โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากประเด็นดราม่า “ควรลุกหรือไม่ลุก!” ที่นั่งบุคคลสำรองพิเศษ Priority Seat ที่ (อาจ) ไม่พิเศษอีกต่อไป

นิตยสารคิด

อัพเดต 11 ม.ค. 2567 เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 11 ม.ค. 2567 เวลา 02.19 น.
priority-seat-cover

ประเด็นข่าวที่เกิดมาขึ้นบ่อย ๆ บนรถไฟฟ้าแถมมีภาพถ่ายออกมาให้เห็นอยู่ตลอดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ก็คือการถกสนั่นของปัญหา “ที่นั่งบุคคลสำรองพิเศษ (Priority Seat)” บนระบบขนส่งมวลชนอย่างรถไฟฟ้ามหานครหรือเอ็มอาร์ที (MRT) และรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ที่ไม่ว่าใครที่ได้ใช้บริการ ต่างต้องเคยเห็นบริเวณที่นั่งพิเศษนี้อยู่ในทุกแถวและทุกตู้ของขบวนรถไฟฟ้าอย่างแน่นอน

ด้วยประเด็นดราม่ามากมายตลอดระยะที่ผ่านมาของที่นั่งสำรองนี้ ได้กลายมาเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานาของประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงบรรดาชาวโซเชียลฯ จนเกิดเป็นคำถามที่ว่า แท้จริงแล้ว…ที่นั่งพิเศษนี้มีไว้เพื่ออะไร และบุคคลใดสามารถนั่งได้บ้าง หากคนทั่วไปนั่งบริเวณที่นั่งสำรองนี้ถือเป็นการกระทำที่ผิดเลยหรือไม่ แล้วในทางกลับกัน ประเทศอื่น ๆ มีมุมมองเกี่ยวกับที่นั่งสำรองพิเศษอย่างไรกันบ้าง มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกับ Creative Thailand ได้เลย

roufignac / Flickr

โปรดเอื้อเฟื้อที่นั่งพิเศษแก่….
ในบรรดาระบบมวลชนขนส่ง ถ้าสังเกตกันดี ๆ ไม่ว่าจะบนรถเมล์ รถประจำทาง มินิบัส รถไฟฟ้า หรือรถไฟฟ้าใต้ดินจะมีที่นั่งที่เรียกว่า “Priority Seat” ไว้สำหรับให้บริการบุคคลกลุ่มพิเศษที่ต้องได้รับการดูแลโดยเฉพาะ อาทิเช่น เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ และพระภิกษุสงฆ์

คำว่า “Priority Seat” หากแปลความหมายตามตัว คำว่า “Priority” แปลว่า “ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก” และ “Seat” ก็แปลว่า “ที่นั่ง” ดังนั้น Priority Seat จึงมีความหมายว่า ที่นั่งที่ให้ลำดับความสำคัญก่อน หลายคนอาจรู้จักตามชื่อเรียกทั่วไปอย่าง “ที่นั่งพิเศษ” ทั้งนี้ ในปัจจุบันแม้จะมีที่นั่งพิเศษนี้แพร่หลาย แต่ก็ยังไม่มีกฎเกณฑ์จำกัดการใช้ที่นั่งพิเศษนี้อย่างเฉพาะเจาะจง ทำให้ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ที่นั่งดังกล่าวได้ เพียงแต่หากมีผู้ที่มีความสำคัญและความจำเป็นมากกว่าอย่างบุคคลที่ยกตัวอย่างไป ก็ต้องให้สิทธิ์แก่บุคคลนั้นก่อน

และในบางเวลาอย่างช่วงที่ขบวนรถไฟฟ้ามีผู้โดยสารจำนวนมากและเหลือที่นั่งพิเศษนั้น ความเป็นจริงแล้ว ผู้ใช้บริการทั่วไปก็สามารถนั่งที่นั่งดังกล่าวได้เช่นกัน เพื่อเป็นการเปิดที่ว่างด้านในให้ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ได้ขึ้นมาบนรถและเดินทางไปพร้อมกันได้ ทว่าในขณะเดียวกัน หากคุณเลือกนั่งในที่นั่งพิเศษอยู่ ก็ควรคอยสังเกตว่ามีบุคคลกลุ่มพิเศษหรือมีผู้ที่มีความจำเป็นในการใช้บริการมากกว่าขึ้นมาบนรถหรือไม่ หากมี จะต้องสละที่นั่งให้กับบุคคลนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน

MaedaAkihiko / Wikimedia Commons

โดยปกติ ที่นั่งพิเศษจะมีสัญลักษณ์อย่างภาพหรือข้อความระบุไว้อย่างชัดเจน เพื่อขอให้เอื้อเฟื้อที่นั่งแก่บุคคลกลุ่มพิเศษดังกล่าว และมักจะอยู่ใกล้กับประตูเข้า-ออก ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้บุคคลพิเศษสามารถเข้าและออกได้โดยง่าย

ในต่างประเทศ Kowloon Motorbus ได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์ในปี 2011 เกี่ยวกับที่นั่งพิเศษที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัยสำหรับบุคคลกลุ่มพิเศษใด ๆ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือ สตรีมีครรภ์ ซึ่งอาจเผชิญกับความไม่สะดวกเป็นพิเศษระหว่างการเดินทาง โดยที่นั่งพิเศษนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมแห่งการเสียสละและการเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ให้สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างปลอดภัยด้วยความสบายใจและสะดวกสบายโดยทัดเทียมกับบุคคลทั่วไป

อย่างไรก็ดี แนวคิด “ที่นั่งสำรองพิเศษ” นี้เกิดขึ้นครั้งแรกในทวีปยุโรปเหนือ ภายใต้หลักการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากสิ่งกีดขวาง เพื่อให้คนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้บริการรถสาธารณะได้อย่างสะดวก และด้วยความตั้งใจที่ต้องการปลูกฝังให้ประชาชนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่รู้จักเสียสละที่นั่งให้ผู้ที่มีความต้องการมากกว่าเช่นผู้สูงอายุ ซึ่งในช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา แนวคิดเกี่ยวกับที่นั่งพิเศษนี้ก็ได้แพร่กระจายไปยังประเทศอื่น ๆ

จากผลการสำรวจจำนวน Priority Seat ที่จัดทำโดยเว็บไซต์ The Active พบว่า รถไฟฟ้าบีทีเอสแบบตู้เก่า จะมีที่นั่งสำรองขบวนละ 24 ที่นั่ง ขณะที่รถไฟฟ้าบีทีเอสแบบตู้ใหม่ จะมีที่นั่งสำรองขบวนละ 12 ที่นั่ง ส่วนรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสายสีน้ำเงินขบวนเก่า มีที่นั่งสำรองขบวนละ12 ที่นั่ง สายสีน้ำเงินขบวนใหม่ มีที่นั่งสำรองขบวนละ 18 ที่นั่ง สายสีม่วงมีที่นั่งสำรองขบวนละ 18 ที่นั่ง และสายสีแดงมีที่นั่งสำรองขบวนละ 12 ที่นั่ง

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังได้เปิดตัวโครงการ “PAPA Care” หรือ Priority Accessible Purple Line Area เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกสาธารณะในกลุ่มผู้โดยสารรถไฟฟ้ามหานครหรือเอ็มอาร์ที (MRT) ในการสร้างสังคมที่คนทุกคนสามารถเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวกและปลอดภัยด้วยการเสียสละและเอื้อเฟื้อแบ่งปันที่นั่งให้แก่ผู้ใช้บริการที่เป็นผู้พิการ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และพระภิกษุสงฆ์ นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้โดยสารเป็นสตรีมีครรภ์ก็ได้มีการจัดแคมเปญมอบเข็มกลัด เพื่อให้เกิดการสังเกตเห็นได้ง่าย จนนำมาสู่การได้รับสิทธิ์ในการนั่งที่นั่งพิเศษตามมา พร้อมรณรงค์ผ่านการประกาศและการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ในสถานี เพื่อปลูกฝังและให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการสละที่นั่งให้แก่ผู้โดยสารที่มีความจำเป็นและต้องการความช่วยเหลือ และยังได่จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ในระบบรถไฟฟ้าอย่างเช่น ลิฟต์ และบันไดเลื่อน ที่ต้องให้สิทธิ์แก่ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้บริการก่อนเสมอ

Marc Baronnet / Wikimedia Commons

“ที่นั่งพิเศษ” ที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม
แนวคิดที่นั่งพิเศษ (Priority seat) ในแต่ละประเทศและวัฒนธรรมมีความแตกต่างกัน ทุกคนจึงมีมุมมองในเรื่องการสละที่นั่งที่แตกต่างกัน บ้างอาจรู้สึกซาบซึ้งใจเมื่อมีคนสละที่นั่งให้ แต่บ้างอาจรู้สึกว่าตนกำลังโดนดูถูก ลองมาสำรวจตัวอย่างเด่น ๆ ของแนวคิดที่นั่งสำรองที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ

เช่นเดียวกับประเทศอื่นทั่วโลก ระบบขนส่งมวลชนส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นมีที่นั่งที่ถือเป็นที่นั่งพิเศษหรือ 優先席 (Yuusenseki) โดยปรากฏครั้งแรกในชื่อ "ที่นั่งสีเงิน" สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ที่นั่งพิเศษ" และขยายขอบเขตไปยังสตรีมีครรภ์ เด็กเล็ก และที่นั่งสำหรับผู้ป่วยทั่วไปหรือผู้ป่วยที่ใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ ซึ่งแตกต่างจากที่นั่งสำรองของประเทศไทยที่ไม่ได้สงวนไว้ให้สำหรับพระภิกษุสงฆ์

โดยที่นั่งพิเศษนี้จะถูกจัดไว้ให้โดยเฉพาะ มีการแบ่งแยกสีและติดสัญลักษณ์อย่างชัดเจน เพื่อให้แตกต่างกับที่นั่งแบบปกติ เช่นเดียวกัน บุคคลทั่วไปสามารถนั่งบริเวณที่นั่งสำรองได้ โดยวัฒนธรรมการเสียสละที่นั่งของคนญี่ปุ่นนั้น จะมีการลุกให้นั่งก็ต่อเมื่อมีบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษขึ้นมาใช้บริการรถไฟ

การไม่สละที่นั่งให้กับผู้สูงอายุหรือเด็กบนรถไฟ อาจถือเป็นเรื่องจิตสำนึกที่ไม่เห็นแก่ผู้อื่น แต่ในธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น การไม่สละที่นั่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยผู้สูงอายุหลายคนเลือกที่จะยืนเพื่อแสดงว่าตนเองยังแข็งแรงอยู่ และในกรณีของเด็กนั้นยิ่งไม่จำเป็นต้องสละที่นั่ง เพราะชาวญี่ปุ่นถือว่าเด็กเป็นช่วงวัยที่แข็งแรงที่สุด และต้องฝึกฝนให้ช่วยเหลือตนเอง ทว่าก็ไม่ใช่ผู้โดยสารทุกคนที่จะทำตามธรรมเนียมดังกล่าวนี้

ด้วยความที่ไม่มีกฎหรือข้อบังคับในการใช้ที่นั่งสำรอง และเป็นเรื่องของความรู้สึกและวิจารณญาณของการอยู่ร่วมกันในสังคม ประเทศญี่ปุ่นจึงหาทางแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น สร้างแอปพลิเคชันจับคู่ให้คนที่อยากนั่งกับคนที่พร้อมจะสละที่นั่งได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนที่นั่งกัน หรือสำหรับผู้สูงอายุที่ดูอ่อนกว่าวัย จะมีการออกบัตร Silver Pass สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปีให้พกติดตัว เพื่อให้สามารถนั่งบริเวณที่นั่งพิเศษได้อย่างสะดวกกายสบายใจ

นอกจากนี้ ตามกฎพื้นฐานการใช้บริการรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นจะต้องปิดหรือห้ามใช้โทรศัพท์มือถือบนรถไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณรอบ ๆ ที่นั่งสำรอง เนื่องจากมีโอกาสที่จะส่งผลต่อเครื่องกระตุ้นหัวใจที่ไวต่อสัญญาณต่าง ๆ รวมถึงสัญญาณมือถือ อันจะส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจของผู้โดยสารที่กำลังป่วยและใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจอยู่ได้

Cfktj1596 / Wikimedia Commons

ทางด้านประเทศเกาหลีใต้ ประมาณ 30% ของที่นั่งรถไฟใต้ดินในเกาหลีนั้นเป็น "ที่นั่งพิเศษ" ในวัฒนธรรมเกาหลี การเสียสละที่นั่งให้ผู้อาวุโสถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดที่ว่า ถ้าไม่เสียสละที่นั่ง ก็อาจจะถูกตำหนิได้ ซึ่งที่นั่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่สงวนไว้สำหรับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นั่งสำหรับผู้พิการ เด็กเล็ก และผู้ที่เจ็บป่วยอีกด้วย

