โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดมุมมอง LINE สร้างทีม s-Commerce สู่อนาคต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ธ.ค. 2564 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 05.00 น.
เลอทัด ศุภดิลก ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ไลน์ ประเทศไทย

“s-Commerce” หรือการขายของออนไลน์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างคอมมิวนิตี้และตลาดออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน ตอนนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในประเทศไทย เพราะเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้โซเชียลมีเดียสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ข้อดีของ s-Commerce เมื่อเทียบกับ e-Commerce คือสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าง่ายกว่าและจำนวนมากกว่า

ด้วยเหตุนี้ LINE แอปพลิเคชั่นเพื่อการสื่อสารที่มีไทม์ไลน์ช่องทางที่สามารถแชร์เรื่องราวให้กับเพื่อน ๆ ด้วยข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ และสติ๊กเกอร์ ต่างได้รับความนิยมจากคนไทยสูงสุด จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่ตลาดธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซด้วยการสร้างแพลตฟอร์ม LINE Shopping และล่าสุด MyShop ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2563 เพื่อเติมเต็มความเป็นตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซแบบครบวงจร

กล่าวกันว่า การริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ย่อมมีความท้าทายเสมอ ผลเช่นนี้จึงทำให้ “เลอทัด ศุภดิลก” ผู้บริหารฝ่ายธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวถึงมุมมองความคิดต่อการรับมือความท้าทาย การสร้างทีมและกลยุทธ์ที่จะสามารถผลักดันตลาด s-Commerce ให้ไปไกลยิ่งกว่าเดิมในอนาคต

“แรงจูงใจที่เข้ามาทำงานสายเทค เพราะมีความต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่มีอิมแพ็กต์ ทั้งยังเป็นของที่คิดค้นโดยคนไทย และสามารถขยายไปได้ทั่วโลก ซึ่งเล็งเห็นว่าการขายของผ่านทางโซเชียลมีเดียเป็นพฤติกรรมที่คนไทยทำมานานแล้วก่อนหลาย ๆ ประเทศ จึงนำทรัพยากรที่ LINE มี ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการสื่อสาร และช่องทางการจ่ายเงินมาพัฒนาฟีเจอร์สำหรับช่องทางการขายสินค้าออนไลน์แห่งใหม่”

โดยผู้ใช้งานที่สามารถสร้างร้านค้าออนไลน์ได้จะเปิดเป็นหน้าร้านค้าออนไลน์ในลักษณะของแค็ตตาล็อกสั่งซื้อสินค้า หรือใช้เป็นฟีเจอร์เสริมสำหรับสร้างรายการสั่งซื้อให้กับลูกค้าที่ทักเข้ามาในหน้าต่างแชต

“ปีนี้ LINE Shopping มีจำนวนร้านค้าโตขึ้นกว่า 300% และจำนวนผู้ขายบนแพลตฟอร์ม ณ กลางพฤศจิกายน 2564 มีประมาณ 294,400 ราย ขณะที่ยอดขายสินค้ารวมทั้งแพลตฟอร์มคิดเป็นอัตราการเติบโต 370% เมื่อเทียบกับปีที่ 2563″

ซึ่งจำนวนร้านค้าโซเชียลที่เปิดใหม่บน LINE Shopping 5 อันดับแรกแบ่งตามประเภทของสินค้าได้แก่

1.อุปกรณ์กีฬา

2.สินค้าสัตว์เลี้ยง

3.สุขภาพและความงาม

4.สินค้าแม่และเด็ก

และ 5.แฟชั่นอันสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

เนื่องจากสถานการณ์ล็อกดาวน์ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น และยอดผู้ใช้งานต่อเนื่อง (active user) กว่า 7 ล้านคนต่อเดือน

“ด้วยความที่ MyShop และ LINE Shopping เป็นเซอร์วิสใหม่ จึงมีปัญหาและความท้าทายหลายอย่างที่เราไม่เคยเจอมาก่อน ดังนั้น การมีทีมที่ไม่เพียงปฎิบัติการได้ดี (best operation) แต่ต้องเป็นทีมที่แข็งแกร่งจึงเป็นเรื่องสำคัญ”

“ฉะนั้น คนที่เหมาะกับทีมของเราต้องเป็นคนมีความทะเยอทะยานและมุ่งมั่น (ambition) ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ต้องพยายามก้าวข้ามผ่านไปได้ นอกจากนั้น จะต้องมีการสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง (self-motivation) เพื่อเป็นแรงผลักดันในการทำงานหนึ่งงานใด ๆ ให้สำเร็จไปได้ด้วยดี”

