โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รวบ ‘ใบเฟิร์น’ เน็ตไอดอลสาว หลอกลงทุนร้านทำเล็บ เสียหาย 10 ล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 พ.ย. 2566 เวลา 04.55 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2566 เวลา 04.55 น. • The Bangkok Insight

รวบกลางห้างดัง "ใบเฟิร์น" เน็ตไอดอลสาว หลอกลงทุนร้านทำเล็บ เหยื่อเสียหาย 10 ล้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สืบนครบาล และชุดสืบสวน สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ นำกำลังเข้าจับกุม "น.ส.มณฑิรา" หรือ "ใบเฟริน" (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 2 หมายจับ คือหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่จ.997/2566 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 66 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” (สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่)

และหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ที่ จ.1073/2566 ลงวันที่ 26 ต.ค.66 ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” (สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่)

สืบเนื่องจากตำรวจชุด PCT5 และชุดสืบนครบาล ติดตามไล่ล่า เน็ตไอดอลดัง อักษรย่อ บ. หลังตระเวนก่อเหตุหลอกลวงให้ลงทุนร้านตัดผมและร้านทำเล็บ โดยมีเหยื่อหลงเชื่อร่วมลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ด้วยน.ส.มณฑิรา เป็นหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาดีและยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ออกรายการทีวีต่าง ๆ ถ่ายแบบ เป็นอินฟลูเอนเซอร์ โปรไฟล์ IG มีผู้ติดตามกว่า 120,000 คน

ทั้งนี้ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและตัดสินใจโอนเงินไปร่วมลงทุนกับ น.ส.มณฑิรา แล้ว ก็ไม่ค่อยตอบข้อความ อ้างว่างานเยอะ ติดงานต่าง ๆ ส่วนสัญญาที่พิมพ์มาให้เซ็นก็ผิด ๆ ถูก ๆ หลายครั้ง และเมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินปันผลก็จะบ่ายเบี่ยงไม่จ่ายเงิน จนถึงช่วงปลายเดือน มิถุนายน 66 น.ส.มณฑิรา อ้างกับเหยื่อว่า บริษัทถูกยักยอกเงิน ทำให้ไม่มีเงินมาคืนให้กับผู้ร่วมลงทุน และหนีหายเข้ากลีบเมฆไป

กระทั่งบรรดาเหยื่อที่ร่วมลงทุนกับ น.ส.มณฑิรา ได้ทยอยเข้าแจ้งความ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ จำนวน 2 หมายจับ ซึ่งล่าสุดเหยื่อได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่าเจ้าตัวได้หลบหนีมากบดาลในพื้นที่กรุงเทพฯ

ตำรวจ PCT5 ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัว โดยมีเพียงเบาะแสว่า น.ส.มณฑิรา กินหรูอยู่สบายละแวกทองหล่อ ชุดสืบสวนตระเวนตรวจสอบแต่ยังคงไร้ร่องรอย กระทั่ง ได้เบาะแสจากสายลับว่า น.ส.มณฑิรา ควงหนุ่มอยู่ตามห้างดังในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงตระเวนกระจายกำลังตามห้างดังทั่วกรุงเทพ กว่า 5 วัน

ต่อมาวานนี้ (8 พ.ย.66) ชุดสืบสวนที่แฝงตัวอยู่ตามห้างได้พบตัวขณะกำลังเดินหาซื้อชุดว่ายน้ำกับหนุ่มชาวต่างชาติ จึงเข้าแสดงตัวและจับกุมตัว น.ส.มณฑิราได้ โดยจับกุมตัวได้ที่ห้างยูเนียนมอลล์ แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

จากการสอบสวน น.ส.มณฑิรา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่า ตนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เปิดร้านทำเล็บอยู่ จ.เชียงใหม่ ล่าสุดเข้ากรุงเทพฯ มาได้เป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว แต่ไม่ได้เป็นการหลบหนี ในทางคดีตนเปิดร้านทำผมและเล็บอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ เห็นว่ามีรายได้ดี จึงได้มาร่วมลงทุนร่วมกัน ร้านกู๊ดคัด โดยร่วมลงทุนรายละ 50,000-1,000,000 บาท และเปิดรับลงทุนร่วมรับจำนำของ

น.ส.มณฑิรา ให้การต่อว่า จากนั้นนำไปขายเพื่อนำเงินมาแบ่งกัน แต่ช่วงหลังกำไรน้อยมาก และซื้อสินค้ามาขายไม่ค่อยได้ ทำไห้ไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ร่วมลงทุน ส่วนร้านทำผมเนื่องจากหาช่างไม่ได้ และลูกค้าน้อย ทำให้ไม่มีเงินจ่ายให้กับผู้ร่วมลงทุน ตอนนี้ตนพยายามหาซื้อของแบบซื้อมาขายไป หวังว่าถ้ามีเงินก็จะนำไปทยอยคืนให้กับผู้เสีย หลังจับกุมตัว ได้นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า เรายังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา และจะมีการขยายผลการจับกุมโดยละเอียด ซึ่งจากข้อมูลที่ได้วิธีการที่ผู้ต้องหารายนี้ใช้หลอกลวง นั้นเริ่มจากการสร้างโปรไฟล์ให้มีความน่าเชื่อถือ ถ่ายภาพคู่รถหรู หรือดาราผู้มีชื่อเสียงคนอื่นๆ จากนั้นการหลอกลวงจึงทำได้ไม่ยากนัก

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวต่อว่า จึงขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชนยุคใหม่ว่า การร่วมลงทุนในโลกออนไลน์นั้นมีความเสี่ยง เพราะในปัจจุบันเหล่ามิจฉาชีพจะแฝงตัวอยู่ในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก การตรวจสอบความน่าเชื่อถือจากโปรไฟล์ในโลกออนไลน์นั้นยังไม่เพียงพอ จะต้องศึกษาหรือปรึกษาผู้มีความรู้ทางด้านการลงทุนให้ดีก่อน เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อ

"ขอเตือนไปยังเหล่ามิจฉาชีพทางออนไลน์ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการระดมปราบปรามผู้กระทำผิดทางออนไลน์อยู่ตลอด ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ฉะนั้นผู้ที่ยังทำหรือคิดจะทำขอเตือนว่า มันไม่คุ้มได้คุ้มเสีย เมื่อได้ลงมือก่อเหตุแล้วและมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วยังไงก็ต้องถูกจับกุม เพียงแต่จะช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง" ผบก.สส.บช.น. กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...