มากกว่านั้นเกาหลียังมีอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำที่สุดในโลก ดังนั้นประเทศจึงได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการสนับสนุนความช่วยเหลือแก่สตรีมีครรภ์ ซึ่งมักจะเผชิญกับความรู้สึกไม่สะดวกสบายและความท้าทายของระบบขนส่งสาธารณะ โดยทางการเกาหลีใต้ได้จัดทำ “ที่นั่งพิเศษสีชมพู” พร้อมข้อความว่า “นี่คือที่นั่งสำหรับตัวเอกในอนาคต” พร้อมเครื่องหมายสีชมพูหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ตุ๊กตาหมี ที่บ่งบอกถึงที่นั่งที่สงวนไว้สำหรับสตรีมีครรภ์เท่านั้น แม้ในชีวิตจริง การสละที่นั่งก็ยังขึ้นอยู่กับความตระหนักรู้ทางสังคมและความมีน้ำใจของผู้โดยสารแต่ละคนอยู่ก็ตาม

โดยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางการรถไฟฟ้าเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ได้จัดทำโครงการที่มีชื่อว่า “Pink Light” เพื่อให้ผู้โดยสารคนอื่น ๆ สามารถรับรู้ได้ว่า มีหญิงตั้งครรภ์ที่มีความจำเป็นต้องใช้ที่นั่งผ่านแท็กกระเป๋าที่มีชิปบลูทูธสำหรับพกติดตัว โดยข้างที่นั่งของสตรีมีครรภ์จะมีไฟสีชมพู ซึ่งจะทำการส่งเสียงสัญญาณต่อเมื่อมีคนท้องเดินเข้ามาในรถไฟฟ้าจากเครื่องส่งสัญญาณที่พกติดตัว ไฟสีชมพูนี้จะส่องสว่างเพื่อกระตุ้นให้คนที่นั่งอยู่สละที่นั่งให้นั่นเอง

แตกต่างจากไต้หวันและฮ่องกง ที่มีหลักปฏิบัติโดยทั่วไปที่ชัดเจนและเข้มงวดคือ บุคคลทั่วไปห้ามนั่งบริเวณที่นั่งพิเศษทุกกรณี แม้ว่าจะมีผู้โดยสารหนาแน่นก็ตาม

Spsmiler / Wikimedia Commons

ถัดมาที่ฝั่งยุโรป ประเทศอังกฤษมีมุมมองต่อการสละที่นั่งแตกต่างไปเช่นกัน โดยวัฒนธรรมการสละที่นั่งในอังกฤษ จะให้ความสำคัญกับผู้ที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง เราจึงอาจจะเห็นผู้สูงอายุที่ไม่ยอมนั่งบริเวณที่นั่งพิเศษ เนื่องจากผู้สูงอายุบางคนไม่ต้องการให้ใครมาสละที่นั่งให้ เพราะจะทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนโดนดูถูกและหาว่าอายุเยอะ แม้ว่าระบบรถไฟของ Southern Railway และ National Rail ของอังกฤษ จะมีการจัดทำบัตร Priority ขึ้นมา เพื่อให้บุคคลกลุ่มพิเศษที่มีความจำเป็นในการนั่งที่นั่งพิเศษใช้แสดงตนต่อผู้โดยสารคนอื่น ว่าตนมีสิทธิ์ใช้ที่นั่งพิเศษดังกล่าวได้ตามความสมควรก็ตาม

ตอกย้ำ! ประเด็นดราม่าในโลกโซเชียลฯ “ไม่ลุกให้นั่ง ผิดยังไง?!”
ในทางกลับกันของระบบขนส่งมวลชนบ้านเรา ที่การไม่สละที่นั่งพิเศษให้กับกลุ่มผู้ที่มีความต้องการพิเศษกลายเป้นที่จับจ้องจากสาธารณชนอยู่เสมอ จนกลายมาเป็นข้อถกเถียงกันในโลกโซเชียลฯ ที่มีชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความคิดเห็นกันอย่างร้อนแรงในเหตุผลของตน เช่น ยุคนี้ประเด็นเรื่องลุกให้นั่งยังมีอีกเหรอ หรือเสียเงินมาใช้บริการเหมือนกัน ทำไมจะต้องลุกให้นั่งด้วย และคำว่าเอื้อเฟื้อที่นั่ง ไม่ได้เป็นการบังคับ แต่ขึ้นอยู่จิตใจของคน และอื่น ๆ อีกมากมาย

