โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ย้อนเวลาไปโลกคู่ขนาน (ของหลานแม่มะลิ)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 08.38 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 08.38 น. • สายลมที่จางไป
ข้าวหอม รัชชานนท์ (เหลนรุ่นที่18ของแม่มะลิ) สายเลือดบริสุทธิ์หนึ่งเดียวของตระกูลรัชชานนท์ ต้องข้ามเวลาไปอยู่ในโลกคู่ขนานเพราะความผิดพลาดของเทพชะตาที่พาคู่แท้ของเธอไปเกิดผิดที่ ผิดยุคและผิดเวลา

ข้อมูลเบื้องต้น

ข้าวหอม รัชชานนท์ หลานสาวที่ตระกูลรัชชานนท์รอมานานกว่า18รุ่น สายเลือดบริสุทธิ์ที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลรัชชานนท์ต้องข้ามมิติเวลาไปโลกคู่ขนานของจีนเนื่องจากเทพชะนตาทำงานผิดพลาด ทำให้คู่แท้ของเธอหลุดไปเกิดใหม่ที่นั่น

เธอที่เป็นเด็กเรียบร้อยเหมือนผ้า (ยับๆ ) ที่พับไว้ก็ไม่เสียเวลาคิดอะไรตอบตกลงไปเกิดใหม่เพื่อคู่แท้ของเธอทันทีพร้อมกับของวิเศษที่ตกทอดกันมาในตระกูลรัชชานนท์

[นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการ หากชื่อ นามสกุลไปซ้ำกับใครก็ขออภัยมาด้วยนะคะ, , ก่อนอ่านนิยายเรื่องนี้ขอให้ทุกคนทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า นี่คือนิยาย\! นิยาย\! นิยายจ้า\!, , นิยายคือเรื่องที่แต่งขึ้นไม่ใช่ชีวิตจริง อย่าถามหาความสมเหตุสมผลเพราะมันคือนิยาย อ่านเอาสนุก อ่านคลายเครียด อย่าจริงจังกับนิยายให้มาก, , หากไม่ชอบนิยายเรื่องนี้ไม่ต้องบั่นทอนกำลังใจด้วยคอมเม้นแย่ๆ แต่สามารถกดออกไปหาเรื่องที่ตรงใจ ตรงกับความชอบของท่านอ่านใหม่ได้เลยจ้า, , แต่ถ้าชอบรบกวนกดให้กำลังใจหรือคอมเม้นบอกกันได้นะคะ, , ## บทนำ, , ทายาทสายเลือดบริสุทธิ์คนสุดท้ายที่เหลือของตระกูลรัชชานนท์ต้องถูกยิงตายยกครอบครัวเพียงเพราะว่าความลับที่เก็บซ่อนมานานถูกคนในตระกูลรัชชานนท์สายอื่นล่วงรู้เข้า, , ทำให้ข้าวหอม หรือ นางสาวกชกร รัชชานนท์ หญิงสาวสายเลือดบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวที่เกิดมาโดยวิธีการธรรมชาติ เป็นคนในคำทำนายของตระกูลรัชชานนท์ที่ว่าจะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์และมากความสามารถ ทำให้ญาติพี่น้องที่แยกสายตระกูลกันออกไปเกรงว่าครอบครัวนี้จะรุ่งเรืองมากกว่าตนจึงส่งมือปืนมาจัดการสองสามีภรรยาผู้เป็นพ่อแม่ของข้าวหอม แต่ในขณะที่คนร้ายลงมือข้าวหอมก็กลับมาที่บ้านพอดี ทำให้มือปืนยิงข้าวหอมไปด้วยอีกและและทำลายหลักฐานโดยการเผาบ้านที่ครอบครัวนั้นอาศัยอยู่ซึ่งก็เป็นบ้านสายหลักหรือบ้านใหญ่ของตระกูลรัชชานนท์แต่ดั้งเดิมนั้นเอง, , เมื่อสายเลือดที่แท้จริงเสียชีวิตไปแล้วของวิเศษทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยได้รับจากแม่มะลิในอดีตก็ถูกเรียกคืนทั้งหมด บ้านที่เคยใหญ่โตทนทานและมีสิ่งวิเศษอยู่ด้านในก็พังทหลายลงพร้อมๆ กับชีวิตของข้าวหอมที่ดับสิ้น, , เมื่อเสียชีวิตไปแล้วข้าหอมก็ได้มาพบเจอกับชายชราคนหนึ่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในดินแดนหลังความตาย ได้รับข้อเสนอให้ไปเกิดใหม่ในโลกคู่ขนาดเพื่อพบเจอเนื้อคู่ที่แท้จริง แต่ด้วยเพราะข้าวหอมเป็นทายาทผู้หญิงสายเลือดบริสุทธิ์เพียงหนึ่งเดียวของตระกูลรัชชานนท์จึงเคยได้อ่านจดหมายที่ย่าทวดมะลิเขียนไว้ การต่อลองระหว่างดวงวิญญาณกับเทพชะตาจึงเกิดขึ้น, , "ย่าทวด ย้ำไว้ว่าเราต้องได้ของตอบแทนจากการผิดพลาดของเทพให้มากที่สุด ให้สมกับที่เขาทำงานผิดพลาด แต่หากดูว่าการต่อลองจะไม่เป็นผลก็ต้องเรียกร้องเอาของที่ย่าทวดเคยได้รับไปด้วยให้ได้\!", , '''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''''', , อยากจะบอกว่านิยายเรื่องนี้ คือนิยายนะคะ นิยายที่อ่านเพื่อความบรรเทิง คลายเคลียด นักอ่านทุกคนโปรดอย่าได้จริงจังกับชีวิตในนิยายมากนัก คอมเมนต์พูดคุยกันได้แต่อย่าด่ากันนะคะ มันจะบั่นทอนกำลังใจในการเขียนนิยายของไรต์, , ใดใดคืออ่านเอาสนุกนะคะทุกคน นางเอกของไรต์มีของวิเศษติดตัวไปด้วยก็จริง แต่นางเอกก็เป็นคนค่ะ อาจจะมีโง่บ้างในบางเรื่อง ทำอะไรไม่ถูกใจนักอ่านบ้างในหลายๆ อย่างก็ขอให้ทุกคนให้อภัยนางเอกกันด้วยนะคะ, , ขอบคุณสำหรับทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะและหวังว่าทุกคนจะมีความุขกับการอ่าน ขอบคุณค่ะ, , ## นังหนูนั่นทำเกินไปแล้ว, , เมื่อหลายร้อยปีก่อนตระกูลรัชชานนท์ ตระกูลไพศาล ตระกูลพิสุทธิ์ ตระกูลณรงค์วิทย์ เป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นบูรพา, , โดยมีตระกูลณรงค์วิทย์เป็นตระกูลของพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้นเป็นผู้ปกครอง, , ตระกูลพิสุทธิ์คือตระกูลของราชเลขาส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์ในสมัยนั้น, , ตระกูลไพศาลคือตระกูลของแม่ทัพประจำแคว้น, , ตระกูลรัชชานนท์คือตระกูลค้าขายอันดับหนึ่งของแคว้น, , ซึ่งทั้งสี่ตระกูลนั้นมีผู้นำตระกูลเป็นเพื่อนรัก เพื่อนสนิทกัน ทำให้ลูกหลานต่างก็เป็นเพื่อนเล่นกัน, , แต่ที่พิเศษมากที่สุดก็คือตระกูลรัชชานนท์กับตระกูลไพศาลของแม่ทัพประจำค่ายนั้นมีการจัดงานแต่งงานให้กับหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลรัชชานนท์กับหลานชายที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของตระกูลไพศาล นั่นก็คือ แม่มะลิ รัชชานนท์ กับพ่อเดช ไพศาล, , แม่มะลิ ของตระกูลรัชชานนท์ถือเป็นคนที่พิเศษมากๆ สำหรับคนทั้งตระกูล เป็นที่รักและหวงแหนของตระกูลเพราะตระกูลรัชชานนท์นั้นการมีลูกสาว หรือหลานสาวหนึ่งครั้งนั้นสุดแสนจะยากมาก กว่าแม่มะลิที่เป็นหลานสาวคนเดียวจะเกิดมาได้นั้นต้องรอนานถึงแปดชั่วอายุคนแล้วหลังจากนั้นผู้ชายสายตรงทุกคนของตระกูลรัชชานนท์ก็ไม่มีใครให้กำเนิดลูกสาวหรือหลานสาวได้อีกเลย, , ตระกูลที่มีอิทธิพลทั้งสี่ของแคว้นบูรพา ต่างก็สนิทสนมกันมานานถึงแปดรุ่น จนกระทั่งเกิดความแตกแยกกันเพราะความโลภและอำนาจของเด็กรุ่นหลัง ทำให้ทั้งสี่ตระกูลต่างก็หันหลังใส่กัน, , เท่านั้นยังไม่พอยังเกิดความขัดแย้งกันขึ้นในตระกูลอีกด้วย ทำให้ตระกูลรัชชานนท์ที่เคยรักกันเหนียวแน่น ทุกคนในตระกูลต่างก็เริ่มมองกันเป็นศัตรูที่ต้องชิงดีชิงเด่นกัน, , ยิ่งพอนานวันเข้าวิวัฒนาการของโลกก็เริ่มมากขึ้น ทุกคนในตระกูลต่างก็อยากให้ตัวเองมีลูกสาวเพื่อที่จะได้รับพรวิเศษที่ตกทอดกันมาต่างก็ใช้วิวัฒนาการนี้ทำให้ตัวเองมีลูกสาวขึ้นมา แต่ก็เด็กผู้หญิงคนไหนที่เกิดมาด้วยวิธีที่ไม่ธรรมชาติได้รับพรวิเศษนั้นเลยแม้แต่คนเดียว, , นอกจากจะไม่ได้รับพรวิเศษแล้วก็ยังถูกเรียกคืนของวิเศษที่เคยได้รับกลับคืนไปอีกด้วย, , จนกระทั่งมีครอบครัวหนึ่งที่พยายามเก็บตัวเงียบๆ ของตระกูลรัชชานนท์ซึ่งเป็นลูกหลานสายตรงของปู่ทวดต้นกล้าผู้ซึ่งให้กำเนิดย่าทวดมะลิ ได้ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อย นามว่าข้าวหอม หรือเด็กหญิงกชกร รัชชานนท์, , ทุกครั้งที่มีการถือกำเนิดของเด็กผู้หญิงในตระกูลรัชชานนท์ ทุกคน ทุกสายของตระกูลจะต้องมีการเดินทางมาตรวจสอบดูว่าเด็กคนนั้นถือกำเนิดมานั้นได้รับพรวิเศษหรือไม่ แล้วเกิดโดยธรรมชาติหรือว่าเป็นการใช้วิวัฒนาการทางการแพทย์เข้าช่วย, , โชคดีที่ครอบครัวนี้เป็นหมอกันทั้งหมดทำให้พวกเขาเตรียมพร้อมเป็นอย่างมากเมื่อรู้ว่าพวกเขาได้ลูกสาว เอกสารทุกอย่างจึงถูกปลอมแปลงขึ้นมาตั้งแต่วันที่พวกเขารู้ว่าในท้องของภรรยาคือลูกสาว, , เมื่อทุกคนที่มารู้ว่าเด็กที่เกิดมานั้นเกิดจากวิธีการเดียวกันของหลายๆ ครอบครัวต่างก็หมดความสนใจแล้วพากันเดินทางกลับไปยังที่ของตัวเอง เพราะไม่อยากจะอยู่บ้านเก่าๆ หลังนี้ให้นานนัก, , "โชคดีมากเลยนะคะ ที่พวกเราเตรียมพร้อมเรื่องนี้เอาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นลูกสาวของเราต้องโดนคนพวกนั้นแย่งตัวไปแน่ๆ พี่พิภพคิดว่าเรื่องที่เล่าลือกันมานานของตระกูลพี่จะเป็นเรื่องจริงหรือคะ " ลินลดาพูดพร้อมกับมองหน้าลูกสาวที่กำลังนอนหลับอย่างเป็นกังวล, , "น้องก็รู้ดีนี่ว่าตระกูลรัชชานนท์ของพี่นั้นมีความพิเศษอย่างไร น้องเองก็เคยได้สัมผัสกับความพิเศษนั้นด้วยตัวเองแล้ว ตอนนี้น่าจะเหลือแค่ครอบครัวเราที่เหลือของวิเศษมากที่สุด แม้เราจะมีหลักฐานเรื่องการเกิดของลูกแต่ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ว่าคนอื่นจะเชื่อเรา ต่อไปนี้พวกเราคงต้องถูกจับตามองจนกว่าลูกของเราจะโตเลยล่ะ" พิภพพูด แม้จะเป็นคนในตระกูลเดียวกันแต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ย่อมต้องมีคนเห็นแก่ตัวทำให้เกิดปัญหามากมายขึ้นในตระกูล จากตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในอดีตตอนนี้กลับเป็นแค่ตระกูลหนึ่งที่แสนจะธรรมดาในสายตาของคนอื่น ใครก็ตามที่พูดความลับของตระกูลออกไปของวิเศษมากมายที่เคยได้ถือครองก็จะถูกเรียกคืนกลับไปทั้งหมดในชั่วข้ามคืน, , "น้องเป็นห่วงลูกกลัวเหลือเกิน ว่าหากคนพวกนั้นรู้ความจริงแล้วลูกจะเป็นอันตราย" ลินลดาพูด แม้ตอนนี้เธอจะไม่รู้ว่าลูกสาวของเธอจะได้รับพรวิเศษอะไรติดตัวมาด้วยแต่เธอจะพยายามปกป้องลูกน้อยของเธอให้ดีที่สุด, , หนึ่งปีผ่านไป เด็กหญิงกชกร รัชชานนท์หรือ ข้าวหอม ก็เริ่มที่จะฉายแววพรสวรรค์ที่เธอได้รับมา, , เธอเริ่มเดินได้ พูดได้ชัดตอนอายุเพียงแค่สิบเดือน เป็นเด็กที่ฉลาดรู้ความมาก ไม่ว่าเธอจะปลูกอะไรก็ล้วนแล้วแต่งอกงามทั้งสิ้น แม้ว่าจะทำแค่โยนเมล็ดไปส่งๆ ต้นไม้ต้นนั้นก็จะงอกงามขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แข็งแรงมาก แถมผักหรือผลไม้ที่ข้าวหอมปลูกเมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะรู้สึกได้เลยว่าร่างกายนั้นสดชื่น หายเหนื่อยแล้วก็มีเรี่ยวมีแรงมากขึ้นด้วย ไม่เพียงเท่านั้นผักผลไม้ของต้นหอมยังสามารถรักษาอาการป่วยได้ดีมากๆ ดียิ่งกว่าการไปให้หมอรักษาเสียอีก, , แม้ว่าความสามารถและพรสวรรค์ของต้นหอมจะดีมากเพียงใด แต่พิภพกับลินลดาก็ไม่รู้สึกยินดีกับมันเลยสักนิด พวกเขากลับกลัวว่าความสามารถนี้ของลูกสาวจะนำภัยมาสู่ตัวลูกของพวกเขา ทุกครั้งที่เห็นข้าวหอมปลูกผักหรือผลไม้ พิภพกับลดาก็จะรีบเข้าไปช่วยลูกปลูก พวกเขาทั้งสองไม่สามารถห้ามไม่ให้ลูกทำในสิ่งที่ชอบได้แต่พวกเขาสามารถช่วยลูกอำพรางความสามารถพิเศษของลูกจากคนนอกได้, , เมื่อข้าวหอมโตขึ้นจนอายุได้ห้าขวบ พิภพกับลินลดาก็บอกเล่าเรื่องความพิเศษกับพรสวรรค์ของต้นหอมให้เธอฟังแล้วก็ไม่ลืมบอกลูกด้วยว่าความสามารถพิเศษของลูกนั้นหากคนนอกรู้จะนำภัยมาสู่ตัวของลูกได้ ทำให้ข้าวหอมที่อายุแค่ห้าขวบแต่ความรู้สึกนึกคิดนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใหญ่เข้าใจได้ทันทีว่าไม่สมควรที่จะแสดงความสามารถของตัวเองมากจนเกินไป, , ต่อให้ทั้งครอบครัวระวังกันมากแค่ไหนก็ไม่สามารถปิดบังเรื่องความสามารถพิเศษกับพรสวรรค์ของข้าวหอมจากคนที่จ้องสังเกตการณ์อยู่ได้ตลอดไป, , พอข้าวหอมอายุครบสิบแปด