โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความสำเร็จที่ซ่อนอยู่ CONNEXT ED ตัวช่วยการศึกษาชุมชน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ธ.ค. 2564 เวลา 07.01 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 07.01 น.

การริเริ่มโครงการสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์ อีดี (CONNEXT ED) ในปี 2559 จากการผนึกกำลังของ 3 ภาคส่วนหลัก ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อวางแผนเดินหน้าขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้พัฒนาอย่างก้าวไกล มั่นคงและยั่งยืน

พร้อมกับก่อตั้งโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน พัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner หรือ SP) ของแต่ละองค์กรร่วมลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง พร้อมจัดทำแผนพัฒนาร่วมกับโรงเรียนและชุมชน นับเป็นอีกมิติหนึ่งที่ช่วยทำให้การศึกษามีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น

เพราะปัจจุบันโครงการได้ยกระดับเป็นมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี มีการขยายความร่วมมือสู่องค์กรเอกชนอีกมากมาย ดำเนินงานผ่าน 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

หนึ่ง การเปิดเผยข้อมูลโรงเรียนสู่สาธารณะอย่างโปร่งใส

สอง กลไกตลาดและวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม ทั้งภาครัฐ เอกชน ผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อร่วมผลักดันยุทธศาสตร์การดำเนินงานสู่โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีทั่วประเทศ

สาม การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน

สี่ เด็กเป็นศูนย์กลาง เสริมสร้างคุณธรรมและความมั่นใจ

ห้า การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรหลักและเป็นพันธมิตรก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ร่วมขับเคลื่อนแผนงาน 5 เฟส ประมาณ 5 ปีการศึกษา มีเป้าหมายในการดูแลและยกระดับโรงเรียน 5,567 แห่งทั่วประเทศ

โดยล่าสุด 3 เฟสแรกมีโรงเรียนภายใต้ความดูแลกว่า 458 แห่ง อนุมัติงบประมาณในการพัฒนา 379 แห่ง ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับเยาวชนไทย 83,436 คน ผ่านการดำเนินโครงการด้านต่าง ๆ กว่า 500 โครงการ พร้อมกับคัดเลือกบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีจิตสาธารณะในบริษัทกว่า 200 คนมาพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำผ่านการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเป็น SP ดูแลโครงการเพื่อการศึกษาในแต่ละโรงเรียนด้วยการลงพื้นที่คลุกคลีกับโรงเรียนต่าง ๆ โดยตรง

สำหรับล่าสุดคณะผู้บริหาร ซีพี ออลล์ นำโดย “ตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา” ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ลงพื้นที่เยี่ยมโรงเรียนเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ที่ดำเนินโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ได้แก่ โรงเรียนวัดชมพูประดิษฐ์ ต.ชะเมา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นโรงเรียนใหม่ที่เข้าร่วมโครงการสานอนาคตการศึกษาเมื่อปี 2563

ด้วยการจัดทำ “โครงการท่องโลกกล้วย ด้วยศาสตร์ของพ่อ” กับการนำวัตถุดิบจากต้นกล้วยที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จนได้รับคัดเลือกให้เป็นโรงเรียน best practice

เบื้องต้น “ตรีเทพ” กล่าวว่า ปัจจุบันซีพี ออลล์สนับสนุนโรงเรียนในโครงการ CONNEXT ED จำนวนกว่า 379 แห่งทั่วประเทศ เพื่อดำเนินโครงการด้านต่าง ๆ กว่า 500 โครงการ ทั้งโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ, โครงการพัฒนาคุณภาพคน, โครงการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน, โครงการส่งเสริมอาชีพ และโครงการด้านสิ่งแวดล้อม

ซึ่งแต่ละโรงเรียนมีแนวคิดและวิธีการจัดการโครงการในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยมี SP คอยให้คำปรึกษา แนะแนวความรู้ด้านต่าง ๆ และที่สำคัญจะต้องยึดหลักความยั่งยืนใน 3 มิติ ได้แก่

