โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเป็นธรรมจัดสรรน้ำ “คนแก่งหางแมว” มีอ่างแล้ว ต้องมีน้ำใช้ ?

Thai PBS

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี กับงบประมาณกว่า 7,200 ล้านบาท ยังคงเกิดเป็นเครื่องหมายคำถาม ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 อนุมัติโครงการ ท่ามกลางข้อกังวลว่า การสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่นี้ อาจเชื่อมโยงกับการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงการรองรับอุตสาหกรรม Data Center ที่อาจต้องใช้น้ำ และทรัพยากรจำนวนมากหรือไม่ ?

แต่ก่อนจะมองไปถึงความต้องการใช้น้ำในอนาคต คำถามสำคัญอาจอยู่ที่ว่า วันนี้…น้ำจากอ่างเก็บน้ำ 3 แห่งที่สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ ถูกจัดสรรไปถึงมือเกษตรกรในพื้นที่อย่างทั่วถึงแล้วใช่ไหม ? เพราะเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน กลับชี้ว่า พวกเขายังต้องควักเงินส่วนตัวเพื่อจัดหาน้ำมาใช้ในการเกษตรด้วยตัวเอง

The Active ลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรและชาวบ้านที่แก่งหางแมว เพื่อย้อนสำรวจการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ รับฟังมุมมองต่อการสร้างอ่างแห่งใหม่ มีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พร้อมชวนมองให้รอบด้านว่า ก่อนเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาล รัฐควรตอบคำถามอะไรให้ชัดเจนบ้าง ? ทั้งเรื่องสิทธิการเข้าถึงน้ำของคนในพื้นที่ ความจำเป็นในการใช้น้ำ และประโยชน์ที่ใครจะได้รับจากการพัฒนาครั้งนี้

คนแก่งหางแมว กว่าจะได้น้ำมาใช้ ต้องควักเงินตัวเองจ่าย ?

จีรพันธ์ รำพึงกุล ประธานกลุ่มชุมชนดั้งเดิมแก่งหางแมวคนต้นน้ำตะวันออก บอกกับเราว่า แก่งหางแมวเป็นอำเภอที่ใหญ่ที่สุด ใน จ.จันทบุรี มี 12 อำเภอ เนื้อที่ประมาณ 6 แสนกว่าไร่ ชาวบ้านทำเกษตรกรรม 80% จากเดิมปลูกมันสำปะหลัง และอ้อย ก็เปลี่ยนมาเป็นสวนยางพาราในช่วงที่ราคาดี และปัจจุบันเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพารามาเป็นสวนทุเรียนและผลไม้อื่น ๆ ราว 40% ที่ได้ราคาดีกว่า และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมา คือการ ใช้น้ำ

เมื่อก่อนไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องน้ำ เพราะแต่ละสวนจะมีบ่อเก็บน้ำ แต่มีข้อจำกัดห้ามขุดลึก ห้ามขุดใหญ่ ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เจอกับภัยแล้งจนเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งรัฐบาลโดยกรมชลประทานจึงเริ่มมีโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำ เมื่อราว 6 ปีก่อน ซึ่งใช้การเวรคืนที่ดินทำกินของชาวบ้าน

สำหรับอ่างเก็บน้ำที่สร้างตามลำดับ ได้แก่

  • “อ่างเก็บน้ำคลองประแกด” ความจุ 62 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างมา 6 ปี และเป็นการสร้างบนพื้นที่ของชาวบ้าน พื้นที่ทำกินชาวบ้าน 100% เวรคืนจากชาวบ้าน ไม่ใช่พื้นที่ป่า แต่ถ้าคนภายนอกก็บอกว่าไปเอาพื้นที่ป่ามา จริง ๆ แล้ว เป็นที่ดินชาวบ้านที่ทำเกษตร

  • “อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว” ความจุ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างบนที่ดินชาวบ้าน ซึ่งเป็นเส้นทางโบราณ อยู่ห่างจากป่า

  • “อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่” ความจุ 68 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นการเวนคืนที่ดินชาวบ้านเช่นกัน แต่เพิ่งกักเก็บน้ำได้ไม่มาก

