โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ก่อนกิน! ถ้าแช่ ‘มันฝรั่ง’ ไว้ในตู้เย็นจน ‘รากงอก’ ต้องทิ้ง ไม่งั้นอาจได้รับ สารพิษ ได้

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 22 ม.ค. 2565 เวลา 16.46 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 09.46 น. • Bright Today

เคยไหม ไปซื้อของเช้าบ้าน หยิบ ‘มันฝรั่ง‘ ใส่ตะกร้ามาหลายลูก กะมาเอาแช่ตู้เย็นค่อยกิน หนสุดท้ายลืมทิ้งไว้จน ‘รากงอก‘ จะเอาออกมากิน บอกเลยว่าอย่า ควรทิ้งอย่างเดียว! แล้วเพราะอะไรที่เราไม่ควรกิน มันฝรั่งที่มีรากงอกแล้ว? ไปดูกันเลย

โซลานีน เป็นสารกลุ่ม Steroid Alkaloid เป็นสารรสขมที่มีพิษรุนแรงแม้จะปริมาณเพียงเล็กน้อย พบได้ในมันฝรั่งที่กำลังงอกหรือส่วนที่มีสีเขียว ซึ่งพบว่าหัวมันฝรั่งที่ได้รับแสงจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวและมีสารโซลานีนในประมาณสูง หากรับประทานมันฝรั่งที่มีโซลานีนจะทำให้เกิดอาการต่างๆ หลังจากกินเข้าไปแล้วหลายชั่วโมง ดังนี้

  • ปวดหัว
  • ตัวร้อน  อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
  • ปวดแสบปวดร้อนที่คอ
  • คลื่นไส้  อาเจียน
  • เบื่ออาหาร
  • ปวดท้อง
  • ท้องร่วง
  • อาจเกิดอาการชัก หรือเห็นภาพหลอน หากมีอาการรุนแรง
ภาพจาก pantip

ทางด้าน ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เคยให้ข้อมูลเรื่องนี้ไว้ว่า มันฝรั่งที่มีหน่อขึ้นนั้นมีอันตรายต่อร่างกายจริง แต่มักไม่ได้ถึงกับทำให้เสียชีวิตทั้งหมด โดยมันฝรั่งที่งอกหน่อหรือลำต้นแทงขึ้นมาจะมีการสร้างสารพิษโซลานีน ดังนั้นจึงห้ามกินหน่อของมันฝรั่ง หรือส่วนเนื้อของมันฝรั่งที่เป็นสีเขียวๆ เพราะหากกินเข้าไปจะเกิดอาการต่างๆ ตามมาได้ แต่หากเผลอกินจนมีอาการก็ไม่ควรพยายามให้อาเจียน แต่ควรรีบไปแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม หากพบเจอมันฝรั่งชนิดนี้ทางที่ดีคือทิ้งไป แต่ความจริงแล้วหากต้องการลดปริมาณสารโซลานีนหรือป้องกันไม่ให้เกิดพิษในร่างกายก็ทำได้ ด้วยการนำมันฝรั่งไปทอดน้ำมันร้อนจัด 170°C จะลดปริมาณสารได้ดีโดยให้สารนี้ไปอยู่ในน้ำมันที่ทอดแทน  รวมถึงการนำไปต้มให้สุกนานๆ ก็ช่วยได้ แต่ควรจะตัดส่วนหัวที่เป็นรากหรือส่วนที่เป็นสีเขียวนั้นทิ้งไปก่อนนำไปต้ม ไม่ควรนำไปใส่ในไมโครเวฟเพราะความร้อนไม่เพียงพอต่อการทำลายสารโซลานีน นอกจากนี้หากลองกินมันฝรั่งแล้วมีรสขมก็เลิกกินและทิ้งไปทันทีเพราะอาจยังมีพิษเหลืออยู่  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...