ความลับที่ครอบครัวช่วยกันเก็บซ่อนเอาไว้ก็ถูกล่วงรู้โดยญาติพี่น้องที่ไม่ได้สนิทกัน ทำให้นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาพ่อแม่ของต้นหอมก็มักจะเกิดอุบัติเหตุกันบ่อยครั้ง ตกบันไดที่ทำงาน โดนรถเฉี่ยว กระถางต้นไม้ตกใส่ โดนลูกหลงคนยกพวกตีกันที่ดูไม่เห็นว่าตีกันแต่เหมือนตั้งใจจะทำร้ายสองสามีภรรยาเสียมากกว่า, , แม้พวกเธอจะพยายามป้องกันตัวกันมากแค่ไหน แจ้งตำรวจไปเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงอย่างนี้ติดต่อกันเป็นเวลาถึงเจ็ดปี, , จนข้าวหอมอายุครบยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ ในวันเกิดของเธอ พ่อกับแม่ยอมหยุดงานอยู่ที่บ้านเพื่อทำอาหารที่เธอชอบ ส่วนเธอนั้นไปสัมภาษณ์งานและได้รับการตอบรับเข้าทำงาน พ่อกับแม่ของเธอก็ถูกคนร้ายบุกเข้าไปยิงถึงในบ้าน ทั้งสองเสียชีวิตคาที่ทันที แถมคนร้ายยังจุดไฟเผาบ้านของเธอ แต่เธอกลับมาทันเห็นคนร้ายกำลังวางเพลิง คนพวกนั้นตกใจยกปืนมายิงเธอเข้าที่ตำแหน่งหัวใจพอดี ทำให้เธอเสียชีวิตทั้งๆ ที่ตากำลังมองพ่อกับแม่ที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น ห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่แค่สิบเมตรเท่านั้นเอง, , เดิมทีบ้านทุกหลังของตระกูลรัชชานนท์ที่ได้รับเป็นมรดกตกทอดกันมานั้นจะทนน้ำ ทนไฟเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อเจ้าของบ้านตัวจริงทั้งสามเสียชีวิตลงแล้ว ไฟก็เผาไหม้ทั้งหมดทันที ของวิเศษที่เคยมีอยู่ในบ้านก็ถูกเรียกคืนกลับไปทั้งหมด ส่วนคนที่ว่าจ้างวางแผนฆ่ายกครัวในครั้งนี้ก็ถูกเรียกคืนทุกอย่างพร้อมทั้งยังถูกตำรวจเข้าจับกุมในสามวันให้หลังจากที่ทั้งสามคนเสียชีวิตไปแล้ว โดยถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าจับกุมเพราะไม่รู้ว่าใครนำหลักฐานพร้อมทั้งกล้องวงจรปิดไปวางไว้บนโต๊ะของผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในสำนักงาน, , ข้าวหอมหลังจากที่เสียชีวิตลงแล้วเดิมเธอคิดว่าจะได้พบหน้าพ่อกับแม่แต่ในความเป็นจริงนั้นเธอไม่เห็นใครเลย แถมตัวเธอยังเดิมวนเวียนอยู่ในแสงสว่างไม่สามารถออกไปไหนได้อีก, , "นังหนูมานั่งตรงนี้เร็วเข้า ตรงนี้มีต้นไม้ใหญ่ด้วยเห็นไหม มานั่งพักเหนื่อยก่อนเร็ว" ชายชราคนหนึ่งเอ่ยเรียกข้าวหอมด้วยน้ำเสียงใจดี, , "เอ๊ะ คุณตามานั่งทำอะไรตรงนี้คะ หรือว่าคุณตากำลังนั่งรอครอบครัวมาหาใช่ไหมคะ" ข้าวหอมถามพร้อมกับเดินเข้าไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่กับคุณตา, , "ไม่ใช่หรอก ตามารอเอ็งนั่นแหละนังหนู ตอนนี้เอ็งตายจากโลกที่เอ็งเคยอยู่ไปแล้ว ไม่มีครอบครัวให้เป็นห่วงแล้ว สนใจไปเกิดใหม่หรือไม่ล่ะ ข้าส่งเอ็งไปได้นะ ของอะไรที่ตระกูลของเอ็งเคยมีเอ็งก็สามารถเอาติดตัวไปได้ด้วย สนใจไหม" ชายชราใจดีเอ่ยถามอย่างไม่มีพิรุธใดๆ นอกจากยิ้มท่าทางใจดีส่งให้เด็กสาวตรงหน้า เขาจะไม่มีทางพูดออกไปหรอกว่าที่นังหนูนี่ตายนั้นคือความผิดของเขา เดิมทีนังหนูนี่ยังไม่ถึงคาดแต่ด้วยเพราะการทำงานที่ผิดพลาดของเขากับเพื่อนทำให้นังหนูคนนี้กับคู่แท้ที่เกิดมาคู่กันทุกภพ ทุกชาติต้องไปเกิดกันคนละโลก ทำให้หากไม่พาทั้งสองไปอยู่ในโลกใบเดียวกันจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับโลกทั้งสองใบที่คนทั้งสองอยู่ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำให้ทั้งสองได้ไปอยู่ด้วยกันแล้วนังหนูนี่ก็อยู่ในเหตุการณ์เสี่ยงตายพอดีทั้งยังไม่เหลือพ่อแม่ไว้เป็นที่พึงแล้วด้วย