หนึ่ง โรงเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีความคิดในเชิงผู้ประกอบการ สร้างผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปจำหน่ายได้ มีเงินทุนหมุนเวียนกลับมาเพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือนำกลับมาใช้ในโรงเรียน หรือพูดง่าย ๆ คือ ค้าขายให้เห็นคำว่าต้นทุนและกำไร ให้เด็ก ๆ ของตนเองรู้ว่าชีวิตนี้มีทั้งกำไรและขาดทุน หรือเท่าทุน ขาดทุน ในส่วนนี้ SP จะช่วยเป็นที่ปรึกษาทางด้านการตลาดด้วย

สอง โรงเรียนสร้างหลักสูตรเพื่อเป็นหลักประกันความยั่งยืนองค์ความรู้ เพื่อไม่ให้ตกหล่นหรือสูญหายไปกับครูที่โอนย้าย หรือเกษียณอายุไป องค์ความรู้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทุกกระบวนการของโครงการต้องถูกบรรจุไว้เป็นหลักสูตรท้องถิ่น เพื่อนำไปสอนเด็กนักเรียนควบคู่กับหลักสูตรแกนกลาง และจะต้องให้เด็ก ๆ ลงมือปฏิบัติที่เรียกว่า active learning เพราะการศึกษาภาคบังคับอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องลงมือทำ และมีการวัดผลการเรียนด้วย ซึ่งการวัดผลต้องวัดที่ใครเป็นเลิศด้านไหน เพราะแต่ละคนถนัดไม่เหมือนกัน

สาม ยกระดับโครงการขึ้นเป็นศูนย์การเรียนรู้ชุมชนให้คนในชุมชนสามารถเข้ามาเรียนรู้ในรูปแบบคอร์สระยะสั้น สามารถเป็นต้นแบบขยายผลให้แก่โรงเรียนจำนวนมากได้อีกด้วย

“สำหรับโครงการท่องโลกกล้วย ด้วยศาสตร์ของพ่อ โรงเรียนวัดชมพูประดิษฐ์ จ.นครศรีธรรมราช คณะทำงานจากส่วนกลางของซีพี ออลล์ ร่วมกับ SP ให้คำแนะนำ และให้โรงเรียนเสนอโครงการเพื่อพัฒนาโรงเรียนตามบริบทความโดดเด่นของท้องถิ่น”

“ซึ่งโรงเรียนได้นำวัตถุดิบจากต้นกล้วยมาแปรรูปเป็นของใช้ บรรจุภัณฑ์ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงพิจารณาอนุมัติโครงการและให้งบประมาณเพื่อไปเป็นทุนตั้งต้นจนที่สุดได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 24 โรงเรียนที่ดำเนินโครงการได้อย่างยอดเยี่ยม หรือ best practice ที่จะได้ไปต่อสู่การเป็น 1 ใน 10 โรงเรียนต้นแบบในปีการศึกษา 2565 ต่อไป”

“ตรีเทพ” กล่าวต่อว่า การประเมินโรงเรียน best practice องค์ประกอบที่เราดู คือ อย่างแรกโรงเรียนดำเนินโครงการตามยุทธศาสตร์ 5 ข้อ และความยั่งยืน 3 มิติต้องครบ 100% ความเป็นทีมเวิร์กของครู บุคลากร การมีส่วนร่วมของเด็ก ๆ มีมากน้อยแค่ไหน ชุมชนโดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมอย่างไร โรงเรียนประยุกต์โครงการเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี สมัยใหม่อย่างไรบ้าง

“ทั้งนี้ สิ่งที่โดดเด่นของโรงเรียนวัดชมพูประดิษฐ์ คือ ความเป็นทีมของครูในโรงเรียนที่มีเป้าหมายเดียวกัน เดินไปในทิศทางเดียวกัน เล็งเห็นประโยชน์ของต้นกล้วย นำทุกองค์ประกอบมาแปรรูป ตั้งแต่ผลของกล้วย นำมาแปรรูปเป็นอาหาร ขณะที่ส่วนของกาบกล้วย สามารถนำมาทำเป็นภาชนะ กระถางใส่ต้นไม้ได้อย่างสวยงาม”

