โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พีระชาติ อินตา เฉลยให้ ทำไมเว้นช่องว่างกำแพงกั้นชายแดนไทย-เขมร

แนวหน้า

เผยแพร่ 01 มิ.ย. เวลา 17.00 น.

พีระชาติ อินตา เฉลยให้ ทำไมเว้นช่องว่างกำแพงกั้นชายแดนไทย-เขมร เตือนเสพข่าวอย่างมีสติ อย่าเอาความรู้สึกไปขยายความ จนบั่นทอนกำลังใจทหารชายแดน

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569 เพจเฟซบุ๊ก พีระชาติ อินตา อินฟลูด้านความมั่นคง และเป็นทหารแนวหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยปักหลักอยู่ที่ปราสาทตาควาย โพสต์ข้อความ ระบุว่า "พี่น้องครับ #ดราม่าเรื่องกำแพงเว้นช่องว่างที่กำลังแชร์กันว่อนเน็ตจนไฟลุกอยู่ในเวลานี้ มันคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของการที่คนเรามองเห็นแค่รูปถ่ายใบเดียว แล้วเอาอารมณ์ความรู้สึกไปขยายความจนเตลิดเปิดเปิงไปไกล

ที่เขาแคปภาพรั้วแนวปูนสลับตาข่ายเหล็ก แต่ดันมี #ช่องว่าง กว้างเป็นเมตรเว้นเอาไว้ดื้อๆ หน้าตาเหมือนประตูเข้าออกข้างๆ หลักเขตแดน แล้วรุมด่ารุมสับกันยับเยินว่าทหารไทยทำการละคร แหกตาประชาชน ดั้นทำช่องเล็กช่องน้อยปล่อยให้เขมรเดินข้ามมาเหยียบแผ่นดินไทยได้ตามสะดวก สมควรแล้วที่เขาไม่เกรงกลัว ปรี่ห้าวกร่างใส่ทหารไทยตลอด ลามไปถึงขั้นใช้วาทกรรมรุนแรงโจมตีคนทำงานหน้างาน ป้ายสีว่าไม่รักชาติ ยอมอ่อนข้อให้ต่างชาติ

ผมเห็นแล้วบอกตรงๆ ว่า… เออ ผมเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของทุกคนนะ ยามที่เราเห็นภาพแบบนี้ ความรักชาติความหวงแหนแผ่นดินเกิดมันพุ่งพล่าน ใครๆ ก็ต้องรู้สึกโกรธและอยากจะเคาะคีย์บอร์ดด่าตามน้ำไปเป็นธรรมดา มนุษย์เราเห็นภาพแค่นั้นใครจะไม่คิดล่ะครับ?

ผมต้องกราบเรียนตรงๆ เลยว่า ผมไม่ได้มาออกตัว หรือมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อเข้าข้างใครเป็นพิเศษนะครับ แต่อยากให้สังคมเราได้รับรู้ความจริงที่รอบด้านก่อนที่จะไปรุมประณามคนตั้งใจทำงานเพื่อชาติเพื่อแผ่นดินจริงๆ และอยากให้ความรักชาติของเราตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่แค่มองเห็นคลิปสั้นๆ ภาพสั้นๆ หรือวาทกรรมดราม่าสั้นๆ ไม่กี่ประโยคบนโลกโซเชียลก็พากันหลงเชื่อตามกระแสไปหมด โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเลย

เมื่อวานนี้ผมก็เพิ่งพูดเรื่องนี้ไปหยกๆ เรื่องความสูงของรั้วชายแดนจันทบุรี ความมินิมอล หรือความบอบบางที่หลายคนมองแล้วเอาไปล้อเลียนเป็นรั้วล้อมคอกวัวคอกควายอะไรนั่นน่ะ ผมอธิบายเคลียร์คัตไปจนหมดเปลือกแล้ว ใครที่ยังไม่ได้อ่านหรือยังคาใจตรงนี้ รบกวนกดตามกลับไปดูโพสต์ย้อนหลังของผมได้เลยครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งคุยซ้ำประเด็นเดิม

แต่สำหรับไอ้ช่องว่างเว้นโหว่ข้างหลักเขตแดนที่กำลังเดือดอยู่นี้ ความจริงหลังม่านหน้างานมันมีเหตุผลทางนิติศาสตร์และสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จำเป็นอย่างที่สุดซ่อนอยู่ และไม่ได้เป็นอย่างที่ขบวนการปั่นกระแสพยายามบิดเบือนข้อมูลเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมือง หรือปั่นเอายอดไลก์ยอดแชร์เลยสักนิดครับ

เราต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งก่อนว่า เส้นแนวเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในหลายๆ จุด โดยเฉพาะแถวโป่งน้ำร้อน มันยังไม่มีการปักปันเขตแดนที่เบ็ดเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การจะไปสร้างกำแพงคอนกรีตหนาๆ สูงท่วมหัว หรือขึงลวดหนามถาวรปิดตายตลอดแนวทันทีตามใจชอบมันทำไม่ได้ครับ เพราะถ้าเราล้ำเข้าไปแม้แต่นิ้วเดียว หรือเขาคิดว่าเราล้ำ มันจะกลายเป็นข้อพิพาทดินแดนระดับประเทศ และอาจบานปลายกลายเป็นสงคราม ชายแดนที่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อของลูกหลานไทยกันอีกรอบ

แล้วทำไมต้องเว้นช่องว่างตรงหลักเขตแดนไว้พอดีจนดูเหมือนโหว่?

คำตอบสั้นๆ แต่คมกริบและเป็นกฎเหล็กสากลคือ "#เราไม่มีสิทธิ์สร้างอะไรไปทับ ขวาง หรือปิดล้อมหลักเขตแดนระหว่างประเทศ"ครับ

โครงการกั้นรั้วความมั่นคงถาวรตรงนี้ ทำขึ้นภายใต้ข้อผูกพันกฎหมายระหว่างประเทศที่เรียกว่า "ข้อตกลงทางเทคนิค (Technical Instruction)" ที่ลงนามร่วมกันโดยคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม และกรมแผนที่ทหาร
ในข้อตกลงสากลนี้ระบุชัดเจนในหลักกฎหมายระหว่างประเทศเรื่อง "#ความละเมิดมิได้ของตัวหลักเขตแดน" (Inviolability of Border Markers) ว่าหลักหมุดหินที่เห็นตั้งอยู่ข้างๆ นั้น มันคือสมบัติร่วมทางนิตินัยของทั้งสองประเทศ คณะกรรมการปักปันเขตแดนหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของทั้งสองฝ่าย จะต้องสามารถเข้าถึงตัวหลักเขตนั้นเพื่อรักษาสภาพและตรวจสอบพิกัดได้ตลอดเวลา

ลองคิดภาพตามผมนะ ถ้ารัฐบาลหรือกองทัพไทยบ้าจี้โบกปูนปิดทึบหรือสร้างรั้วตาข่ายล้อมตายทับหลักเขตแดนนั้นไว้ ฝั่งโน้นเขาจะยื่นประท้วงทางการทูตทันทีว่าไทยละเมิดข้อตกลง และแอบอ้างสิทธิ์ยึดครองหลักเขตแดนเป็นของตนเอง ซึ่งจะกลายเป็นการจุดชนวนให้เกิดความตึงเครียด หรือเกิดการสู้รบติดอาวุธขึ้นมาทันที

การเว้นช่องในรูปภาพจึงเป็นหลักการผ่อนปรนทางการทูต ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ทั่วโลกปฏิบัติกัน

ถ้าเราลองไปเปิดดูแนวรั้วชายแดนของต่างประเทศทั่วโลก ก็ใช้กฎหมายและวิธีปฏิบัติเดียวกันนี้ทังนั้นครับ อย่างเช่น #กำแพงชายแดนสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก (US-Mexico Border Wall) ภายใต้ระเบียบของคณะกรรมาธิการเขตแดนและน้ำระหว่างประเทศ (IBWC) ในจุดที่เป็นหลักหมุดหินเขตแดนสากล (Border Monuments) แนวกำแพงเหล็กขนาดยักษ์ของสหรัฐฯ ก็จำเป็นต้อง "เว้นช่องว่างกว้างรอบตัวหมุด" ไว้เช่นกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝั่งสามารถเดินเข้าไปส่องกล้อง บำรุงรักษา หรือตรวจสอบทางพิกัดภูมิศาสตร์ได้ตามสนธิสัญญาปี 1889 และ 1970 โดยไม่มีสิทธิ์สร้างกำแพงปิดตายทับหลักเขตเด็ดขาด