“เลอทัด” บอกว่า ตรงนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่มีความยืดหยุ่นสูงในเรื่องวิธีการทำงาน และสถานที่ทำงาน รวมทั้งต้องมีการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (creative problem solving) ซึ่งเป็นกระบวนการคิดรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีการหรือเทคนิคที่สร้างสรรค์ต่างจากเดิม ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ได้

ดังนั้น หน้าที่ของตนในฐานะผู้นำ คือ วางแนวทางเดินที่ชัดเจนเพื่อให้คนในทีมแต่ละคนมีแรงจูงใจ และความพยายามในการทำงานนั้น ๆ ให้สำเร็จ นอกจากนั้น เรายังให้ความสำคัญกับวิธีการมองปัญหาให้มาก ต้องวิเคราะห์ให้เป็นว่าปัญหาต่าง ๆ เกิดจากตนเองหรือสิ่งรอบข้างถึงจะแก้ไขได้ถูกทาง

“ตัวอย่างคำพูดที่ผมมักยกให้กับคนในทีมฟังเสมอ คือ เวลาเราเห็นขยะ เราเลือกพูดว่ามันสกปรก หรือเลือกที่จะเดินไปเก็บขยะ ซึ่งก็เปรียบเทียบได้กับการทำงาน เพราะคนที่มักประสบความสำเร็จคือคนที่เห็นปัญหาแล้วเดินเข้าไปแก้ไข ถึงแม้จะไม่ใช่คนที่สร้างปัญหาก็ตาม”

“ด้วยความที่ธุรกิจเราเติบโตมากขึ้น จึงมองหาคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทีมเพิ่มในปีหน้า แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รูปแบบการนำคนใหม่เข้ามาเริ่มในองค์กรมีความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการสอนงาน เช่น การหาที่ปรึกษาให้พนักงานใหม่ เพราะเป็นช่วงเวลาที่พนักงานทุกคนทำงานจากที่บ้าน (work from home)”

“ดังนั้น สิ่งที่ผมต้องหันมาให้ความสำคัญ คือ กลยุทธ์การทำงานที่ต้องสอดคล้องกับการทำงานระยะไกล ทั้งการสื่อสาร การเทรนนิ่ง และการจัดหาพี่เลี้ยงให้พนักงานใหม่”

“การทำงานให้ประสบความสำเร็จในยุคที่เราอยู่ห่างกัน คือ การสื่อสารต้องชัดเจน ตรงไปตรงมา ทำงานเชื่อมต่อกันได้จากระยะไกลเพราะมีเป้าไปทิศทางเดียวกัน มีความเชื่อใจให้พนักงานทำงานในแบบของตนเอง แต่วัดที่ผลงานมากกว่าวิธีการ ที่สำคัญผู้นำต้องเซตเป้าให้ชัดเจนขึ้น และต้องมีช่องทางที่ให้พนักงานใหม่สื่อสารได้เสมอ เมื่อพวกเขาเจอปัญหาหรือเรื่องที่ไม่เข้าใจ นอกจากนั้น ยังต้องทำงานข้ามสายกันได้ (cross function) อีกด้วย”

“เลอทัด” กล่าวต่อว่า วัตถุประสงค์ของการสร้าง LINE Shopping และ MyShop จะเป็นการช่วยเหลือธุรกิจรายย่อย (SMEs) ซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐกิจที่มีส่วนสร้าง GDP (gross domestic product) หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศถึง 34.7%

ดังนั้น บริษัทจึงวางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ SMEs ด้วยกลยุทธ์ 3 ด้าน คือ

หนึ่ง freedom ช่วยผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพ ทั้งสามารถแข่งขันกับ e-Marketplace ได้

สอง lower cost ลดคอสต์ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ โดยให้บริการช่องทางการขายฟรี ง่ายและสะดวก พร้อมช่วยหาพันธมิตรที่ช่วยค่าใช้จ่ายให้ถูกลง เช่น ค่าส่งสินค้า

สาม increase connection เพิ่มคอนเน็กชั่นระหว่างธุรกิจกับผู้คน โดยให้ผู้ซื้อและผู้ขายพูดคุยกันเพื่อเพิ่มเอ็นเกจเมนต์ให้กันและกัน ซึ่ง LINE มีพื้นที่สำหรับการทำแบบนั้นอยู่

นับว่าน่าสนใจทีเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...