โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หนังเดินทางได้ ฝันใหม่ของ ‘กุลเทพ นฤหล้า’ จาก Benetone กับการทำหนังผสานวัฒนธรรมไทย-อินเดีย Congrats My Ex!

TODAY

อัพเดต 14 พ.ย. 2566 เวลา 02.33 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2566 เวลา 06.19 น. • workpointTODAY

อุตสาหกรรมบันเทิงไทยกำลังไปได้สวย โดยเฉพาะหมวดหมู่ภาพยนตร์ สังเกตได้จากมูลค่ารายได้ภาพยนตร์ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ที่แตะหลักร้อยล้านไปมากกว่าหนึ่งเรื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ตลาดภาพยนตร์ไทยยังเป็นตลาดระดับประเทศ และภูมิภาคบางส่วน ซึ่งเราต่างรับรู้กันดีว่าหลายชาติกำลังส่งออกภาพยนตร์ออกนอกแผ่นดินตัวเอง ที่ทำมานานแล้วก็เห็นได้จากฮอลลีวูด หรือ K-Drama เพราะการส่งออกภาพยนตร์สู่ตลาดนานาชาติก็เป็นทางหนึ่งในการขยายกลุ่มผู้บริโภคให้กว้างขึ้น ตามมาด้วยมูลค่าภาพยนตร์ที่สูงตาม

การสร้างหนังที่เดินทางได้จึงเป็นหนทางขยายกลุ่มผู้ชม และแนวคิดนี้เองได้กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “Congrats My Ex! ลุ้นรักป่วน ก๊วนแฟนเก่า” ภาพยนตร์รอม-คอม ผลงานแรกของ Benetone Films ภาพยนตร์สัญชาติไทยที่ฉายวัฒนธรรมอินเดียผ่านการแต่งงาน และกำลังตกอยู่ในความสนใจจากแฟนหนังนานาชาติอยู่ขณะนี้

TODAY พูดคุยกับกุลเทพ นฤหล้า ผู้บริหารบริษัท Benetone Films ผู้เป็นทั้งมันสมองและความสำเร็จในอุตสากรรมบันเทิงระดับโลกในประเทศไทยมากว่า 20 ปี ถึงเส้นทางการเข้าสู่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ แนวคิดจากคนทำหนัง และความหวังที่ส่งไปพร้อมกับผลงาน

ภาพยนตร์สัญชาติไทยที่ฉายวัฒนธรรมอินเดียผ่านการแต่งงานที่กำหนดสตรีมวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ทาง Prime Video

เล่าสักนิด Benetone Films คือใคร

จริงๆ Benetone อยู่ในอุตสาหกรรมมา 20 ปีแล้ว เริ่มจากทำธุรกิจ Production Service คือการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย การถ่ายทำหนังต่างประเทศในประเทศไทยถ้าเราดูสถิติปีนี้มีมูลค่า 6 พันล้าน เป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างใหญ่ แต่เงียบ คนไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ เราเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2003 นับมาถึงปีนี้ 20 ปีพอดี

ขาที่สองที่เราทำคือ Advertising Production House เราทำทั้ง 2 อย่างนี้ และทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ แต่ว่า Advertising ของเราส่วนใหญ่ก็จะเป็นโฆษณานอกที่มาถ่ายทำในประเทศไทย มันก็ค่อนข้างคลุกคลีกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์นอกหรือคอนเทนต์นอกที่มาถ่ายทำในประเทศไทยส่วนใหญ่ นั่นคือหลักๆ ที่เราทำมา

คุณเคยเป็นคนกรุยทางให้กับหนังต่างประเทศมาหลายปี ทำไมวันนี้ถึงเลือกมาทำหนังของตัวเอง

ไม่ได้อยู่ดีๆ แล้วมาเป็นหรอก มันเป็นการเดินทางและยุทธศาสตร์ของเราอยู่แล้ว พูดกันตรงๆ เราไม่ได้มาจากสายภาพยนตร์เลย แต่เราเข้ามาอยู่ในอุตสาหกรรมนี้แล้วเราก็ทำมาเรื่อยๆ และมันก็ประสบความสำเร็จมาเรื่อยๆ จนมาถึงจุดนึงเราก็คิดว่า ‘What’s next’ แล้วขั้นต่อไปของเรามันจะอยู่ตรงไหน

ถ้ามองภาพสมัยก่อนคือเราเป็นคล้ายๆ OEM (Original Equipment Manufacturer) ผลิตให้กับคนอื่น แต่ว่าขบวนการผลิต กรรมาวิธีการผลิตมันก็เหมือนกัน และเราก็ทำมาหมดแล้วทั้งสเกลเล็กสเกลใหญ่ เป็นการเดินทางของเราที่เราทำมาถึงจุดที่เราจะต้องทำคอนเทนต์ของเราเอง เพราะอะไรนะเหรอ? เพราะถ้ามาในกลยุทธ์ของเรามันเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับบริษัท เพิ่มทรัพย์สินทางปัญญา มีคลังของเนื้อหาอะไรต่างๆ มันเป็นสิ่งที่เราต้องการจะอัปเลเวลขึ้นไป ทุกวันนี้ Production Service ยังคงเป็นสิ่งที่เราทำอยู่ แต่นี่ก็เป็นธุรกิจใหม่ที่เราเพิ่มเติมเข้าไปในการทำเนื้อหาต้นฉบับ มองไปอีกระดับหนึ่งมันก็ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ เราจะมาทำหนัง เรามองเห็นกลยุทธ์เมื่อ 5-6 ปีก่อนว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการตลาด การเปลี่ยนแปลงด้านการบริโภคเนื้อหา เปลี่ยนแปลงด้านการกระจายของเนื้อหา และเราเห็นเทรนด์ของหนังไทยที่เราคิดว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เราก็เลยมองว่ามันเป็นจุดที่ดีที่เราจะเข้าไปในตลาดนี้ เพราะถ้ามองก่อนหน้านั้นประมาณ 10-15 ปีก่อน การกระจายตัวของคอนเทนต์ไทยมันค่อนข้างจำกับในตลาดภายในประเทศ หรือตลาดระดับภูมิภาคที่ยังมีอยู่บ้าง พอเอาไปขายในตลาดโลกคุณค่าก็ไม่ได้สูงขนาดนั้น แต่ ณ ตอนนี้มองว่าการที่จะไปเปิดคอนเทนต์ไทยในตลาดโลกมันค่อนข้างที่จะกว้างขวางขึ้น

อีกทั้งรูปแบบของกลุ่มผู้ชมเปลี่ยนแปลงไป อย่างสมัยก่อนคนอาจจะแค่ดูคอนเทนต์ของประเทศตัวเองหรือคอนเทนต์ของฮอลลีวูด เพราะฮอลลีวูดมันมาแรงอยู่แล้ว แต่นอกจากนั้นคนไม่ได้บริโภคคอนเทนต์ชาติอื่น แต่เราเริ่มเห็นแล้วว่าตอนนี้ผู้บริโภคเขาเริ่มหาอะไรใหม่ๆ กลุ่มคนที่มีเทสต์ในการเสพคอนเทนต์ เทสของฉันคือชอบดูหนังแบบนี้ แต่ไม่ได้แปลว่าฉันต้องดูหนังจากประเทศนี้แต่ฉันชอบดูหนังประเภทนี้ มีคอนเทนต์อะไรอยู่ตรงนั้นแล้วฉันดูแล้วฉันชอบมันจะมาจากประเทศไหนก็ได้ ซึ่งผมมองว่าคอนเทนต์ไทยมันเดินทางได้ มันมีความเป็นสากลอยู่ในระดับนึงเราก็เลยมองเห็นโอกาส ในสเต็ปต่อไปเราจะขยายไปในระดับภูมิภาค ผลิตคอนเทนต์ร่วมกันกับอินเดียหรือกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ได้ เรามีการคุยกันอยู่ มันเป็นการขยายการตลาดโดยใช้ศาสตร์ของการเป็น OEM และ Production Service ที่เราเคยทำกับลูกค้าของเราทั่วโลกทั้งอินเดีย อเมริกา ยุโรป จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เที่ยวที่ผ่านมาผมทำ Production Service มาเกือบ 150 กว่าเรื่องทำโฆษณามาก็พันกว่าเรื่อง เราเอาตรงนั้นมาผนวกกับศาสตร์เอาเข้ามาอยู่ในคอนเทนต์ไทยให้มันสามารถเดินทางได้ มันก็เป็นกลยุทธ์ผสมกันทั้งหมด

นอกจากจะเป็นคนของสองวัฒนธรรมไทย-อินเดีย มีเหตุผลอื่นอีกไหมที่ต้องการทำหนังผสมรวมสองวัฒนธรรม

จุดเริ่มต้นของหนังเรื่องนี้มาจากการที่เรามองว่าเราจะทำหนัง พอทำหนังเสร็จแล้วก็มีการคุยกันกับทีมครีเอทีฟเป็นขั้นตอนปกติ ตอนนั้นพูดว่าเราจะทำหนังอะไรกันดีเสนอมาเยอะนู้นนี่นั่น สุดท้ายก็มีไอเดียโรแมนติก-คอมเมดี้ขึ้นมาเป็นไอเดียของเรื่อง ‘แฟนเก่า’ ที่มันมีคอนเซปต์ของเรื่องคือการไม่มูฟออน มีอยู่ครั้งนึงที่ผมเคยพูดถึงเรื่องส่วนตัวที่มีคนมาถามผมบ่อยๆ ว่า “เห้ยพวกยูอะแต่งงานกัน 3 วัน 5 วัน ทำอะไรกันวะ” ก็เลยคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าเราเอาคอนเซปต์(แฟนเก่า)ผนวกกับความเป็นอินเดียแล้วเอาฉากหลังเป็นสถานการณ์การแต่งงานแบบอินเดียมันน่าจะเป็นอะไรที่ใหม่ และยังไม่เห็นในวงการภาพยนตร์ไทย ก็เป็นจุดเริ่มที่เราคิดคอนเซปต์ตรงนี้ขึ้นมา

การเอาคอนเซปต์อินเดียเข้ามาไม่ได้มีเจตนาที่จะดึงความเป็นวัฒนธรรมอินเดียเข้ามา แต่เรามองว่ามันเป็นธรรมชาติของวัฒนธรรมอินเดียให้มาอยู่ในเรื่องราวของเรา แต่สิ่งที่สำคัญคือทุกสิ่งที่เราเล่าในหนังเรื่องนี้มันต้องดูสมจริง ไม่ใช่เฟคอินเดียน หรือเฟคไทย วัตถุประสงค์มันชัดเจนว่านี่คือหนังไทยนะ แต่มีองค์ประกอบเป็นนานาชาติ และความนานาชาตินั้นก็คือสิ่งที่มีอยู่ในอินเดีย เราก็มองว่าในเมืองไทยมันจะมีใครอีกที่จะสามารถเล่าได้ดี อย่างสมมติการถ่ายทำฉากพิธีแต่งงานผมไปเอาพราหมอินเดียมาดูว่าเราทำทุกอย่างถูกต้อง ทั้งพิธีและขั้นตอนเอาที่ปรึกษาชาวอินเดียเข้ามาดูทุกอย่าง ทุกอย่างต้องเรียล ต้องถูกต้อง แล้วผสมผสานพวกนั้นเข้าไป วัฒนธรรมย่อยอินเดียเราก็ไปถ่ายในโลเคชั่นที่มีความอินเดียของกรุงเทพจับผสมมาในหนังให้ดูธรรมชาติเข้ากับเรื่องราว

และแน่นอนเมื่อมีกลิ่นอายของความเป็นอินเดียแล้ว ในหนังของเราก็มี Song & Dance ด้วย อันนี้ต้องมี ไม่มีไม่ได้ในหนังเรื่องนี้ ซึ่งไบรท์-เบลล่าเขาเต็มที่มาก ต้องรอดูเพราะสวยงามและอลังการจริงๆ ผมไปเอานักออกแบบท่าเต้นมาจากอินเดีย เพลงเราก็ไปทำที่อินเดียมา และเป็นเสียงออริจินัลจากอินเดียเลย

ช่วงนี้เราพูดถึง Soft Power เยอะมากจริงๆ ในมุมมองของผู้มีประสบการณ์โดยเฉพาะในอินเดียที่มีอุตสาหกรรมภาพยนตร์ใหญ่แยู่แล้ว มันมีพื้นที่มากแค่ไหนสำหรับภาพยนตร์ต่างประเทศที่จะเข้าไปในประเทศ

คอนเทนต์อินเดียมีความแข็งแรงกับผู้บริโภคในประเทศมากอยู่แล้ว การบริโภคเนื้อหาในตลาดภาพยนตร์ของอินเดียก็มีฮอลลีวูดเข้าไปด้วย แล้วคนอินเดียที่ไม่ได้ดูแค่หนังอินเดียอย่างเดียวก็มี ไม่ได้แปลว่าตรงนี้สำคัญกว่าตรงนั้นไม่ใช่นะ หนังอินเดียมันเป็นวัฒนธรรมของเขาซึ่งเขาดูอยู่แล้ว คอนเทนต์อินเดียก็มีคอนเทนต์ดีๆ ไม่ใช่แค่หนัง แต่ยังมีซีรีส์ที่พัฒนาไปไกลมากทั้งคุณภาพดีและสตอรี่ ถ้ามีโอกาสได้ดู Prime Video ก็มีเยอะเลย เพราะ Prime Video เขาเป็นอันดับ 1 ในอินเดีย ณ วันนี้คอนเทนต์เกาหลีเขาไปในอินเดียแล้วนะ ก็เป็นตัวอย่างที่น่าจะจุดประกายให้ไทยคอนเทนต์ได้รับความสนใจในอินเดียด้วย

ถ้าเรามองในตลาดไทยเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียค่อนข้างเยอะเป็นอันดับ 2 แต่เขาเคยดูคอนเทนต์ไทยไหม ไม่เคยดู เพราะมันไม่เคยมี หรือมันอาจจะไม่ได้รับความสนใจอะไรก็แล้วแต่ ปัจจัย หรือการจุดประกายมันไม่เหมือนกัน เราก็หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นฉนวนให้ได้รับความสนใจขึ้นมา แล้วเดินทางได้

ผมมองว่าซอฟต์พาวเวอร์มันไม่ได้มาจากการยัดเยียดอะไรให้เขา มันมาจากการที่เราเริ่มดูแล้วเราสนใจ แฟนคลับของไบรท์-เบลล่าเยอะมากในอินเดีย ผมยังแปลกใจเลย มีคอมเมนต์จากโซเชียลที่เราไปอ่านหลังจากปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์มันสร้างพลังบวกมาก เขากรี๊ดๆ กันทั้งนั้นเลย ไบรท์แต่งชุดอินเดียแล้วหล่อมีความเป็นธรรมชาติมาก สิ่งที่ผมภูมิใจคือคอมเมนต์ที่เขาเห็นชุดอินเดียในตัวอย่าง 30 วินาทีแล้วเขาบอกว่า ‘ใช่เลย’ มันเรียลมาก ไม่ได้ดูเฟคอินเดียน ในตัวอย่างมีกลิ่นของเพลงอินเดียนิดหน่อยด้วย เขาบอก “นี่ยูจะทำแบบออริจินัลซาวด์แทรกของอินเดียในหนังไทยเลยเหรอ”

ผมมองว่าการทำฉากหลังเป็นอินเดียมันยังใส่ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยได้ในมิติมันเป็นหนังของไทยแค่พื้นหลังเป็นอินเดีย ซอฟต์พาวเวอร์ก็คือหนังไทย คือนักแสดงไทยที่ได้เดินทางไปกับหนัง สุดท้ายมันก็จะเป็นการร่วมกัน ผมมองว่าวิวัฒนาการของซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่แค่การเสพคอนเทนต์อย่างเดียว ในทางเทคนิคการจะมาร่วมกันทำหนังในอนาคต นักเขียนมาเขียนร่วมกัน นักดนตรีมาร่วมกัน มันขยายจักรวาลของมันอีกยาวไกล

เราจะขายความไทยให้อินเดียยังไงบ้าง เพราะจริงๆ ไทยก็เป็นจุดเช็คพอยท์การแต่งงานของชาวอินเดียอยู่แล้ว

เราเอาความสนุก ความเฮฮาก่อน แต่เราขายการแต่งงานแน่นอน ที่อยากจะเน้นและหวังว่ามันจะเกิดขึ้นคือการทำให้เขาจดจำได้ว่าหนังไทยมีคุณภาพ เป็นหนังที่น่าดู น่าติดตาม น่าชม และไม่ได้จบแค่หนังเรื่องนี้ อยากให้เขาสำรวจหนังไทยมากขึ้นให้หนังไทยมันเข้าไปยังตลาดที่ค่อนข้างใหญ่และมีผู้บริโภคสูงมากๆ ได้ นี่คือความคาดหวังของผม หนังมันไม่ได้ขายสถานที่ท่องเที่ยวหรืออะไรหรอก มันเป็นเรื่องราวที่น่ารัก เป็นสตอรี่ที่ดูเพลิน และน่าติดตาม ตรงนี้คือสิ่งที่เราอยากขาย ผมไม่ได้ทำหนังมาเพื่อจะขายบางอย่าง แต่ผมมองว่าทุกอย่างมันจะตามมาเมื่อคนดูแล้วมันสนุก ยกตัวอย่างสถานที่ถ่ายทำเราไปถ่ายที่หัวหิน คนดูก็อาจจะคิดว่าหัวหินมันมีแบบนี้ด้วยเหรอ โรงแรมที่เราไปถ่ายก็คงได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ การแต่งงานก็ได้รับความนิยมขึ้นมาอีก คนไทยก็อาจจะรู้อะไรมากขึ้นมันก็ดีต่ออุตสาหกรรม เป็นเม็ดเงินที่จะไหลเข้ามา

