AWC เปิดตัวศูนย์การค้าส่งอาหารระดับอาเซียน มูลค่ากว่า 1 หมื่นลบ. ย่านประตูน้ำ
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการค้าปลีกแห่งใหม่ "เออีซี ฟู้ด โฮเซล ประตูน้ำ" (AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM) ที่มีขนาดใหญ่สุด และอยู่ใจกลางประตูน้ำในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ โดยโครงการดังกล่าวใช้งบลงทุนราว 6,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณรวมตั้งแต่การเข้าไปลงทุนซื้อห้างพันธุ์ทิพย์และมีการปรับรีโนเวทโครงการใหม่ และมีมูลค่าโครงการรวมอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายเดือนมิ.ย.นี้
โดย AWC ซื้อตึกดังกล่าวและพัฒนามาโดยตลอดตั้งแต่ปี 62 ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีแผนจะรุกค้าส่ง-สินค้าทั่วไปในกลุ่ม AEC และสินค้าที่นำเข้าจากจีน ในนาม AEC Trade Center
ศูนย์แห่งนี้จะสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นประตูเชื่อมของอุตสาหกรรมการค้าส่งในตลาด AEC หรือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกว่า 10 ประเทศสมาชิก ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงด้วยจำนวนประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน โดยไทยยังมีศักยภาพในการเชื่อมต่อการค้าส่งไปยังประเทศต่างๆ ได้อย่างสะดวกผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางค้าส่งอาหารของภูมิภาคได้ในอนาคต
สำหรับเออีซี ฟู้ด โฮเซล ประตูน้ำ จะเชื่อมเครือข่ายค้าส่ง (WHOLESALE ECO-SYSTEM) ตอบโจทย์เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายวัตถุดิบอาหาร ที่อยู่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่ง AWC จะพัฒนาแพลตฟอร์มค้าส่งที่เชื่อมโยงออนไลน์-ออฟไลน์ (ONLINE-OFFLINE INTEGRATION) ช่วยเพิ่มศักยภาพทำธุรกรรมระหว่างกันได้สะดวกยิ่งขึ้นตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การสรรหาสินค้า จนถึงการจัดส่งและชำระค่าสินค้า
นางวัลลภา กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะมีภาคเอกชนที่สนใจเข้ามาอยู่ในพื้นที่รวม 600 ร้านค้า อาทิ อาหารแช่แข็ง อาหารแช่เย็นและผลิตภัณฑ์จากนม เครื่องปรุงและวัตถุดิบ ข้าว เครื่องดื่ม กาแฟและชา ขนมขบเคี้ยวและขนมหวาน และของใช้ในครัวเรือน
ขณะเดียวกันได้วางรูปแบบที่เปิดให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถพบปะเจรจาธุรกิจกันผ่านออฟไลน์แพลตฟอร์มได้ตลอด 365 วัน และออนไลน์แพลตฟอร์มได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นการเชื่อมต่อผู้ซื้อผู้ขายข้ามทวีปให้สามารถทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นทั้งจากไทยและในภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งยังวางเป้าหมายในระยะยาวที่จะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน
สำหรับการเลือกเปิดโครงการนี้ที่ย่านประตูน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของบริษัทที่ได้ทำศูนย์ค้าส่ง "AEC Trade Center Pantip Pratunam” ไว้อยู่แล้ว จากเดิมเป็นพันธุ์ทิพย์ จึงเป็นการเปลี่ยนชื่อใหม่สู่ เออีซี ฟู้ด โฮเซล ประตูน้ำ “AEC FOOD WHOLESALE PRATUNAM"
สำหรับพื้นที่อาคารดังกล่าวมีพื้นที่ 10 ไร่ มีพื้นที่อาคารรวม (Gross Floor Area) กว่า 67,000 ตารางเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่เช่าประมาณกว่า 30,000 ตารางเมตร ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อทั่ว AEC ให้สามารถเข้าถึงสินค้าจากผู้ประกอบการกลุ่มอาหารชั้นนำทั่วโลกกว่า 600 ราย ได้โดยตรง ด้วยราคาต้นทุนและผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือตรงกับความต้องการได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
ทั้งนี้เบื้องต้นคิดอัตราค่าเช่าแก่ผู้ประกอบการรายเล็กเฉลี่ย 30,000-50,000 ต่อเดือน ส่วนผู้เช่าที่เช่าพื้นที่ในปัจจุบันยังคงเช่าพื้นที่ตามสัญญาเช่า และในส่วนของร้านจำหน่ายสินค้าไอทียังมีอีก 2 ร้าน ได้แก่ Banana IT และ JIB
นอกจากนี้ยังมีมุมมองการเติบโตของธุรกิจอาหารในอาเซียนยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการที่อาเซียนเป็นแหล่งของวัตถุดิบอาหารของโลก มีจำนวนประชากรที่มาก และเป็นภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้มูลค่าอาหารของอาเซียนเติบโตขึ้นต่อเรื่อง ซึ่งประเมินว่ามูลค่าตลาดอาหารในอาเซียนจะเพิ่มเป็น 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่ 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นโอกาสของโครงการ AEC FOOD WHOLESALE ประตูน้ำ ในการเป็นศูนย์รวมผู้ซื้อและผู้ขายอาหารในอาเซียน
"ต้นทุนค่าใช้จ่ายการซื้อวัตถุดิบอาหาร ทั้งในส่วนโรงแรม ร้านอาหาร ของกลุ่ม AWC เราใช้ประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งการเปิดศูนย์ เออีซี ฟู้ด โฮเซล ประตูน้ำ จะช่วยให้เราจัดหาวัตถุดิบได้สะดวกมากขึ้น " นางวัลลภากล่าว
อย่างไรก็ตามการจัดทำโครงการนี้ได้มีความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และอี้อู (Yiwu) ผู้พัฒนาและบริหารตลาดค้าส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากเมืองอี้อู สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับทาง AWC เมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา
รวมถึงหอการค้าจากประเทศต่างๆ อาทิ สภาหอการค้าอังกฤษแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน หอการค้าออสเตรเลีย-ไทย หอการค้าไทย-แคนาดา หอการค้าไทย-นิวซีแลนด์ หอการค้าสวิส-ไทย สมาคมหอการค้าไทย-สเปน
นอกจากนี้ ยังมีภาคเอกชนผู้นำธุรกิจอาหารชั้นนำของไทย อาทิ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพีเอฟ โกล บอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท เบทาโกร จํากัด (มหาชน) บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย