โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ราคาทองเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์-ทองคำเพื่อลงทุนในไทยพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2567 เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2567 เวลา 10.41 น.

สภาทองคำโลก เผยปริมาณความต้องการทองคำของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง ท่ามกลางราคาทองคำที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ชี้ทองคำแท่ง-เหรียญทองคำสำหรับการลงทุนเพิ่ม 10% ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ขณะที่ความต้องการทองคำเครื่องประดับของไทยลดลง

วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานแนวโน้มความต้องการทองคำ หรือ Gold Demand Trends ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ว่าความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำสำหรับการลงทุนของประเทศไทยเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 ความต้องการทองคำผู้บริโภค (Consumer Gold Demand) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วแม้ว่าราคาทองคำได้พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ผ่านมา

ในขณะที่ปริมาณความต้องการทองคำทั่วโลกที่รวมการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-counter หรือ OTC) ได้เพิ่มขึ้น 3% อยู่ที่จำนวน 1,238 ตัน ซึ่งถือเป็นไตรมาสแรกของปีที่เติบโตแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ด้านความต้องการทองคำทั่วโลกที่ไม่รวมตลาด OTC ได้ลดลง 5% อยู่ที่จำนวน 1,102 ตัน สำหรับไตรมาสที่ 1 ของปี 2567

ปริมาณความต้องการทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลกมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนที่แข็งแกร่งของตลาด OTC รวมถึงการซื้อทองคำของธนาคารกลางที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากผู้ซื้อในภูมิภาคเอเชีย ปัจจัยเหล่านี้ผลักดันให้ราคาทองคำทำสถิติเฉลี่ยรายไตรมาสสูงขึ้นอยู่ที่ 2,070 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้

ธนาคารกลางต่าง ๆ ยังคงซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง จากสถิติอย่างเป็นทางการธนาคารกลางทั่วโลกได้ถือครองทองคำเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 290 ตันในไตรมาสนี้ การซื้อที่คงที่ สม่ำเสมอ และเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ ได้เน้นย้ำความสำคัญของทองคำในพอร์ตการลงทุนของทุนสำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางสภาวะความผันผวนของตลาดและความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น

ด้านสถานการณ์ของทองคำสำหรับการลงทุน พบว่าปริมาณการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำทั่วโลกเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา และยังคงทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2566 อยู่ที่ปริมาณ 312 ตัน สำหรับประเทศไทยมีปริมาณการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับปีแล้ว ที่จำนวน 5.9 ตัน โดยราคาทองคำในประเทศได้ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าอัตราในต่างประเทศ เนื่องจากค่าเงินบาทที่อ่อนลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2567

สำหรับกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) ทองคำแท่งสำหรับนักลงทุน กระแสการลงทุนยังคงไหลออกอย่างต่อเนื่องโดยปริมาณการถือครองทองคำของ ETF ทั่วโลกลดลง 114 ตัน นำโดยกองทุนในทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป

อย่างไรก็ตามปริมาณทองคำที่ลดลงนี้ได้รับการชดเชยเล็กน้อย จากกระแสการไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนทองคำต่าง ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ทวีปเอเชีย โดยมีจีนเป็นผู้สร้างการลงทุนที่สำคัญ นักลงทุนได้กลับมาสนใจทองคำอีกครั้งเนื่องจากค่าเงินของแต่ละประเทศที่อ่อนลง และผลประกอบการที่ต่ำของตลาดตราสารทุนภายในประเทศ

ปริมาณความต้องการในตลาดทองคำเครื่องประดับทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าราคาทองคำได้เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ตาม โดยได้ลดลงเพียง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ความต้องการทองคำในทวีปเอเชียได้ช่วยพยุงปริมาณที่ปรับลดลงในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือไว้ ปริมาณความต้องการทองคำเครื่องประดับของทั้งประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ต่างลดลงในระดับที่ใกล้เคียงกันเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า