“ถามว่ามีชาวบ้านได้ใช้น้ำไหม ไม่มีชาวบ้านได้ใช้น้ำหรอกครับ ก็สร้างเสร็จไปแล้ว ก็ต้องมีชาวบ้านไปเรียกร้องขอระบบกระจายน้ำ ซึ่งชาวบ้านที่ได้ใช้ก็คือหมู่ 8 บ้านวังอีแอ่น เป็นการไปเรียกร้องนะ ตั้งกลุ่มกันมาเรียกร้อง ผลสุดท้ายได้รับการช่วยเหลือ อบจ. สนับสนุนเครื่องสูบน้ำมาแล้วก็ท่อให้ท่อน้ำมา แต่ต้องไปวางระบบกันเองไม่มีงบประมาณให้”

จีรพันธ์ รำพึงกุล

จีรพันธ์ ยังมองว่า หน้าที่ในการกระจายน้ำเป็นของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ชาวบ้านเคยไปเรียกร้องแล้วแต่ไม่มีการดำเนินการให้ จนทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี ต้องใช้งบประมาณดำเนินการ ซึ่งดูเหมือนเป็นการผลักภาระให้กับพื้นที่ ซึ่งตอนนี้เริ่มทำก่อนที่หมู่ 8 ส่วนหมู่ 9 อยู่ระหว่างการวางท่อ

“ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว เพิ่งจะมีน้ำให้ใช้เมื่อปีที่ผ่านมา อบจ.ก็สนับสนุนเครื่องสูบน้ำให้ และเริ่มวางท่อแ้ว แต่ชาวบ้านยังได้ใช้น้ำไม่ถึง 10% ส่วนอย่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ก็ยังไม่มีการกระจายน้ำให้ เแต่เห็นว่ากำลังวางท่อไป 2 ตำบล คือ ต.สามพี่น้อง ไปถึง ต.เขสวงกต แต่แผนการวางท่อนี้ใช้ระยะเวลา 900 วัน ไม่รู้จะได้ใช้กันเมื่อไหร่”

จีรพันธ์ รำพึงกุล

จีรพันธ์ รำพึงกุล ประธานกลุ่มชุมชนดั้งเดิมแก่งหางแมวคนต้นน้ำตะวันออก

จีรพันธ์ ชี้ว่า แผนการกระจายน้ำที่กล่าวถึงเพิ่งจะมาเห็นเมื่อปีที่ผ่านมา แต่มองว่าเป็นแผนแก้ไขหลังถูกเรียกร้อง และดูไม่ใช่แผนการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร เพราะถ้าสร้างเพื่อการเกษตรจะต้องมีพร้อมพร้อมกับแผนการสร้างอ่างว่าจะกระจายน้ำไปแบบไหน รูปแบบใด

“เราอยู่ในพื้นที่ เราจะต้องไปดิ้นรนขอ ขอระบบกระจายน้ำ เราก็งง มันเหมือนว่าพื้นที่ของเรา แล้วทำไมเราจะต้องไปดิ้นรนขอ ทั้ง ๆ ที่คุณสร้าง คุณก็อ้างว่าเพื่อการเกษตร แต่ทำไมทุกวันนี้ทุกคนต้องทำเรื่องขอ แล้วทุกวันนี้ที่มีระบบกัน มีชาวบ้านจะต้องมาเสียค่าวาล์วน้ำ”

“จากที่สมาชิกกลุ่มของเราได้พูดคุยกัน บางคน 10,000 บางคน 20,000 บางคน 30,000 บางคน 40,000 ตอนนี้ข่าวแว่ว ๆ มาถึง 50,000 บาท คือระบบวาล์วน้ำพวกนี้ ในมุมมองของผม ควรจะทำให้ชาวบ้าน แล้วให้ท้องถิ่นท้องที่ช่วยกันบริหารดูแลเวลาใช้น้ำ เก็บค่าบำรุงรักษาให้ท้องถิ่นท้องที่ ควรทำให้ง่ายกับชาวบ้าน เพราะเราอยู่ในพื้นที่ที่เสียสละสร้างอ่างเก็บน้ำคุณบอกเพื่อการเกษตร จะเชื่อได้ไหมทุกวันนี้ยังไม่ได้ใช้กันเลย เราถอดบทเรียนกันมา 3 อ่าง”

จีรพันธ์ รำพึงกุล

“ฝายกั้นน้ำ” ไม่สอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศ

ฤดูฝนน้ำท่วม ฤดูแล้งไม่มีน้ำใช้

ขณะที่การสร้างฝายในพื้นที่ จีรพันธ์ มองว่า ควรสอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่สูง ฝายแต่ละตัวสามารถดันน้ำได้ประมาณ 8-9 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันบางจุดฝายกลับตั้งอยู่ห่างกันเกือบ 10 กิโลเมตร ทำให้เกิดช่วงที่น้ำไม่สามารถส่งต่อถึงกันได้ ขณะที่พื้นที่ต่ำกลับมีฝายค่อนข้างถี่สิ่งที่กังวลคือการ “บริหารจัดการฝาย” โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เพราะหากกักน้ำโดยไม่เตรียมพื้นที่ระบายน้ำ อาจทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นและสร้างความเสียหายต่อชุมชน