“อย่างไรก็ตาม โรงเรียนมีโอกาสต่อยอดโครงการไปสู่โรงเรียนต้นแบบได้ในอนาคต ฉะนั้น สิ่งที่ยังเป็นจุดอ่อนต่าง ๆ จะต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม เราจะให้คำแนะนำโรงเรียน ซึ่งการแนะนำนั้นคณะทำงานจะให้คำปรึกษาเบื้องต้นในยุทธศาสตร์ 5 ด้าน จุดไหนที่ยังอ่อนอยู่ต้องเพิ่มเข้าไปให้ครบ และยังขาดงบประมาณอีกเท่าไหร่ ซีพี ออลล์จะสนับสนุนงบประมาณเป็นรอบที่ 2 เพื่อให้พัฒนาโรงเรียนต่อไป”

“เฉลิมพล เทียนทอง” ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียน กล่าวเสริมว่า โรงเรียนวัดชมพูประดิษฐ์ เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา โดยมีชุมชนในเขตบริการ มีอาชีพเกษตรกรรม ส่วนใหญ่มีการปลูกกล้วย โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้า โดยบริบทของโรงเรียน และชุมชนจะมีน้ำท่วมขังทุกปี พืชที่สามารถปลูกได้และทนต่อสภาพพื้นที่ คือ ปาล์ม และกล้วย แต่ในบางฤดูกาลผลผลิตมีเป็นจำนวนมากจนเกิดการเน่าเสีย

“ส่วนต้นกล้วยก็ตัดทิ้งโดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์สูงสุด ทางโรงเรียนจึงมีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยได้นำกล้วยมาแปรรูปเป็นจาน, ชามจากกาบกล้วย, หูหิ้วแก้วเชือกกล้วย, ที่รองแก้ว, ที่รองหม้อจากเชือกกล้วย, น้ำส้มสายชูจากกล้วย, แป้งจากกล้วย, ขนมทองม้วนจากแป้งกล้วย ฯลฯ ทั้งยังมีการทำโครงการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นในการแปรรูปจากส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วย เพื่อให้นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 เรียนรู้เรื่องกล้วยและการแปรรูปจากส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วยอย่างหลากหลาย”

“ทั้งนั้น เพื่อเพิ่มมูลค่าและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยต้องโดดเด่น สะดุดตา น่าสนใจ เน้นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากกล้วย ซึ่งผนวกอยู่ในวิชาการงานอาชีพ กิจกรรมชุมนุม เป็นการเสริมทักษะการคำนวณต้นทุนผลผลิต การคิดราคาจำหน่าย การใช้สื่อออนไลน์ในการขายสินค้า นอกจากจะเป็นการสร้างอาชีพและส่งเสริมรายได้ระหว่างเรียนของนักเรียนแล้ว ยังเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการแปรรูปจากส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วยให้ชุมชนด้วย”

“นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่เยี่ยมโครงการโรงเรียนต้นแบบศูนย์แปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลาดุกและกระจูด ที่โรงเรียนวัดประดู่หอม (สุขประชาสรรค์) จ.พัทลุง เป็นโรงเรียน best practice ในปีการศึกษา 2563 และเป็น 1 ใน 6 ที่ได้รับเลือกเป็น School Model ประจำปีการศึกษา 2564″

“เพราะโรงเรียนโดดเด่นที่นำวัชพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างต้นกก และพืชเศรษฐกิจอย่างกระจูดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จักสานหลายรูปแบบ เช่น กระเป๋ากระจูดสานมือ, กระเช้ากระจูด, ของชำร่วยจากกระจูด รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด คือ หูหิ้วถ้วยกาแฟ และเส้นกกสายใยรักษ์โลก”

“ตรงนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับหลักสูตรท้องถิ่น มีการนำเทคนิคฝีมือด้านหัตถกรรมมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบสายหูหิ้วถ้วยกาแฟได้อย่างสวยงามไม่ซ้ำใคร มีความเหนียวแข็งแรงทนทาน ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ทั้งยังเพิ่มมูลค่าของต้นกกเป็นอย่างดี”

“ตอนนี้ได้รับการสนับสนุนให้วางจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่มีบริการกาแฟและเครื่องดื่มจากออลล์ คาเฟ่ในเขตพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขาทะเลน้อย, สาขาควนขนุน และสาขาโพธิ์ทองควนขนุน”

โดยกำหนดจัดวางในระยะทดลอง 3 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค. 64) ซึ่งหากมีผลตอบรับที่ดีจะมีการพิจารณาขยายการจำหน่ายกว้างขึ้นจาก 3 สาขา เป็นสาขาในภาคใต้อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...