Onur YÜKSEL / Pexels

แน่นอนว่า การที่คนทั่วไปมาใช้บริการและได้สิทธิ์ในการนั่งก่อนไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูกแต่อย่างใด เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ใช้บริการทุกคน ไม่มีข้อบังคับหรือข้อจำกัดในการใช้ที่นั่งใด ๆ เป็นพิเศษ ถึงกระนั้น “การเสียสละที่นั่ง” ก็ถือเป็นมารยาทและจิตสำนึกของแต่ละบุคคลที่ต้องรู้ได้ด้วยตนเอง เพราะหากมีบุคคลกลุ่มพิเศษที่มีความจำเป็นต้องนั่ง หรือหากนั่งแล้วสามารถลดความกังวลใจในเรื่องที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นกับผู้โดยสารคนนั้น ๆ หรือคนอื่น ๆ ก็ควรเสียสละและเอื้อเฟื้อไว้ก่อนน่าจะเป็นการดีที่สุด

ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงที่นั่งพิเศษเท่านั้น แต่เก้าอี้ทุกตัวในรถไฟขบวนนั้นควรสามารถเป็นที่นั่งพิเศษได้ทั้งหมด หากมีผู้โดยสารที่ต้องการที่นั่งขึ้นมาบนรถจริง ๆ ผู้โดยสารทุกคนก็สามารถสละที่นั่งให้กับผู้ที่ต้องการได้ เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยและสบายใจร่วมกัน ทั้งยังถือเป็นการแสดงน้ำใจให้เพื่อนร่วมทาง

…เพราะคงจะดีไม่น้อย หากเราได้อยู่ในสังคมที่การรณรงค์เรื่องที่นั่งสำรองพิเศษเหล่านี้ไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจ ความเสียสละ และความเห็นอกเห็นใจซึ่งเรามีให้แก่กันและกันอยู่แล้วนั่นเอง

ที่มา : บทความ “Priority Seat” โดย Academic Accelerator
บทความ “Amenities, customs unique to public spaces in S. Korea” โดย Yoon Min-sik
บทความ “Public Transportation Etiquette in Korea” โดย Visit Seoul
บทความ “Korea's 'Pink Light' Campaign Reminds Riders to Yield Seats to Pregnant Women” โดย Linda Poon
บทความ “Priority Seats in Japan” โดย Accessible Japan
บทความ “Train Manners and Awareness” โดย Keio
บทความ “Priority Seat” โดย BKKTrains
บทความ “รฟม. เปิดตัวโครงการ PAPA Care ส่งเสริมจิตสำนึกสาธารณะให้ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT เอื้อเฟื้อที่นั่งแก่กลุ่มบุคคลพิเศษ สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย” โดย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
บทความ “Priority seat ที่นั่งพิเศษ ที่ไม่พิเศษ” โดย พิชญาพร โพธิ์สง่า
บทความ “ประเด็นเรื่อง“การสละที่นั่ง”แต่ละประเทศคิดไม่เหมือนกัน” โดย จารุวรรณ สุทธิธนกูล
บทความ “ที่นั่งสำรองพิเศษ เราควรนั่งหรือปล่อยให้ว่าง: กรณีศึกษาจากประเทศญี่ปุ่น” โดย Katto Panarat
“ดราม่าถกสนั่น! ไม่มีใครลุกให้ ‘พระ’ นั่งบนรถไฟฟ้า สรุปที่นั่งสำรองใครนั่งได้บ้าง?” โดย ข่าวสดออนไลน์

เรื่อง : ณัฐธิดา คำทำนอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

เปิดลิสต์ “ขนมลดน้ำหนัก” กินอร่อย อิ่มนาน ช่วยคุมหิวแบบไม่รู้สึกผิด

PPTV HD 36

Harvard จำกัดเกรด A แบบ 20%+4 — เมื่อ GPA เริ่มบอกความเป็นเลิศไม่ได้อีกต่อไปแ

Eduzones

บรรจุภัณฑ์ระส่ำ

ประชาชาติธุรกิจ

กสิกรไทยเกาะเทรนด์แอโรบิกจัด “ฟิตทุกพุธ พิชิตหุ่นปัง สังคมสุขภาพดี”

ประชาชาติธุรกิจ

คนเปลี่ยนงานบ่อยได้เปรียบ ขึ้นเป็น CEO ง่ายกว่าลูกหม้อในองค์กร

กรุงเทพธุรกิจ

จากจอสู่ชีวิตจริง นิทรรศการ Gohan Station ชวนขึ้นรถไฟไปหา “โกฮัง” และส่งต่อรักให้เพื่อนสี่ขา

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...