เขายกตัวอย่างเหตุการณ์เมื่อไม่นานมานี้ หลังมีน้ำจากคลองพะวาใหญ่ไหลลงมา แต่ฝายไม่ได้เปิดประตูระบายน้ำ ทำให้น้ำระบายไม่ทันและเอ่อล้นเข้าบ้าน รวมถึงกัดเซาะถนนจนได้รับความเสียหาย

ชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การ “มีหรือไม่มีฝาย” แต่คือการออกแบบระบบให้เหมาะกับพื้นที่ และบริหารการกักเก็บและระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ หากบริหารไม่ดี ฝายที่ควรช่วยชะลอและจัดการน้ำก็อาจกลายเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมและความเสียหายให้กับชุมชน

ขณะที่ในช่วงฤดูแล้งชุมชนและเกษตรกรที่อยู่ใกล้อ่างเก็บน้ำ ต้องเจอปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะช่วงที่ทุเรียนต้องการน้ำเพื่อเลี้ยงผลผลิต เกษตรกรจำนวนหนึ่งต้องซื้อน้ำจากรถบรรทุกน้ำมาเติมในสวน ซึ่งในช่วงหน้าแล้งจะเห็นรถบรรทุกน้ำขนาด 5,000 – 10,000 ลิตร วิ่งส่งน้ำในพื้นที่จำนวนมากบางสวนต้องใช้งบประมาณซื้อน้ำหลักแสนบาท เพราะหากขาดน้ำ ทุเรียนอาจเสียหายทั้งผลผลิต และหากต้นขาดน้ำรุนแรงจนไม่สามารถประคองไว้ได้ เกษตรกรบางรายต้องตัดทุเรียนทิ้งเพื่อรักษาต้นไม่ให้ตาย

ทุ่มเงินแสนต่อท่อสูบน้ำเข้าสวน

หนึ่งในเกษตรกรที่ต้องดิ้นรนหาน้ำด้วยตัวเองคือ บุญพบ ไตรมาส ชาวบ้านหมู่ที่ 8 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ยอมรับว่าเมื่อก่อนปลูกยางพารา ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นการปลูกทุเรียนและผลไม้ โดยครอบครัวเริ่มทำเกษตรเมื่อปี 2528 เมื่อราคายางแย่ จึงเริ่มหันมาปลูกทุเรียนที่ให้ราคาดีกว่า ช่วงแรกสภาพอากาศไม่ได้ร้อนแบบนี้ กระทั่งปี 2540 เกิดภัยแล้งหนักทำให้น้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ

บุญพบ ไตรมาส ชาวบ้านหมู่ที่ 8 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี

ที่หนักกว่านั้นคือที่ดินของบุญพบไม่ได้อยู่ติดคลองจึงต้องขุดสระเพื่อกักเก็บน้ำ ซึ่งในปีเดียวกันชาวบ้านเริ่มมีความหวังขึ้นว่าจะมีน้ำใช้ เพราะ รัฐบาลมีนโยบายที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร โดยกรมชลประทาน มาทำประชาคมในหมู่บ้านว่าจะมีการสร้างอ่างเก็บน้ำประแกด บอกว่า “กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง”

“ชาวบ้านก็ดีใจเผื่อว่าใช้ในการเกษตร ก็รออยู่ประมาณ 20 กว่าปี อ่างเก็บน้ำนี้ได้เกิดขึ้น และสร้างอยู่ประมาณ 5-6 ปี เสร็จแล้วก็กักเก็บน้ำ แต่ชาวบ้านที่อยู่นอกบริเวณคลองก็ไม่ได้ใช้น้ำเหมือนเดิมจนมันก็มีคำว่า ลักน้ำใช้กัน”

บุญพบ ไตรมาส

บุญพบ ยังบอกด้วยว่า หลังสร้างอ่างเก็บน้ำคลองประแกดเสร็จมีการปล่อยน้ำไปตามคลอง แต่ไม่มีโรงสูบน้ำหรือท่อต่อที่จะส่งให้เกษตรกรได้ใช้น้ำ ทำให้ต้องไปขอใช้ที่ดินคนอื่นเพื่อตั้งโรงสูบน้ำริมคลอง เดินท่อมาที่สวนระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร และหากเดินท่อผ่านสวนของใครก็ต้องแบ่งให้สวนนั้นใช้น้ำด้วย เฉพาะการลงทุนติดตั้งทั้งเครื่องสูบ มิเตอร์ไฟฟ้าและท่อส่งน้ำ ต้องควักเงินตัวเองไปเกือบ 300,000 บาท

“แต่ระเบียบของกรมชลประทานไม่ใช่แบบนั้น เพราะเอาเข้าจริงการที่ชาวบ้านต่อท่อเข้าไปเอง ถือว่าทำผิดกฎหมายของกรมชลฯ และได้รับแจ้งว่าหากเกษตรกรที่ต้องการใช้น้ำ ต้องไปจดทะเบียนเป็นกลุ่มผู้ใช้น้ำให้ถูกต้อง แต่กรมชลประทานก็ไม่ได้ทำระบบการจัดสรรน้ำให้”

“หมู่ 8 ของผมก็เลยมีคำว่าผิดกฎหมาย ตั้งแต่วันนั้นมาผมก็ไปรวบรวมชาวบ้านคนที่ต้องการใช้น้ำในอ่างเพื่อทำการเกษตร จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านวังอีแอ่นขึ้นเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ที่ผ่านมาน้ำเต็มอ่างแต่ก็เหมือนว่าเรานอนเฝ้าน้ำอยู่ กรมชลประทานยังไม่ได้ทำระบบกระจายน้ำให้ เราเลยต้องไปต่อสู้ด้วยตัวเอง ต้องไปหาจากหน่วยงานอื่น”

บุญพบ ไตรมาส

บุญพบ จึงร้องขอให้ อบจ.ช่วย ทำให้ได้งบประมาณสำหรับติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ซึ่งหมู่ที่ 8 เป็นหมู่บ้านแรกของ อ.แก่งหางแมว เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ใช้น้ำจากอ่างคลองประแกดไปพอสมควร ทำให้ผลผลิตดีขึ้น ขายได้ราคาดี สามารถส่งออกได้ หลังจากที่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำ ในพื้นที่หมู่ 8 ยังไม่มีปัญหาหนักถึงขึ้นขาดแคลนน้ำ เพราะมี อบจ. มาช่วยลงทุนให้ ส่วนตัวยังตัดสินใจเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนแทนยางพาราอีกด้วย เช่นเดียวกับเกษตรกรรายอื่น ๆ

สิ่งที่ บุญพบ เดินหน้าต่อ คือ การเรียกร้องให้หมู่บ้านอื่นได้มีน้ำใช้เช่นกัน นำมาสู่การใช้งบประมาณของ อบจ. ทำระบบการกระจายน้ำให้ชุมชนใกล้อ่างคลองประแกด 5 หมู่บ้าน แต่ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด และมีส่วนที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เฉพาะหมู่ 8 ที่ขึ้นทะเบียนกับชลประทานไว้ รวมพื้นที่เกษตร 8,000 กว่าไร่ แต่ปัจจุบันได้ใช้น้ำเพียงครึ่งเท่านั้น ยิ่งเมื่อได้เห็นข่าวว่า ครม.จะให้สร้างอ่างที่ 4 อ่างคลองวังโตนด สิ่งเดียวที่กังวลคือ “ระบบการกระจายน้ำ”

บุญพบ บอกว่า แบบการก่อสร้างยังไม่เคยเห็นว่าจะมีการวางแผนให้ชาวบ้านได้ใช้น้ำ เห็นแต่ของอ่างคลองพวาใหญ่ที่มีแผนกระจายน้ำ แต่เพิ่งสร้างเสร็จมีการดำเนินการบางส่วน มีท่อข้ามไปถึงเขาวงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างทั้งที่น้ำในอ่างยังจุไม่เต็ม

“แต่ว่าอ่างประแกด 5 ปีที่ผ่านมา กรมชลประทานก็เดินท่อมา เขามีเส้นทางของเขา มีแบบของเขาแต่เวลาออกแบบชาวบ้านไม่ได้มีโอกาสได้ไปเห็น ได้ร่วมออกแบบ ชาวบ้านต้องการแต่ก็ไม่ได้มีหัวจ่ายบริเวณนั้น ๆ เช่น ตั้งห่างออกไป 300-400 เมตร ก่อนมาถึงที่นี่ปัญหาก็จะเกิด กรมชลปล่อยน้ำให้คนใต้รางใช้ แต่คนที่อยู่เหนือรางไม่ได้ใช้ ผมก็อยู่เหนือราง ก็ไม่ได้ใช้ ต้องไปสูบ 3 อ่างนี้ ระบบกระจายน้ำ ผมเชื่อว่าประสบปัญหาเหมือนกัน อ่างที่ 4 ก็กังวลว่าจะเป็นแบบนี้”

บุญพบ ไตรมาส

ตั้งคำถาม มีโรงสูบน้ำบ้านวังประดู่ สูบน้ำไปประแสร์ หนุน EEC

จีรพันธ์ ยังพาเราลงพื้นที่ โรงสูบน้ำบ้านวังประดู่ ที่ผันน้ำไปอ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง ระยะทาง 45 กิโลเมตร ท่อกว้าง 1.80 เมตร เครื่องสูบ 9 ตัว เดินเครื่องสูบน้ำวินาทีละ 5 ลูกบาศก์เมตร หรือ 1 วินาที 5,000 ลิตร ซึ่งเป็นการผันข้ามลุ่มแม่น้ำ หากจะให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด คือ การผันโดยมีคณะกรรมการลุ่มน้ำวังโตนด

“ลุ่มน้ำเวลาจะผัน ก็ต้องมีการได้รับการอนุญาต ได้มีการคุยกันกับคณะกรรมการบริหาร แต่พวกเราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นเลยว่าเขาผันน้ำกันเมื่อไหร่ อย่างไร บางทีมีการเดินเครื่องเป็นเวลานาน แต่อย่างที่บอกว่า 1 วินาที 5 ลูกบาศก์เมตร แล้วบางทีเดินเครื่องเป็นเดือน ผมก็ไม่รู้ว่าเดินเครื่องไปไหนอย่างไร ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีใครรู้หรอกครับ ก็ได้สงสัย เอ๊ะเครื่องดังหรือยัง”

จีรพันธ์ รำพึงกุล

จีรพันธ์ ยังเผยว่า โรงสูบน้ำแห่งนี้สร้างก่อนที่จะมีอ่างเก็บน้ำลูกแรกประมาณ 4 ปี และขณะนี้กรมชลประทานยังมีแผนที่จะวางท่อสเปคเดียวกันกว้าง 1.80 เมตรคู่ขนาด ซึ่งเป็นคำถามว่าถ้ามี 2 ท่อคู่ จะยิ่งสร้างความกังวล เพราะระบบการใช้น้ำของชาวบ้านก็ไม่มี ขณะที่ระบบการสูบน้ำผันน้ำข้ามลุ่มน้ำไปเพื่ออุตสาหกรรม

“ทุกวันนี้ชาวบ้านต้องจ่ายค่าวาล์วน้ำ ถ้าเพื่อการเกษตร ทำไมชาวบ้านถึงได้ใช้ไม่ถึง 10% ที่ใช้จริง ๆ ตอนนี้มีแค่หมู่ 8 ตำบลพะวา หมู่เดียว ที่ชาวบ้านไปเรียกร้องมา ก็คงจะอีกยาว เพราะนี่ก็หลายปีกว่าจะได้ใช้ ก็เลยมองว่าเป็นความกังวล พอเห็นแผนวางท่อเพื่อที่จะไปอ่างประแสร์ ผมก็รู้สึกกังวลเรื่องการใช้น้ำ”

“ผิดตั้งแต่หลักการที่บอกว่าสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อเกษตรกร ถ้าสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อเกษตรกรต้องมีระบบกระจายน้ำให้ตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้พอสร้างเสร็จ ชาวบ้านต้องไปขอ ถ้าเอาตามความเป็นจริง อย่างอ่างประแกดสร้างมา 6 ปี ต้องมีชาวบ้านแถบนั้นใช้น้ำ อย่างน้อยต้อง 80-90 % ไปแล้ว”

จีรพันธ์ รำพึงกุล

จะสร้างอ่าง เวนคืนต้องเป็นธรรม

สำหรับแผนการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด นอกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้นยังมีพื้นที่ป่าสงวนที่บางส่วนเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน The Active ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้านไม่ได้คัดค้านหากต้องการจะสร้างอ่างเก็บน้ำจริง แต่ต่างมองหาเรื่องความเป็นธรรมในการชดเชยเยียวยา