เบลล่า-ไบรท์ ทำไมต้องเป็นนักแสดงสองคนนี้

เพราะเขียนบทมาแล้วใช่เลย คนแรกที่เราเข้าหาก็คือเบลล่า เราเคยร่วมงานกับเบลล่ามาก่อนแล้วในสายโฆษณา ดราฟต์แรกของบทที่เราเขียนมาเป็นของนักเขียนอินเดียที่อยู่อเมริกา เราให้เขาเขียนดราฟต์ขึ้นมาก่อน พอเราคิดคอนเซปต์กับไอเดียขึ้นมาแล้ว เรายังไม่มีนักเขียนไทย เราก็ให้นักเขียนอินเดียที่เขาอยู่อเมริกามา 20 กว่าปีที่เราไปดึงตัวเขาให้เขาเขียนดราฟต์แรก เขียนพล็อต เขียนสกรีนอะไรมา แล้วเอามาให้พี่ตุ๋ย (พฤกษ์ เอมะรุจิ) บอกว่า “พี่เรามีโปรเจคนี้” พี่ตุ๋ยก็สนใจมาก เพราะว่ามันเป็นหนังไทยที่เอาความเป็นอินเดียเข้ามาในหนังเป็นอะไรที่สดใหม่มากๆ แกก็เลยเอามาอแดปต์เปลี่ยนให้มันเข้ากับความเป็นหนังไทย เราก็เก็บองค์ประกอบที่คิดว่ามันใช่ในโครงสร้างดราฟต์แรกเข้ามาอยู่ในดราฟต์ปัจจุบัน หลังจากที่เราเขียนเสร็จหน้าเบลล่าลอยมาเลย ก็เลยไปทาบทามมาโชคดีที่เขาชอบคอนเซปต์เลยตอบรับโปรเจค หลังจากนั้นเราก็ไปดึงตัวไบรท์ ไบรท์ตอนนั้นมาแรงแล้ว แต่ตอนนี้ยิ่งแรงสุดๆ เราก็อยากได้เขามาแสดงมากๆ เพราะคาแรคเตอร์มันเหมาะกับเขา ก็ไปคุยกับไบรท์เขาก็ชอบโปรเจคนี้ เลยเพอร์เฟคและแมทช์มากๆ เลย

จากที่ฟังมาหนังต้องสนุกมาก แล้วในกองถ่ายบรรยากาศสนุกเหมือนในหนังไหม

บรรยากาศในกองถ่ายสนุกสนานมากๆ มันเป็นโปรเจคที่ผมมีความสุขมาก เราทำมาร้อยกว่าโปรเจค มีสนุกบ้าง ไม่สนุกบ้าง แต่ว่าโปรเจคนี้ผมออกกองไปนั่งอยู่กับผู้กำกับทุกวันเลย เพราะทุกคนมาด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ทุกคนมาด้วยความสุข ตั้งแต่นักแสดง ทีมงาน ทุกคนในกองสนุกและมีความสนิทสนมกัน เหนื่อยก็ไม่เป็นอะไร ถ่ายทำกัน 2-3 ชั่วโมง อยู่กัน 2-3 วันก็กลับก็ไม่เป็นไร ทุกคนเหนื่อยแต่สนุก และมีความสุข แล้วเราทำงานกันแบบผู้เชี่ยวชาญ ทำงานเป๊ะ ทำงานวันละ 12 ชั่วโมงก็คือจบ ระบบของเรามันเป็นแบบนานาชาติอยู่แล้ว เราก็เดินระบบไปตามนั้น โอเคมันอาจมีบางวันที่เรารู้ว่าจะใช้เวลาถ่ายทำเกินเวลา เราก็วางแผนไว้แล้วว่ามันจะต้องเกิน มีวันนึงโดนฝนไปอีกชั่วโมงหรือ 2 ชั่วโมงอันนั้นเราทำอะไรไม่ได้ แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วเวลาและทุกอย่างมันลงตัวมากๆ