เขาจึงปล่อยให้นังหนูนี่หมดอายุขัยเร็วกว่าที่ควร, , แล้วก็ไม่รู้ทำไมเขาจะต้องไปเกี่ยวพันกับตระกูลรัชชานนท์นี่อยู่เรื่อยเลย ตอนนังหนูรู้มากนั่นก็ทีหนึ่งแล้ว นี่ยังเป็นหลานสาวแต่ดวงวิญญาณเดียวกันอีก, , "คุณตาใจดีแปลกๆ นะคะ ย่าทวดเขียนจดหมายสั่งเอาไว้ว่าหากตายแล้วมีตาแก่มายื่นข้อเสนอให้ไปเกิดใหม่ ให้คิดเอาไว้ก่อนเลยว่าตาแก่คนนั้นทำเรื่องที่ผิดพลาดกับเรา การตายของเราต้องเป็นเพราะความสะเพร่าของเขา ยิ่งหากเขาบอกว่ามีของวิเศษหรือมีตัวช่วยให้ด้วยก็ยืนยันได้เลยว่าการตายของเราคือความผิดพลาดของชายแก่คนนั้นค่ะ ตอนที่อ่านครั้งแรกข้าวหอมก็ไม่เข้าใจว่าย่าทวดหมายความว่าอะไร แต่ตอนนี้เหมือนจะเข้าใจแล้วล่ะค่ะ" ข้าวหอมมองหน้าชายชราที่หน้าเดี๋ยวซีด เดี๋ยวแดง ก็ยิ่งเชื่อเข้าไปใหญ่เลยว่าสิ่งที่ย่าทวดเขียนไว้นั้นคือเรื่องจริง, , ชายชราถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะเมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กสาวพูด นี่นังหนูนั่นถึงขนาดเขียนจดหมายบอกลูกหลานเลยอย่างนั้นหรือ เกินไปแล้ว นังหนูนั่นทำเกินไปแล้วจริงๆ, , "เอ่อ เอ็งก็อย่าได้ไปหลงเชื่อย่าทวดของเอ็งนักเลย มาคุยเรื่องไปเกิดใหม่กันต่อดีกว่า ตกลงแล้วเอ็งคิดว่ายังไงล่ะนังหนู" ชายชราเอ่ยถาม เขาไม่อยากคุยกับนังหนูคนนี้มากเกินไปนักเพราะรู้สึกว่าหากคุยยืดเยื้อต่อไปเขาอาจจะเสียอะไรให้กับเด็กสาวคนนี้เหมือนอย่างที่เคยเสียให้กับนังหนูคนนั้นก็เป็นได้, , ข้าวหอมคิดตามที่ชายชราพูดเรื่องการไปเกิดใหม่ควบคู่ไปกับการคิดถึงสิ่งที่ย่าทวดเขียนสั่งไว้ในจดหมาย, , การไปเกิดใหม่ก็เป็นเรื่องที่ดี ไปเกิดใหม่แล้วเธอก็จะได้เจอเนื้อคู่ นั้นหมายความว่าเธอจะได้มีแฟนเหมือนอย่างที่เพื่อนๆ มีกันเสียที แต่ย่าทวดก็เขียนสั่งไว้ตัวใหญ่มากๆ ว่าหากเจอเหตุการณ์อย่างที่กำลังเจออยู่ตอนนี้ให้เรียกร้องให้ได้มากที่สุด ห้ามเสียเปรียบเด็ดขาด แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดจากความผิดพลาดของชายชราเพียงแค่เล็กน้อยก็ให้ร้องขอเอาของทุกอย่างที่ย่าทวดเคยได้รับไปด้วย ย้ำว่าต้องทุกอย่างที่ย่าทวดเคยได้รับ, , "ว่ายังไง ตกลงจะไปหรือไม่ไป" ชายชราเริ่มรู้สึกกังวลใจ กลัวว่านังหนูนี่จะไม่รับปากไปเกิดใหม่เสียเหลือเกิน, , "หนูลองคิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกว่า การไปเกิดใหม่ก็ดีเหมือนกันนะคะ แต่ว่า...." ข้าวหอมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ส่งไปให้ชายชรา, , "แต่ว่าอะไร บอกมาเลยว่าเอ็งติดปัญหาที่ตรงไหน" ชายชราถาม, , "ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่อยากได้ของที่เคยเป็นของย่าทวดไปด้วยทั้งหมดเท่านั้นเอง" ข้าวหอมพูด, , ชายชราลอบถอนหายใจออกมา ของพวกนั้นน่ะแน่นอนว่าต้องตามทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ไปด้วยอยู่แล้ว, , "ได้ตกลง ถ้าอย่างนั้นข้าจะส่งเอ็งไปเกิดในร่างที่เตรียมไว้ให้เอ็งตอนนี้เลย ขอให้เอ็งโชคดี" ชายชราพูดจบก็ส่งข้าวหอมไปเกิดทันทีไม่รอให้ข้าวหอมได้คิดหรือถามอะไรอีก เพราะหากรอเวลาเชื่อเถอะว่านังหนูคนนี้มันต้องหาเรื่องขออะไรจากเขาอีกแน่ๆ , , "เอ็งสองคนก็ตามข้ามา ไม่ต้องเป็นห่วงลูกสาวของเอ็งหรอกครอบครัวที่นังหนูนั่นไปเกิดเป็นครอบครัวที่ดีและรักนังหนูมาก "ชายชราพูดกับวิญญาณสองดวงของพ่อแม่ต้นหอมในชาตินี้ซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่นั่นเอง, , "ได้รู้อย่างนี้พวกเราก็เบาใจแล้วครับ พ่อขอให้ลูกใช้ชีวิตอย่างอิสระและมีความสุขในทุกๆ วันนะลูก" พิภพอวยพรให้กับลูกสาวที่เขาเลี้ยงดูอุ้มชูมานานถึงยี่สิบห้าปี, , "แม่ขอให้ลูกรอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง ความทุกข์ใดๆ ที่ลูกจะเผชิญของให้ลูกผ่านมันไปได้อย่างมีสติ ขอให้คนที่อยู่ใกล้ลูกรักและเอ็นดูลูกมากๆ นะข้าวหอมของแม่" ลินลดาอวยพรให้กับลูกสาวทั้งน้ำตา เธอเป็นแม่ย่อมต้องรู้สึกเสียใจที่ต้องแยกจากลูกของเธอมากเป็นธรรมดา, , เทพชะตามองตามแสงสีทองซึ่งเป็นคำอธิษฐานของสองสามีภรรยาลอยตามหลังนังหนูนั่นไปอย่างไม่อยากเชื่อสายตา, , คำอวยพรของพ่อแม่ที่รักลูกด้วยใจบริสุทธิ์นั้นส่งถึงลูกที่พวกเขารักได้จริงๆ สินะ, , ## จืดอร่อยดีมากเลยค่ะ, , โลกใบใหม่ที่เทพชะตาส่งข้าวหอมมาอยู่นั้นคือโลกคู่ขนาน ประวัติศาสตร์หรือวิถีความเป็นอยู่ก็แตกต่างไปจากเดิมกับโลกที่ข้าวหอมเคยอยู่ค่อนข้างมาก, , ประเทศที่ข้าวหอมได้มาอยู่คือประเทศ จีน ซึ่งมีประชากรมากที่สุดในโลกและเป็นประเทศที่มีสงครามมากที่สุดในโลกเช่นกัน, , เพราะว่าประเทศ จีน นั้นนอกจากจะมีประชากรมากที่สุดในโลกแล้ว ยังมีแผ่นดินที่ค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ มีครบทั้งภูเขา แม่น้ำและทะเลและมีทรัพยากรมากมายจนเป็นที่อิจฉาของประเทศอื่นๆ ทำให้หลายๆ ประเทศทั่วโลกต่างก็อยากเข้ามายึดครองประเทศ จีน , , ทำให้ประเทศ จีน ต้องสร้างกองกำลังทหารที่แข็งแกร่งขึ้นมาทั้งหมดสี่หน่วยใหญ่ๆ นั่นก็คือหน่วยพิเศษพยัคฆ์ หน่วยรบหมาป่า หน่วยอินทรีย์และหน่วยโลมา, , หน่วยรบพิเศษพยัคฆ์ คือหน่วยที่แข็งแกร่งมากที่สุดในสี่หน่วยนี้เพราะพวกเขานั้นฝึกซ้อมการรบเสมือนจริงและฝึกซ้อมโหดมากๆ พวกเขาเชี่ยวชาญการรบทุกชนิด ไม่ว่าจะทางบก ทางน้ำหรือแม้แต่ทางอากาศ ทหารที่ผ่านการฝึกซ้อมของหน่วยรบพิเศษพยัคฆ์นั้นมีน้อยมากๆ สมัครมาหนึ่งร้อยคนแต่ผ่านการทดสอบมากที่สุดคือสิบคน ทำให้หน่วยรบพิเศษพยัคฆ์นั้นมีทหารในหน่วยอยู่ไม่ถึงหนึ่งพันคน แต่กลับเป็นหน่วยรบที่แข็งแกร่งมากที่สุดในประเทศ, , หน่วยหมาป่า เป็นหน่วยที่มีความแข็งแกร่งรองลงมาจากหน่วยพยัคฆ์ พวกเขาถนัดรบในป่าและรบกันเป็นกลุ่มเหมือนหมาป่า การรบของพวกเขานั้นแม่นยำและแน่นอนเป็นอย่างมาก กองทัพหมาป่ามีทหารมากถึงห้าพันคน นับว่าเป็นทหารที่มีฝีมือมากๆ อีกหน่วยหนึ่งเลยทีเดียว, , หน่วยอินทรีย์ เป็นหน่วยทหารทางอากาศ พวกเขาชำนาญและเชี่ยวชาญการรบบนท้องฟ้า, , หน่วยโลมา เป็นนักรบทางทะเลที่เก่งมากๆ อีกหน่วยหนึ่งในประเทศ, , ที่โลกใบนี้เมื่อเด็กอายุครบแปดปี เด็กบางคนจะป่วยหนักเพราะการตื่นขึ้นมาของพรสวรรค์ประจำตัวเด็ก แต่ก็ใช่ว่าเด็กทุกคนจะมีพรสวรรค์นั้นเพราะปัจจุบันนั้นมีเด็กน้อยมากๆ ที่พรสวรรค์จะตื่นขึ้นมา, , ครอบครัวที่ข้าวหอมถูกส่งให้มาอยู่ด้วยนั้นคือครอบครัวของผู้กองฉินเหย่าเผิง ผู้กองของหน่วยรบพิเศษพยัคฆ์กับคุณหมอหานเหวินอิงคุณหมอประจำกองทัพ, , ผู้กองฉินเหย่าเผิงกับคุณหมอหานเหวินอิง แต่งงานกันตั้งแต่เมื่อสิบห้าปีก่อนที่ตอนที่ทั้งคู่อายุได้ยี่สิบปี อยู่ด้วยกันมาหลายปีกว่าจะมีลูกสาวตัวน้อยอย่างฉินถิงถิงที่เป็นดั่งแก้วตาด้วยใจของทั้งสองคน, , ฉินถิงถิง เป็นเด็กน่ารัก พูดจาฉะฉาน ไม่กลัวคนและไม่งอแงจึงเป็นที่รักของทุกคนในหน่วยรบพิเศษพยัคฆ์กับหน่วยแพทย์ที่คุณหมอหานเหวิงอิงประจำอยู่ด้วย, , แต่เมื่ออายุครบแปดปีฉินถิงถิงก็ป่วยหนักเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่คลอดออกมา ทำให้ผู้กองฉินเหย่าเผิงกับคุณหมอหานเหวินอิงต้องลางานมาดูแลลูกสาวด้วยตัวเองเพราะทั้งคู่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเหลืออยู่บนโลกใบนี้แล้วนั่งเอง, , "เหวินอิงเธอไปพักสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวฉันอยู่เฝ้าไข้ลูกเอง" ฉินเหย่าเผิงพูดกับภรรยาที่แต่งงานกันมานานถึงสิบห้าปีอย่างเป็นห่วง, , "ฉันจะนอนหลับได้อย่างไร คุณดูลูกสาวของเราสินอนตัวร้อนไม่ได้สติอย่างนี้มาสามวันแล้วนะ" หานเหวินอิงพูดมือก็ไม่ได้หยุดเช็ดตัวให้กับลูกสาวเลยสักนิด, , "ครั้งนี้ถิงถิงของเราป่วยหนักมากจริงๆ คุณไปนอนพักสักหน่อยเถอะผมจะดูแลลูกเอง อีกสองวันผมต้องกลับเข้ากรมแล้ว ขอลาเพิ่มก็ไม่ได้ด้วยสิ " ฉินเหย่าเผิงพูด แม้เขาจะได้เป็นผู้กองของหน่วยพยัคฆ์แต่การฝึกซ้อมของเขาก็ยังต้องทำเหมือนทหารทุกคนและจะต้องมีความตื่นตัวอยู่เสมอเพราะไม่รู้ว่าจะมีคนเข้ามารุกรานแผ่นดินเกิดของพวกเขาอีกตอนไหน, , "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ ปกติแล้วหากเด็กที่ป่วยหนักตอนอายุแปดขวบเหมือนถิงถิงของเราก็ป่วยกันไม่เกินสามวันนะคะ พรุ่งนี้ลูกของเราก็น่าจะฟื้นแล้ว อยากรู้จังว่าถิงถิงของเราจะมีพรสวรรค์อะไรตื่นขึ้นมากันนะ" หานเหวินอิงพูด เรื่องงานของสามีนั้นเธอเข้าใจ เขาอยู่หน่วยรบพิเศษการฝึกฝนและฝึกซ้อมนั้นย่อมหนักกว่าทหารหน่วยอื่นๆ ความรับผิดชอบก็มากตามไปด้วย วันหยุดก็น้อยมาก หนึ่งเดือนมีวันหยุดเพียงแค่หนึ่งวัน ดีที่เธอเองก็ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลหน่วยทหารไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางได้เจอกับสามีของเธอแน่ๆ, , "ผมไม่ชอบเห็นถิงถิงของเรานอนป่วยแบบนี้เลย พรสวรรค์อะไรนี่ก็เหลือเกินจะให้มาแล้วทำไมต้องทำให้ลูกเราป่วยด้วยล่ะ ผมไม่ชอบเลยจริงๆ ดูสิ ลูกเราออกจะน่ารักเหมาะกับการป่วยที่ไหนกัน" ฉินเหย่าเผิงพูด พรสวรรค์อะไรนี่มอบให้เด็กโดยที่เด็กก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะได้อะไร ในเมื่อไม่มีสิทธิ์เลือกพรสวรรค์เองแล้วทำไมต้องบังคับให้ป่วยด้วยล่ะ มันไม่ยุติธรรมกับเด็กเลยสักนิด, , "ฉันก็ไม่ชอบเห็นลูกสาวเราเป็นแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละค่ะ แต่จะทำอะไรได้ละคะ จะไปร้องเรียนกับใครได้ ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วก็ขอให้พรสวรรค์ที่ลูกสาวของเราได้มาจะคุ้มค่ากับที่ลูกป่วยก็แล้วกัน" หานเหวินอิงพูด , , "ขอแค่พรสวรรค์นั้นไม่ทำให้ลูกของเราลำบากแล้วก็มีประโยชน์ต่อลูกของเราบ้างก็พอแล้วล่ะ คุณไปพักเถอะเดี๋ยวผมดูลูกต่อเองนอนสักหน่อยนะ" ฉินเหย่าเผิงพยุงภรรยาให้ไปนอนในห้องนอนของพวกเขาซึ่งหานเหวินอิงก็ให้ความร่วมมือกับสามีในครั้งนี้เพราะเธอรู้สึกอ่อนเพลียมากจริงๆ , , "ฉันฝากดูลูกด้วยนะคะ หากมีอะไรให้รีบตะโกนเรียกทันทีเลยนะ" หานเหวินอิงไม่ลืมกำชับสามีของเธออีกครั้งก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียง, , "ได้สิ หากมีเรื่องอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับถิงถิงผมจะรีบเรียกคุณทันที ตอนนี้คุณนอนพักเถอะ จุ๊บ ฝันดีครับ" ฉินเหย่าเผิงก้มลงจูบหัวภรรยาพร้อมกับห่มผ้าให้เธอก่อนจะรีบเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปยังห้องนอนของลูกสาว, , ข้าวหอมหรือฉินถิงถิงในร่างนี้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตั้งแต่ที่สองสามีภรรยาหรือก็คือพ่อแม่ในชาตินี้ของเธอออกจากห้องนอนของเจ้าของร่างนี้ไป เธอได้ยินทุกคำที่พวกเขาพูดคุยกันแต่ไม่สามารถลืมตาได้เพราะสมองของเธอกำลังได้รับความทรงจำจากเจ้าของร่างเดิมทำให้รู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิดยากที่จะลืมตาขึ้นได้ พอสมองย่อยข้อมูลทั้งหมดได้แล้วก็ทำให้เธอยิ้มออกมาได้เพราะว่าพ่อแม่ของร่างนี้กับพ่อแม่ของเธอหน้าตาเหมือนกันทุกอย่างเลยล่ะ และเธอกับเจ้าของร่างเดิมนี้ก็มีอะไรที่เหมือนกันหลายๆ อย่างอีกด้วย, , ดูเหมือนว่าร่างกายนี้จะเตรียมพร้อมเอาไว้ให้เธอจริงๆ อย่างที่ชายชราคนนั้นบอกเอาไว้สำหรับเธอจริงๆ ด้วยสินะไม่อย่างนั้นเธอคงจะไม่รู้สึกคุ้นเคยกับร่างกายนี้มากขนาดนี้หรอก, , ในระหว่างที่ข้าวหอมกำลังนอนเรียบเรียงความคิดอยู่นั้นประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกขึ้นมาอีกครั้ง, , "ถิงถิง ถิงถิงฟื้นแล้วหรือลูก เป็นอย่างไรบ้างปวดหัวหรือเปล่า อยากดื่มน้ำหน่อยไหมลูก" ฉินเหย่าเผิงรีบเดินเข้าใกล้ๆ เตียงนอนของลูกสาวแล้วรินน้ำใส่แก้วให้กับลูกสาว, , "ขอบคุณค่ะพ่อ" ข้าวหอมหรือฉินถิงถิงรับแก้วน้ำจากผู้เป็นพ่อขึ้นจิบแก้คอแห้ง, , "ยังปวดหัวอยู่ไหมลูก หิวหรือเปล่า" ฉินเหย่าเผิงรับแก้วน้ำจากมือลูกสาวมาวางไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง, , "ยังปวดหัวอยู่นิดหน่อยค่ะพ่อ แต่ยังไม่หิว แล้วแม่ไปไหนเหรอคะ" ฉินถิงถิงเอ่ยถามหาผู้เป็นแม่ ในเมื่อเกิดใหม่แล้วเธอก็ควรที่จะใช้ชื่อที่พ่อแม่ในชาตินี้ตั้งให้ถึงจะถูก, , "พ่อพึ่งพาแม่ไปนอนพักน่ะลูก แม่เขาเฝ้าลูกไม่ได้นอนมาสองวันแล้ว ถิงถิงของพ่อก็นอนพักผ่อนอีกสักหน่อยนะ เดี๋ยวพ่อจะทำข้าวต้มให้กินนะ" ฉินเหย่าเผิงห่มผ้าให้ก่อนจะลูบหัวกล่อมลูกสาว, , ฉินถิงถิงที่ยังคงมีอาการตัวร้อนและปวดหัวอยู่ก็เคลิ้มหลับไปอีกครั้ง, , ฉินถิงถิงหลับไปจนถึงตอนเย็น พอลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งเช็ดตัวให้เธออยู่ข้างๆ และคนคนนี้ก็คือแม่ของเธอนั่นเอง, , "ตื่นแล้วหรือลูก เป็นยังไงบ้างหายปวดหัวหรือยัง" หานเหวินอิงส่งยิ้มอ่อนโยนส่งให้กับลูกสาวของเธอ, , "ดีขึ้นมากแล้วค่ะแม่ ตอนนี้ไม่ปวดหัวแล้วแต่ว่าหิวจังเลยค่ะ" ฉินถิงถิงพูด , , "พ่อกำลังไปอุ่นข้าวต้มให้ลูกอยู่จ้ะ ดื่มน้ำก่อนนะรอไม่นานพ่อก็น่าจะมาแล้วล่ะ" หานเหวินอิงมองลูกสาวที่เธอรู้สึกเหมือนว่าลูกจะดูแปลกๆ ไปสักหน่อยหลังจากที่ตื่นขึ้นมา, , "มาแล้ว ข้าวต้มแสนอร่อยฝีมือพ่อมาแล้ว พ่อไปอุ่นข้าวต้มมา อุ่นกำลังพอดีเลย" ฉินเหย่าเผิงวางถ้วยข้าวต้มไว้บนโต๊ะข้างที่นอนของลูกสาวก่อนจะเลื่อนโต๊ะนั้นให้ไปใกล้ๆ เตียงเพื่อที่ลูกสาวของเขาจะได้กินข้าวได้อย่างสะดวก, , หานเหวินอิงช่วยพยุงลูกสาวลุกขึ้นนั่งก่อนจะหยิบผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้ลูกสาวของเธอ, , "ขอบคุณสำหรับข้าวต้มค่ะพ่อ ขอบคุณสำหรับผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าค่ะแม่" ฉินถิงถิงเอ่ยขอบคุณพ่อกับแม่ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะลงมือตักข้าวต้มที่อยู่ตรงหน้า เมื่อได้ชิมข้าวต้มเข้าไปคำแรกฉินถิงถิงก็ถึงกับนิ่งค้างไปเลยทันที, , "เป็นยังไงบ้างลูก ข้าวต้มของพ่ออร่อยมากเลยใช่ไหม พ่อน่ะฝีมือการทำอาหารอร่อยที่สุกในบ้านเราแล้วก็อร่อยที่สุดในหน่วยเลยเชียวนะ อร่อยจนพูดไม่ออกเลยใช่ไหมล่ะ" ฉินเหย่าเผิงรู้สึกภูมิใจในฝีมือการทำอาหารของเขามาก ทุกครั้งที่เขามีวันหยุดการทำอาหารของบ้านจะตกเป็นหน้าที่ของเขาตลอดเพราะว่าทุกคนในบ้านบอกว่าเขาทำอาหารอร่อยมาก, , "เอ่อ... ค่ะ อร่อยค่ะพ่อ จืดอร่อยดีมากเลยค่ะ" พูดอะไรได้อีกล่ะนอกจากจืด จืดมาก ไม่มีรสชาติอะไรนอกจากจืด จืดที่สุดไปเลยล่ะ, , ## [อ่านต่อนิยายเรื่องนี้](https://dekd.co/w/n/2536179?utm_source=linetoday&utm_medium=continuereading&utm_campaign=relatearticle)]
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...