โดยประเทศไทยมีความต้องการลดลง 10% อยู่ที่ 1.9 ตัน เวียดนามลดลง 10% เป็น 4.1 ตัน และอินโดนีเซียลดลง 12% อยู่ที่ 5.5 ตัน เนื่องจากราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงปลายไตรมาสที่ 1 ซึ่งทำให้ความต้องการในภูมิภาคลดลง

นอกจากนี้แล้ว ความต้องการทองคำในภาคเทคโนโลยีได้ฟื้นตัวขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงผลักดันจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI ในภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ในด้านของอุปทาน การผลิตทองคำจากเหมืองแร่เพิ่มสูงขึ้น 4% เมื่อเทียบปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 893 ตัน ซึ่งเป็นสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ของการผลิตในไตรมาสแรก ในขณะที่ปริมาณการรีไซเคิลทองคำเพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปี 2563 โดยเพิ่มขึ้นถึง 12% จากไตรมาสแรกของปี 2566 อยู่ที่ 351 ตัน เนื่องจากนักลงทุนบางรายมองว่าราคาทองที่สูงเป็นโอกาสดีสำหรับการทำกำไร

นายเซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าธนาคารกลางทั่วโลกของสภาทองคำโลก กล่าวว่า แม้ว่าราคาทองคำได้เพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกัน ในไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดทองคำเครื่องประดับ แต่ความต้องการทองคำผู้บริโภคโดยรวมในประเทศไทยก็ยังคงเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนในทองคำแท่งและเหรียญทองคำที่เพิ่มมากขึ้น เราพบว่าปริมาณความต้องการทองคำเครื่องประดับในประเทศไทยปรับลดลงในช่วงที่ราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม นอกจากนี้ยังนำไปสู่การรีไซเคิลทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย

นายหลุยส์ สตรีท (Louise Street) นักวิเคราะห์การตลาดอาวุโส ของสภาทองคำโลก แสดงความเห็นว่า “ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาราคาทองคำได้ไต่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ต้องเผชิญกับแรงต้านจากวิเคราะห์แบบดั้งเดิม ซึ่งคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่า และอัตราดอกเบี้ยที่พิสูจน์แล้วว่าจะยังคงระดับสูงนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม”

“ปัจจัยหลายประการอยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคที่ยังคงมีอยู่ ผลักดันให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงความต้องการทองคำจากธนาคารกลางที่ยืนหยัดอย่างต่อเนื่องและมั่นคง การลงทุนในตลาด OTC ที่แข็งแกร่ง และการซื้อสุทธิที่เพิ่มขึ้นในตลาดอนุพันธ์ต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้ราคาทองคำเพิ่มสูงขึ้น”

สิ่งที่น่าสนใจคือเรากำลังมองเห็นแนวโน้มพฤติกรรมของนักลงทุนชาวตะวันออกและตะวันตกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยปกตินักลงทุนในตลาดตะวันออกจะมีความอ่อนไหวต่อราคามากกว่า โดยมักรอช่วงที่ราคาทองคำลดลงเพื่อหาจังหวะซื้อ ในขณะที่นักลงทุนชาวตะวันตกมักถูกดึงดูดด้วยราคาที่สูงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะซื้อในช่วงที่ราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ในไตรมาสแรกของปีเราเห็นว่าบทบาทนี้กลับสลับกัน เนื่องจากความต้องการลงทุนในตลาดต่าง ๆ เช่น จีนและอินเดีย เติบโตอย่างมากในช่วงที่ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น

“เมื่อมองไปข้างหน้าในปี 2567 มีแนวโน้มที่ทองคำจะสร้างผลตอบแทนแข็งแกร่งกว่าที่เราได้คาดการณ์ไว้เมื่อตอนต้นปี จากผลการดำเนินงานที่ดีในช่วงที่ผ่านมา หากระดับราคาลดต่ำลงในช่วงเดือนต่อจากนี้ผู้ซื้อที่อ่อนไหวต่อราคาบางรายอาจกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง และนักลงทุนจะยังคงมองหาทองคำเพื่อเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยต่อไป ในช่วงที่พวกเขาต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับการลดอัตราดอกเบี้ยและผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น” นายหลุยส์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราคาทองเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์-ทองคำเพื่อลงทุนในไทยพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...