ม.กรุงเทพ ชี้เทรนด์อาชีพไอทีมาแรง นักศึกษาไม่ตกงาน ทั่วโลกแย่งตัว คณะไอที ดึงมืออาชีพช่วยสอน เพิ่มสาขาไซเบอร์ซิคิวริตี้
กรณีคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไทย ไตรมาส 3 ปี 2565 ระบุถึงการจ้างงานช่วงดังกล่าวปรับตัวดีขึ้น อัตราการจ้างงานปรับเพิ่มขึ้น 2.1% อย่างไรก็ตาม ผู้ว่างงานอุดมศึกษา หรือเด็กจบใหม่ มีสัดส่วน 66% และพบว่าเด็กที่จบการศึกษาสาขาสังคมศาสตร์และบริหารธุรกิจ มีสัดส่วนกว่า 60% ที่ยังหางานทำไม่ได้ ขณะที่สาขาวิทยาศาสตร์และสาขาอื่นๆยังเป็นที่ต้องการ ประมาณ 10% นั้น
ดร.พัฒนพล เหรียญโมรา คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันอาชีพด้านไอทีทุกสาขายังมีความต้องการและขาดแคลนอย่างมากทั้งในระดับโลก รวมทั้งในประเทศไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ภาครัฐและเอกชนต่างมุ่งเน้นการพัฒนาทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทำให้อาชีพด้านไอที มีความต้องการสูงในทุกตำแหน่งงาน และเป็นหนึ่งในทิศทางตลาดแรงงานที่จะช่วยทำให้แรงงานไทยหลุดพ้นจากกับดักความยากจน ตามแผนพัฒนาประเทศ จึงเป็นตัวการันตีหนึ่งว่านักเรียนที่เข้าเรียนต่อด้านไอที เมื่อเรียบจบแล้ว จะมีงานทำรองรับในทันทีจากบริษัทในประเทศและต่างประเทศ
ดร.พัฒนพล กล่าวว่า มหาวิทยาลัยกรุงเทพจึงเปิดสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มุ่งเน้นวิทยาการข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Data Science and Cybersecurity) ขึ้นมารองรับความต้องการของตลาดแรงงาน ควบคู่กับสาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) ที่มีอยู่แต่เดิม โดยร่วมมือกับภาคเอกชนที่มีชื่อเสียงในวงการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่าง บริษัท T-Net ผู้ให้บริการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และบริษัท G-Able ผู้พัฒนาโซลูชันด้านไอทีสำหรับองค์กร เพื่อให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติกับมืออาชีพในวงการตัวจริง
ดร.พัฒนพล กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางมหาวิทยาลัย ยังเปิดรับนักเรียนทุกสาย ทั้งเด็กสายวิทย์ และสายศิลป์ ที่สนใจเข้ามาเรียนสาขาไอที โดยเฉพาะนักเรียนที่เรียนจบด้านสายศิลป์ แต่มีความสนใจด้านการเขียนโปรแกรม อยากเป็นโปรแกรมเมอร์ สามารถเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ โดยออกแบบหลักสูตรตั้งแต่ปูพื้นฐานความรู้ทุกอย่างที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรม ระบบตรรกะความคิดในการเขียนโปรแกรม การเรียนภาษาโปรแกรมที่นิยมใช้กันมากที่สุด จนถึงการฝึกฝนผ่านการเรียน และการแข่งขันจนมีความชำนาญ เพื่อพัฒนาให้เป็นนักพัฒนาโปรแกรมที่พัฒนาได้ทั้งส่วนหน้าบ้าน (Front End) และส่วนหลังบ้าน (Back End) หรือที่เรียกว่า Full Stack Developer ซึ่งเป็นระดับที่บริษัทไอทีทุกบริษัท พร้อมเสนอเงินเดือนที่สูงกว่าโปรแกรมเมอร์ทั่วไป เพื่อคว้าตัวไปร่วมงาน ซึ่งที่ผ่านมามีบริษัทไอทีเข้ามาติดต่อขอตัวนักศึกษาไปทำงานระหว่างที่กำลังศึกษาเป็นจำนวนมากอีกด้วย
“วิทยาการคอมพิวเตอร์(Computer Science) เป็นสาขาที่มุ่งเน้นการเป็นโปรแกรมเมอร์ ที่สามารถต่อยอดไปทำงานในสายไอทีด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เขียนโปรแกรมใช้ภายในองค์กร พัฒนาระบบเว็บไซต์ หรืองานไอทีในสาขาต่างๆ สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญที่นักศึกษาสามารถต่อยอดไปทำงานไอทีได้หลากหลาย และพร้อมปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของบริษัทและลูกค้าได้ในอนาคต”
ส่วนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์(Cybersecurity) ดร.พัฒนพล กล่าวว่า เป็นสายงานที่มีความต้องการแรงงานมาเป็นอันดับต้นๆ ของการประกาศรับสมัครงานด้านไอที แม้กระทั่งหน่วยงานกองทัพก็ยังต้องการบุคคลากรที่มีความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาระบบป้องกันประเทศ เพื่อปกป้องระบบโครงสร้างพื้นฐานประเทศและข้อมูลประชาชน หากเกิดสงครามไซเบอร์ (Cyber warfare) ในอนาคต
สำหรับองค์กรบริษัททั่วไปก็มีความต้องการผู้ดูแลความปลอดภัยข้อมูลดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลสำคัญของบริษัท การดูแลระบบป้องกันการเจาะเซิร์ฟเวอร์ที่เก็บรักษาข้อมูล จึงถือว่าความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เป็นสาขาวิชาใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่นาน แต่เป็นที่ต้องการของทุกบริษัท ทุกองค์กรอย่างมาก เพราะปัจจุบันข้อมูลของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล รูปภาพ บัญชีธนาคาร ข้อมูลด้านการแพทย์ ทุกอย่างถูกเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ หรือเก็บไว้ในระบบคลาวด์ (เก็บข้อมูลบนฐานข้อมูลออนไลน์) ซึ่งมักตกเป็นเป้าหมายการเจาะข้อมูลของแฮกเกอร์ เพื่อเอาข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ไปขายต่อในตลาดมืด หน้าที่ของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คือการเป็นผู้ดูแลระบบและข้อมูลเหล่านี้ให้ปลอดภัย สามารถแก้ไขปัญหาเมื่อระบบตรวจจับได้ว่ากำลัง ถูกแฮกเกอร์บุกรุกนั่นเอง
ท้ายสุดคือวิทยาการข้อมูล (Data Science) ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งอนาคตที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น วิทยาศาสตร์แขนงที่สี่ ต่อยอดจาก วิทยาศาสตร์การทดลอง วิทยาศาสตร์ทฤษฎี และวิทยาศาสตร์เชิงคำนวณ เปรียบเสมือนเหมืองทอง และบ่อน้ำมัน ที่มีมูลค่ามหาศาล และทุกบริษัทยอมทุ่มทุนซื้อหรือพัฒนาเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึกที่จะทำให้มีชัยเหนือคู่แข่ง
สาขาวิชานี้นักศึกษาจะได้เรียนรู้ ระบบทางวิทยาศาสตร์มาใช้ เพื่อออกแบบระบบฐานข้อมูล และสร้างอัลกอริทึม มาประมวลผลฐานข้อมูลที่ได้มา เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) และ ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ซึ่งทำให้โปรแกรมเมอร์ด้าน Data Science เป็นที่ต้องการขององค์กรระดับโลก และมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับโปรแกรมเมอร์สาขาอื่นๆ