คูณ คำดี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เล่าว่า หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 ขณะที่โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเกิดขึ้นหลังจากนั้น พื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดจะกระทบกับหลายหมู่บ้าน โดยหมู่ 1 เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่สิ่งที่ชาวบ้านกังวลไม่ใช่เพียงเรื่องการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่เป็นเรื่องความเป็นอยู่หลังต้องออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเพียงที่อยู่อาศัย แต่ไม่มีที่ดินทำกิน

“ในการทำอ่าง ผลกระทบของหมู่บ้านมันก็โดน มันก็ลำบากใจอยู่ คนที่เขาอยู่ก็ไม่ได้คัดค้าน ไม่เห็นด้วยก็มี แต่เขาก็ทำงานของเขาตามปกติ ในเมื่ออ่างจะเกิดแล้ว สิ่งที่เขากังวลก็คือความเป็นอยู่ บางคนเขาก็มี 50 ตารางวา 1 งาน 2 งาน มีแต่ที่อยู่อาศัย ในการทำมาหากิน ที่ทางที่ทำมาหากินเขาไม่มี นี่แหละสิ่งที่เขากังวล ถ้าสมมติว่าได้เวนคืนมา เขาเองจะได้เท่าไหร่”

คูณ คำดี

คูณ ระบุว่า จากข้อมูลที่รับทราบมาการเวนคืนที่ดินจะได้รับค่าชดเชยไร่ละ 60,000 บาท หากชาวบ้านมีที่ดินเพียง 1 งาน ก็จะได้รับเงินชดเชยเพียงหลักหมื่นบาท ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการหาที่อยู่อาศัยใหม่ เพราะที่ดินในพื้นที่ข้างเคียงมีราคาหลักหลายแสนบาท จากการสำรวจพบว่ามีชาวบ้านที่มีเพียงที่อยู่อาศัยและไม่มีที่ดินทำกินมากกว่า 180 ครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมดในหมู่บ้านกว่า 320 ครัวเรือน หรือมากกว่าครึ่งหนึ่ง แต่ระหว่างนี้ก็ยังขาดความชัดเจน

“เขาเองก็ไม่ได้พูดว่าจะเอาหรือไม่เอา เขาไม่ได้รู้หรอกว่าจะทำจริงหรือไม่ทำจริง เขาสนใจอย่างเดียวคือการทำมาหาชีพเลี้ยงชีพเขา เขาก็กระตือรือร้นอย่างเดียวก็คือครอบครัว”

คูณ คำดี

คูณ คำดี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี

คูณ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านยังไม่มีแผนรองรับหากต้องย้ายออกจากพื้นที่ และหากโครงการเกิดขึ้นจริงโดยไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ ชาวบ้านจำนวนมากอาจไม่สามารถตั้งหลักชีวิตใหม่ได้ จึงอยากวิงวอนทางหน่วยงานรัฐ ว่าจะมีแนวทางไหนช่วยเหลืออีกหรือไม่

เขา ย้ำว่า ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาโครงการ แต่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ได้รับผลกระทบ และจัดให้มีการชดเชยเยียวยาอย่างเป็นธรรม

“การที่จะสร้างอ่างจริง ๆ ผมก็อยากฝากว่า ในการเวนคืนเวนอะไร ขอให้เป็นธรรมสักนิดหนึ่ง แล้วก็มาดูตรงที่ผู้ที่เสียสละ ผู้ที่เขาโดนผลกระทบ เขาจะอยู่รอดไหม อยากให้ทางหน่วยงานรัฐตรวจสอบสักนิดหนึ่ง แล้วต่อไปเราจะทำยังไง คนพวกนี้จะไม่ให้มีเป็นภาระแก่สังคม ในตัวนี้แหละที่เป็นห่วง เป็นห่วงที่สุด”

คูณ คำดี

พื้นที่ไร้งบฯบำรุง เมื่อโครงการไม่ชัดเจน

สีดา แสงกล้า ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2565 หลังมีการสำรวจและรังวัดที่ดินในพื้นที่ ชุมชนได้รับผลกระทบจากความไม่ชัดเจนของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด โดยงบประมาณพัฒนาหมู่บ้านที่ควรได้รับถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากหน่วยงานกังวลว่า หากโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเดินหน้า อาจทำให้ต้องเสียงบประมาณซ้ำซ้อน ทำให้การพัฒนาสาธารณูปโภคในหมู่บ้านล่าช้า โดยเฉพาะถนนหนทางที่ควรได้รับการปรับปรุงให้เป็นถนนคอนกรีต แต่กลับทำได้เพียงลงหินคลุกเป็นบางช่วง

“สมมติว่าปี 2568 เขาก็จะพักไว้ก่อน ให้เราเลื่อนไปเป็นหมู่บ้านท้าย ๆ พอสิ้นงบประมาณปีนี้ ก็ต้องไปรองบประมาณปีใหม่ เราก็ไม่ได้พัฒนาหรือทำอะไร เป็นมาตั้งแต่ปี 2565”

สีดา แสงกล้า

ผู้ใหญ่สีดา ระบุว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้คัดค้านการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นโครงการของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง แต่สิ่งที่กังวลคือการต้องย้ายออกจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยและทำกินมานาน โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางการชดเชยเยียวยาให้ชัดเจนและเป็นธรรม

“ในเมื่อ ครม. อนุมัติแล้ว ชาวบ้านเขาก็ไม่ได้คัดค้าน เขาก็ยอมเสียสละให้ แต่เขาก็อยากให้หน่วยงานมาช่วยในเรื่องที่อยู่อาศัย การชดเชยเยียวยาให้เป็นธรรมที่สุด เพราะว่ามันยังไม่ได้ชัดเจนในเรื่องนี้”

สีดา แสงกล้า

สีดา ย้ำว่า สิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือความชัดเจนว่าโครงการจะเริ่มเมื่อไหร่ จะได้รับการชดเชยอย่างไร และจะมีที่อยู่อาศัยรองรับหรือไม่ โดยข้อเสนอเงินชดเชยเพิ่มเติม 300,000 บาทต่อครัวเรือน เป็นแนวทางที่ชาวบ้านบางส่วนเห็นว่ายอมรับได้ หากไม่สามารถจัดหาที่ดินให้ได้ก็ขอให้ชดเชยเป็นเงินเพื่อนำไปหาที่อยู่อาศัยใหม่ด้วยตนเอง

ส่วนการจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ ผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่า มีการเสนอพื้นที่รองรับไว้ 2 แห่ง คือหมู่ 18 และหมู่ 11 แต่ยังต้องสำรวจจำนวนครัวเรือนที่ต้องย้ายและหารือกับชาวบ้านอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่เหมาะสม พร้อมทำหนังสือถึงกรมชลประทานให้จัดระบบน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรในพื้นที่ใหม่ด้วย

“ถ้าตั้งหมู่บ้านใหม่จริง ก็ขอให้เขาต่อท่อส่งน้ำให้ชาวบ้านได้ใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภค เพราะเขาก็เป็นคนเสียสละอ่างนี้ให้กับผลประโยชน์ของชาวบ้านทั้งอำเภอแก่งหางแมว แล้วก็ที่อื่น ๆ”

สีดา แสงกล้า

เสนอทางออกทางออกที่เป็นไปได้สำหรับทุกฝ่าย

อ.เขียว–สมนึก จงมีวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย EEC Watch บอกกับ The Active ว่าชาวบ้านจากหลายตำบลใน อ.แก่งหางแมว รวมตัวกันมาปรึกษาในฐานะที่เป็นนักวิจัยความขัดแย้งเรื่องการจัดการน้ำ ที่ลงไปในพื้นที่แก่งหางแมวตั้งแต่ก่อนทำงานวิจัย และยังเคยทำเรื่องเหมืองทองในพื้นที่ เรื่องช้างกับคน จนมาถึงเรื่องการจัดการน้ำ อ่างเก็บน้ำ ขอทุนจากหน่วยงานรัฐเพื่อการจัดการแก้ปัญหา

ชาวบ้านมีทางออกที่เป็นไปได้สำหรับทุกฝ่ายที่จะนำเสนอต่อ อบจ.จันทบุรี เพื่อให้ช่วยเป็นกระบอกเสียง ในการสื่อสารกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อลดความขัดแย้งของสังคมและทุกฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้ ดังนี้

  • ให้กรมชลประทานเร่งจัดทำผังการกระจายน้ำที่เป็นธรรม จากทั้ง 3 อ่างเก็บน้ำ ที่ก่อสร้างและจัดเก็บน้ำแล้ว ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองประแกต อ่างเก็บน้ำคลองพวาใหญ่ และ อ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ให้ 66 หมู่บ้าน (5 ตำบล) ใน อ.แก่งหางแมว และก่อสร้างระบบกระจายน้ำตามผังกระจายน้ำนี้โดยเร็วที่สุด หลังจากการก่อสร้างเสร็จสิ้น มีการกระจายน้ำอย่างเป็นธรรมแล้ว จึงมาคำนวณว่า ยังต้องการแหล่งน้ำต้นทุน เพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ หากยังต้องการ ทางกรมชลประทาน ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ทำการออกแบบอ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 ในคลองวังโตนดตามขนาดที่ต้องการจริง ๆ