หรือแม้แต่ #ชายแดนสหรัฐอเมริกา-แคนาดา (US-Canada Border) ที่ยาวที่สุดในโลก ภายใต้ข้อตกลงของ International Boundary Commission (IBC) เขากำหนดให้ตัดต้นไม้เป็นแนวเปิดโล่งที่เรียกว่า "The Vista" กว้าง 6 เมตรตลอดแนวป่า และห้ามสร้างแนวสิ่งปลูกสร้างหรือรั้วทึบถาวรใดๆ ไปขวางหรือล้อมรอบตัวหลักหมุดเขตแดนอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงหลักเพื่อรังวัดสัญญาณดาวเทียมความแม่นยำสูงได้ตลอดเวลา ดังนั้น สิ่งที่ทหารไทยทำ จึงเป็นไปตามระเบียบสากลทางนิติศาสตร์ที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องทำเหมือนกัน ไม่ใช่ความสะเพร่าหรือความอ่อนแอ

ทีนี้เรามาวิเคราะห์ประเด็นดราม่าที่คนเสพข่าวผิวเผินระแวงจนตั้งคำถามกันหนักมากว่า "เว้นช่องว่างแบบนี้ เขมรก็เดินเข้าออกแผ่นดินไทยได้ตามสะดวกเลยสิ?"

พี่น้องครับ ในความเป็นจริงหน้างาน… มันไม่ได้ง่ายและปล่อยปละละเลยขนาดนั้นเลยครับ!

ลองนึกภาพเปรียบเทียบตามผมนะ ชายแดนโป่งน้ำร้อนก่อนที่จะมีรั้วนี้ มันคือแนวป่ารกทึบ สวนผลไม้ และป่ากล้วยป่ามันของชาวบ้านยาวเป็นกิโลๆ ฝั่งโน้นจะแอบมุด แอบลักลอบขนยาเสพติด ขนของเถื่อน หรือพาลูกล้อแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามตรงไหนก็ได้ เจ้าหน้าที่จับตาดูไม่หวาดไม่ไหวเพราะพื้นที่มันโล่งและกว้างไปหมด

การที่เขาตัดสินใจสร้างกำแพงถาวรปิดตายพื้นที่ส่วนใหญ่ยาว 1.3 กิโลเมตรเอาไว้ แล้วเหลือ "ช่องว่างแคบๆ" ไว้เฉพาะตรงหลักเขตแดน ในทางยุทธวิธีทหาร นี่คือแผนการที่เรียกว่า "การสร้างช่องบีบสายตา" (Tactical Choke Point)ครับ

มันคือเกมบีบกระดานขบวนการผิดกฎหมาย จากเดิมที่พวกนี้เลือกมุดป่าตรงไหนก็ได้ ตอนนี้แนวกำแพงยาวกิโลกว่าๆ บังคับให้พวกเขาต้องยอมเดินเข้ามาในช่องแคบๆ ตรงหลักเขตนี้เท่านั้น จากที่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าแนวราบยาวเหยียด ตอนนี้เหลือจุดที่ต้องจับตาดูเข้มข้นแค่ไม่กี่ช่อง

และหลังแนวกำแพงกับช่องว่างเหล่านั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดปล่อยโล่งชิวๆ นะครับ กองทัพมีการวางระบบเฝ้าตรวจอัจฉริยะ ทั้งกล้องวงจรปิดคุณภาพสูง ระบบเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว จับภาพความร้อน และที่สำคัญที่สุดคือ มีกำลังพลจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินและทหารพราน ตั้งจุดตรวจและจัดชุดลาดตระเวนบล็อกหลังช่องว่างเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ใครที่คิดจะเดินดุ่มๆ ข้ามช่องนี้เข้ามาเพื่อเหยียบแผ่นดินไทยแบบง่ายๆ บอกเลยว่าเดินเข้ามาปุ๊บก็เจอทหารไทยถืออาวุธเล็งตรงสกัดจับปั๊บ ขาข้างหนึ่งของคุณก้าวเข้าคุกไทยทันที ไม่มีคำว่า "เข้าออกตามสะดวก" อย่างที่พวกเสพดราม่ามโนไปเองแน่นอน