มันมีอะไรอีกที่น่าสนใจ

อีกเยอะเลยแหละ มันมีความแปลกใหม่ ความสดใหม่ ได้ดูวัฒนธรรมอินเดียที่เราอาจจะติดภาพบางอย่าง ลึกผมอยากเปลี่ยนภาพพจน์ของหลายคนที่มองหนังอินเดียว่ายังเต้นกันสามภูเขา ยังวิ่งเต้นกันอย่างนั้น มันไม่ใช่นะ คอนเทนต์ของอินเดียมันไปไกลแล้ว หรือวีถี พิธีกรรมของชาวอินเดียเป็นอย่างไร หนังเรื่องนี้เราไม่ได้มาเล่าทำนองนั้น แต่มันจะมีความเป็นธรรมชาติของมันออกมาว่า ธรรมชาติของเขามันเป็นยังไง ผมยังจะเปลี่ยนภาพพจน์นั้นแม้ไม่ได้เป็นวัตถุประสงค์หลัก มันเป็นผลพลอยได้ เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ขณะเดียวเรามองว่าผู้ชมภาพยนตร์ชาวไทยจะได้อะไรจากตรงนั้น สำหรับผู้ชมอินเดียผมก็อยากได้วัตถุประสงค์ตรงจุดนี้เหมือนกัน ว่าภาพพจน์ของไทยในอินเดียจะเป็นยังไง มันเหมือนกับเราอยากให้อีกคนๆ นึงมองเรายังไง ผมเป็นคนไทย เกิดในเมืองไทย แต่สัญชาติอินเดีย ผมเคยเรียนอยู่อินเดียและเมืองไทย เพราะงั้นผมมองจะมองโลกออกเป็น 2 มุมมองตลอดเวลา เป็นมนุษย์ที่ชอบวัฒนธรรมอยู่แล้ว ถึงทำงานกับคนทั่วโลกได้เพราะเราปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมของเขาได้ หลายครั้งมันจะมีการมองที่มันไม่ใช่ แต่ถ้าคุณได้มาสัมผัส ไ้ด้มาเห็นจริงๆ มุมมองคุณจะเปลี่ยนแปลงไป ลึกๆ ก็มีความคิดนั้นอยู่ในหนังเรื่องนี้

สปอยหน่อยได้ไหม อนาคต Benetone จะมีโปรเจคอะไร

ยังสปอยไม่ได้ แต่ว่ามีแน่นอน หนึ่งในดีเอ็นเอของเราคืออยากทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ที่มันสามารถเดินทางได้ เป็นคอนเทนต์ที่เราอยากจะใช้ ‘Know how’ ร่วมกับประสบการณ์ที่เราได้ทำงานกับสายผลิตระดับนานาชาติ เราอยากจะให้งานของเราสามารถร่วมกันกับความสามารถระดับนานาชาติ คงไม่ได้หมายถึงนักแสดงเพียงอย่างเดียว แต่ร่วมมือในหลากหลายมิติได้ อาจจะร่วมมือด้านการทำเพลง ร่วมมือหลังการผลิต ตากล้อง การเขียนสคริปต์ หรืออะไรก็แล้วแต่ มายเซ็ตของเราค่อนข้างเป็นโกลบอลมายเซ็ต เพราะงั้นเราเลยอยากแปลมันออกมาในรูปแบบของคอนเทนต์ต่างๆ เป็นอะไรที่ค่อนข้างตื่นเต้น และแตกต่างซึ่งเราก็กำลังปั้นกันอยู่ หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากผู้ชม และเราก็จะสามารถนำพาให้คอนเทนต์อื่นๆ สามารถเดินทางไปในทิศทางนี้ต่อไปได้

“Congrats My Ex! ลุ้นรักป่วน ก๊วนแฟนเก่า” ภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้ ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอินเดีย-ไทย ตัวภาพยนตร์บอกเล่าถึงความอลเวงในงานแต่งของชาวอินเดียเมื่อแฟนเก่าของออแกไนซ์ผู้รังสรรค์งานแต่งต้องมาเจอ ร่วมทับนักแสดงไทย-บอลลีวูดมากฝีมือทั้ง เบลล่า–ราณี และ ไบร์ท–วชิรวิชญ์ ใบเฟิร์น–พัสกร, ปิงปอง– ธงชัย มาแฮร์ แพนดิ และ แอนนาฮีตา บูชาญ รับชมพร้อมกัน 16 พฤศจิกายนนี้ที่ Prime Video

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...