาส 3 ของปี 2567 พบว่า Gen Z ร้อยละ 99.1 ใช้มือถือสมาร์ทโฟน และร้อยละ 99.0 ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงกว่าทุกกลุ่มอายุ ทำให้ Gen Z มีแนวโน้มได้รับผลกระทบทางลบจากโซเชียลมีเดียมากกว่ากลุ่มวัยอื่น โดยส่งผลต่อ Gen Z ใน 4 ด้าน คือ 1) การกีดกันการสร้างสังคมในชีวิตจริง 2) การกีดกันช่วงเวลานอนทั้งปริมาณและคุณภาพ 3) การทำให้เสียสมาธิ และ 4) การทำให้เสพติดโซเชียลมีเดีย

หลายประเทศทั่วโลกเล็งเห็นถึงความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิตจากการใช้โซเชียลมีเดียของ Gen Z จึงออกมาตรการในการจัดการ อาทิ 1) การจำกัดอายุ เช่น ประเทศออสเตรเลียผ่านร่างกฎหมาย Social Media Minimum Age Bill 2024 กำหนดอายุขั้นต่ำในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ไว้ที่ 16 ปี 2) การควบคุมเนื้อหา เช่น ประเทศอังกฤษ มีกฎหมาย The Online Safety Act 2023 กำหนดให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องดำเนินการป้องกันและจัดการกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย

3) การจำกัดระยะเวลาใช้งาน เช่น ประเทศจีนออกแนวปฏิบัติกำหนดให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ขณะที่เด็กอายุ 16 – 18 ปี ใช้ได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน และ 4) การเพิ่มความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีร่างกฎหมาย California Age – Appropriate Design Code Act (CAADCA) ที่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนที่ใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์

สำหรับประเทศไทยอาจนำแนวทางกรณีของต่างประเทศมาปรับใช้ได้ตามบริบท เพื่อป้องกัน และควบคุมเพื่อลดผลเสียของการใช้มือถือ และอินเทอร์เน็ตของกลุ่มเด็กและเยาวชนร่วมกัน โดยเฉพาะด้านจริยธรรมในการใช้โซเชียลมีเดียในการเคารพสิทธิของผู้อื่น รวมไปถึงการใช้โซเชียลมีเดียที่สร้างสรรค์ การป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลจากภัยไซเบอร์ที่ไม่รู้ตัว การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เป็นจุดเริ่มต้นของการก่ออาชญากรรม และสร้างความเสียหายต่าง ๆ ในปี 2023 การรั่วไหลของข้อมูลสามารถสร้างความเสียหายถึง 16.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อหนึ่งบริษัท และคาดว่าในปี 2024 มูลค่า ความเสียหายจะสูงถึง 17.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่พบความเสียหายที่ชัดเจน แต่ในช่วงปี 2564 – 2567 มีสถิติการคุกคามทางไซเบอร์จำนวน 2,135 ครั้ง มีข้อมูลรั่วไหลมากกว่า 26,000 ล้านรายการ ผ่านหลายช่องทาง อาจทำให้ข้อมูลรั่วไหล ดังนี้ 1) คนไทยบางส่วนยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแท้จริง โดยคนไทยร้อยละ 60 ยินยอมให้บริษัทเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิพิเศษ ส่วนลดสินค้า หรือของสมนาคุณ 2) ภาครัฐและเอกชนของไทยยังขาดแนวทางรองรับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ชัดเจน โดยหน่วยงานรัฐร้อยละ 75 ไม่มีแผนสำหรับรองรับการคุกคามทางไซเบอร์ ส่วนภาคเอกชนโดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ร้อยละ 67 เคยถูกโจมตีทางไซเบอร์. -515- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...