  • ไม่ว่าในอนาคต จะมีอ่างเก็บน้ำใน อ.แก่งหางแมว จำนวน 3 อ่าง หรือ 4 อ่าง ให้มีการกระจายน้ำโดยคำนึงถึงพื้นที่แก่งหางแมวก่อน ที่เหลือจึงจะกระจายน้ำไปยังอำเภอข้างเคียงได้ เช่น เขาคิชฌกูฏ นายายอาม ท่าใหม่ หรือ กระจายไปให้นอกพื้นที่จังหวัดจันทบุรี อย่างพื้นที่ EEC

  • อ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 ถ้าจำเป็นต้องมีใน อ.แก่งหางแมว ขอให้เป็นอ่างเก็บน้ำแห่งสุดท้ายของพื้นที่นี้ เพราะอำเภอแก่งหางแมวไม่ควรเป็น TANK น้ำให้ EEC อีกต่อไป และ EEC ควรหยุดขยายตัว และมีมาตรการบริหารจัดการน้ำที่ DEMAND ไม่ใช่ไปหา SUPPLY ใหม่ไปเรื่อย ๆ

วรารัตน์ กู้นาม กลุ่มชุมชนดั้งเดิมแก่งหางแมวคนต้นน้ำตะวันออก
สมนึก จงมีวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย EEC Watch

ขณะที่ วรารัตน์ กู้นาม กลุ่มชุมชนดั้งเดิมแก่งหางแมวคนต้นน้ำตะวันออกได้ยื่นข้อเสนอต่ออธิบดีกรมชลประธาน ไปเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 69 ที่ผ่านมาว่า ก่อนจะสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 อยากให้รีบหันมาจัดการบริหารน้ำให้ดีก่อนโดยมี 4 ข้อเรียกร้อง คือ

  • จัดทำแผนที่นำทางการบริหารจัดการน้ำ (Water roadmap) ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง โดยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้

  • จัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อวางแผนและจัดสรรน้ำอย่างเป็นธรรม รองรับความต้องการใช้น้ำใน EEC และ Data Center โดยให้มีคณะทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ชุมชนดั้งเดิมในพื้นที่ต้นน้ำ ภาคเกษตรกรรม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

  • ร่วมกับชุมชนศึกษาพื้นที่และออกแบบระบบการกระจายน้ำ อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด พร้อมทำ MOU เป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกับชุมชน

  • พิจารณาการลดพื้นที่ก่อสร้างอ่างในในส่วนของเขตอุทยานแห่งชาติเขาสิบห้าชั้น เพื่อลดผลกระทบกับระบบนิเวศและลดความขัดแย้งระหว่างกรมชลประทาน ประชาชนที่สนับสนุน และคัดค้านการสร้าง อ่างเก็บน้ำคลองโตนด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"ซีพี" ชี้แจงถูกพาดพิงปม "ซีพีแรม" ยื่นจดคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พบ "ปลาหมอคางดำ" ร่องสวนราชบุรี หวั่นขยายพันธุ์ลามแหล่งน้ำใหม่

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Pokémon GAME ON! เปิดศึก Thailand Premier Ball League 2026–27 แฟนโปเกมอนแห่ร่วมงานคึกคัก

สยามรัฐ

“ไม่ว่าในสถานะไหน ในตำแหน่งไหนในสังคม คุณจะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานเท่าเทียมกัน”: คุณต่อ Jito จิตรพันธุ์ หัชชะวณิช กับพุทธศาสนา ปรัชญา และสิทธิของมนุษย์ทุกคน บนเส้นทางสู่ WorldPride 2030

Bangkok Pride

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จับมือ “สามเศียร” และ BNK48 เปิดเกมการตลาดฮาโลวีน เจาะคนรุ่นใหม่-ทัวริสต์

TNN ช่อง16

Jaafar Jackson พูดถึงประเด็นเรื่องข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศที่ถูกตัดออกจากหนัง Michael

THE STANDARD

ปักหมุดใหม่ ตามรอย "รอยตีนไดโนเสาร์" อุดรธานี ไปดูด้วยตาตัวเองได้แล้ว

Manager Online

ถ่ายทอดสด โคเวนทรี ซิตี้ พบ ฟูแล่ม พรีเมียร์ลีก วันนี้ 24 ต.ค.69

PostToday
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...