แต่พี่น้องครับ ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกปากของพวกนักเลงคีย์บอร์ดที่นั่งพิมพ์อยู่ในห้องแอร์เย็นๆ… มีใครเคยนึกถึงหัวอกของเจ้าหน้าที่ทหารหน้างานบ้างไหมครับ?

ในขณะที่เรากำลังเสพดราม่า นั่งเถียงกันบนความสะใจ เจ้าหน้าที่ทหารพรานและทหารชั้นผู้น้อย ต้องเดินลาดตระเวนแบกปืนแบกเป้หนักหลายสิบกิโลกรัม ฝ่าแดดที่ร้อนจนแสบผิว ฝ่าสายฝนที่ตกกระหน่ำจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม เสี่ยงต่อกับระเบิดเก่าที่ยังเก็บกู้ไม่หมด เสี่ยงต่อไข้ป่า และเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับสิ่งผิดกฎหมายที่พร้อมจะลั่นไกสู้ตลอดเวลา

พวกเขายอมทิ้งบ้าน ทิ้งครอบครัว ทิ้งลูกเมีย มานอนกลางดินกินกลางทรายในป่ารกทึบเพื่อปกป้องเส้นขอบฟ้าและอธิปไตยให้คนแนวหลังได้นอนหลับสบาย แต่สิ่งที่เป็นรางวัลตอบแทนความตรากตรำของพวกเขา กลับเป็น "วาทกรรมบิดเบือน" จากกลุ่มคนที่จ้องจะฉวยโอกาสเอาประเด็นความมั่นคงมาเล่นเกม โจมตีว่าพวกเขาไร้ความสามารถ ป้ายสีว่าพวกเขาใจสกปรกหรือเอื้อประโยชน์ให้ต่างชาติ

มันน่าเจ็บปวดและกินใจเหลือเกินครับที่คนตั้งใจทำงานรักษาแผ่นดินด้วยชีวิต ต้องมาถูกบั่นทอนกำลังใจด้วยภาพถ่ายมุมเดียวและการตีความแบบไร้สติของคนในชาติเดียวกัน

รั้วชายแดนที่โป่งน้ำร้อน จันทบุรี คือความพอดีในการบริหารจัดการพื้นที่ความมั่นคงยุคใหม่ เราทำถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศทุกข้อเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง แต่ในขณะเดียวกันเราก็กางตาข่ายความปลอดภัยระบบปิด บีบพื้นที่ให้สกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยที่แผ่นดินไทยไม่ได้เสียอธิปไตยไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว

ผมอยากให้พี่น้องมั่นใจในทหารกล้าและเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอยู่ที่โป่งน้ำร้อน จันทบุรี พวกเขารู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ และไม่มีทางยอมให้ใครมาโกงแผ่นดินไทยไปได้อย่างแน่นอน

ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ขอให้เรามีสติในการเสพข้อมูลข่าวสาร คุมจังหวะคิดให้ดี มองเกมให้ออก อย่าตกเป็นเครื่องมือของวาทกรรมบิดเบือนที่จ้องจะทำลายความมั่นคงและสามัคคีของคนในชาติเลยครับ

ภาพถ่ายใบเดียวเล่าความจริงไม่หมด และอารมณ์ที่พลุ่งพล่านโดยไร้ข้อมูลรองรับก็ไม่เคยช่วยปกป้องอธิปไตยได้จริง มีแต่สติปัญญา ความเข้าใจโลก และความร่วมมือร่วมใจกันของคนในชาติเท่านั้น ที่จะทำให้แผ่นดินไทยของเราแข็งแกร่งและปลอดภัยอย่างยั่งยืนครับ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...