ศิริบัญชา เจ้าของแอลกฮอลล์-แป้งโยคีในตำนาน รีเฟรชใหญ่รอบ 70 ปี หันเพิ่มสินค้าเดลี่ยูส
"ศิริบัญชา" ก่อตั้งในปี 2496 หรือราว 70 ปีก่อน โดยเน้นสินค้าเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ และมีฮีโร่โปรดักส์เป็น "แอลกฮอลล์ศิริบัญชา" แอลกฮอลล์สีฟ้ารายแรกในไทย และ "แป้งโยคี" ขวดเหลืองในตำนานที่ครองใจคนไทย จนสามารถผลักดันการเติบโตของศิริบัญชาในทุกปี
- ปี 2564 รายได้รวม 320 ล้านบาท กำไรสุทธิ 26 ล้านบาท
- ปี 2563 รายได้รวม 233 ล้านบาท กำไรสุทธิ 14 ล้านบาท
- ปี 2562 รายได้รวม 153 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2 ล้านบาท
"การเงินธนาคาร" ร่วมสัมภาษณ์ "สรวิศร์ กิจเจริญโรจน์" ทายาทเจน 2 ควบตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิริบัญชา จำกัด เล่าให้ฟังว่า ศิริบัญชา เป็นแบรนด์เก่าแก่มีอายุ 70 ปี มีผู้บริโภคบางส่วนเกิดและเติบโตมากับแบรนด์ จึงมีความใกล้ชิดคุ้นเคยกับศิริบัญชา
ทว่าช่วงที่ผ่านมา ก็มีกลุ่มเป้าหมายใหม่เกิดขึ้นตามมาเช่นเดียวกัน อาทิ เจน Z, เจนอัลฟา และจากการเช็กแบรนด์ศิริบัญชากับคนรุ่นใหม่ พบว่า คนรู้จักสินค้าของศิริบัญชา แต่บางส่วนไม่รู้จักแบรนด์ จึงต้องทำให้แบรนด์และสินค้าเป็นที่รู้จักไปพร้อมกัน
นำไปสู่จุดเริ่มต้นให้ศิริบัญชา "เตรียม" รีเฟรชแบรนด์ใหม่ เพื่อให้ Touch Point สื่อสารกับกลุ่มเจเนอเรชั่นใหม่ได้ต่อไป ทำให้ศิริบัญชาเป็นแบรนด์ยอดนิยมข้ามเวลาที่สามารถทัชกับคนทุกวัยได้
สรวิศร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาศิริบัญชาค่อย ๆ รีเฟรชตัวเอง ตั้งแต่การสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าในแต่ละช่องทางด้วยวิธีการแตกต่างกัน แต่การรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ถือเป็นมูฟเมนต์ครั้งใหญ่สุดในรอบ 70 ปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนให้ตรงจุด และทัชกลุ่มผู้บริโภคมากที่สุด
"หากรีเฟรชแบรนด์ สินค้ากลุ่มแรกที่จะรีเฟรชจะเป็น แป้งโยคี คาดว่าจะได้เห็นภาพในไตรมาส 2 ปี 2566 ซึ่งกลุ่มแป้งโยคีมีช่องว่างในการทำตลาดได้อีกมาก และเป็นสินค้าที่นิยมในหมู่คนจีน โดยขณะนี้เราได้นำสินค้าวางขายในค้าปลีกชั้นนำ และเปิดอีคอมเมิร์ซใน Taobao เพื่อตีตลาดจีนโดยเฉพาะ"
หลังจากก่อนหน้านี้ได้ปรับไลน์สินค้าให้มีความหลากหลาย ตั้งแต่การขยายไลน์สินค้าแอลกฮอลล์ให้ครอบคลุมการใช้สำหรับแผล ใช้ทำความสะอาดพื้นผิว กระทั่งใช้กับเด็ก ไปจนถึงแตกแบรนด์เจาะกลุ่มแม่และเด็ก ภายใต้แบรนด์ Little Shield เปิดตัวเฟสแรก 6-7 SKU จากทั้งหมด 3-4 เฟส ที่จะมีสินค้าทยอยลอนช์ออกมากว่า 10 SKU เพื่อดันแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม
ขณะเดียวกัน ศิริบัญชา ได้เล็งเห็นช่องว่างตลาดกลุ่มซิลเวอร์เอจ หรือผู้มีอายุ 50-60 ปีขึ้นไป เนื่องจาก ในอนาคตจะเป็นประชากรกลุ่มหลักของประเทศ จึงตั้งใจทำสินค้ากลุ่มสกินแคร์ และ Supplement มารองรับ
และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันทุกวันได้ หรือเดลี่ยูส (Daily Use) ผ่านสินค้ากลุ่ม Personal Care อย่างสบู่ เป็นนวัตกรรมของพันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น ตอบโจทย์ในส่วนการทำสินค้า Personal Care ได้ และในตลาดไทยยังไม่เคยมีใครทำ
"อนาคตจากสินค้าของศิริบัญชาที่หลากหลายขึ้น จะทำให้พอร์ตรายได้เปลี่ยน โดยสัดส่วนสินค้าเวชภัณฑ์ด้านยาต่าง ๆ จะลดลง แต่ไม่ได้ลดลงด้วยรายได้ แต่ลดลงจากรายได้ของสินค้าเวลเนสและ Supplement ที่จะเติบโตมาทดแทน"
ล่าสุด ศิริบัญชา ได้รับรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 18 ซึ่งจัดโดยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยให้แข็งแกร่งและสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน