โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผัวเมียแฉข้อมูลพระชวนซี่ที่ห้องพิศวง ได้ทั้งหญิง-ชาย-หมู่ มีตำรวจโดนด้วย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 มิ.ย. 2567 เวลา 11.36 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2567 เวลา 11.17 น.

ผัวเมียแฉข้อมูลพระชวนซี่ที่ห้องพิศวง ได้ทั้งหญิง-ชาย-หมู่ มีตำรวจโดนด้วย

กรณีสองสามีภรรยา ร้อง “นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ” ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกพระที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ หลอกลวงให้มีเพศสัมพันธ์ อ้างว่าเป็นการต่อดวงชะตาชีวิตให้พระรูปนั้น หลอกลวงให้มีเซ็กซ์หมู่กับลูกศิษย์คนอื่น อีกทั้งพระรูปนั้นสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ทั้งหญิงและชาย

รายการโหนกระแส ออกอากาศวันที่ 12 มิ.ย. 67 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” สัมภาษณ์ เอ-บี-ซี เหยื่อพระรูปดังกล่าว, เอกภพ เหลืองประเสริฐ, ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา หรือมหาหมี รองประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม

คุณเอ เป็นภรรยาคุณบี ตอนแรกที่คุณเอกฟังตกใจมั้ย?
เอกภพ : ตกใจมาก พยายามถามเขาหลายรอบว่ามันใช่เหรอ ขอดูหลักฐานต่างๆ ซึ่งหลักฐานที่เขามี มันค่อนข้างเยอะพอสมควร พอให้เขาเล่าลำดับเหตุการณ์ แต่ละคนก็เล่าสอดคล้องกัน มีโอกาสเป็นอย่างที่น้องเล่าให้ฟัง

เรารู้จักพระรูปนี้ได้ยังไง?
เอ : เริ่มแรกเขาเป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียง เคยลงหนังสือแห่งนึง มีเพื่อนๆ กันชวนไปเจอที่วัดเขา เจอเขาครั้งแรก เขาทักเราเลยว่าเฮ้ย มาได้ยังไง รอดได้ยังไง

รู้จักนานหรือยัง?
เอ : สิบปีได้ พอเขาทักแบบนี้ก็รู้สึกแปลกดี แต่เขามีชื่อเสียงระดับนึง เราก็รู้สึกอยากรู้จัก คำสอนคำพูดของเขาหลายอย่างค่อนข้างดี เราไม่ได้ศึกษาเยอะ ตอนนั้นเราเด็กมาก ไม่มีความรู้อะไรเลย เราไปกับเพื่อนๆ เรามีโอกาสได้คุยกับเขา

ตอนนั้นแต่งงานกับบีหรือยัง?
เอ : ยังค่ะ เรารู้จักพระรูปนี้ก่อนบีค่ะ

ทำไมเชื่อถือศรัทธาเขาขนาดนั้น?
เอ : พอได้เจอเขา ผ่านระยะเวลาไป เขาบอกว่าเราเหมือนลูกสาวเขาในอดีตชาติ เขาต้องการมาดูแลชดเชย เขาตามหาเรามานานมากแล้ว เขามองเห็นว่าเราโดนของจากพ่อเลี้ยงเรามา เขาอยากช่วยเรานะ อ้างว่าเขาเป็นพ่อที่ต้องการช่วยแก้ในสิ่งที่เราโดนมา เขามีการเดินทางมากรุงเทพฯ เจอบรรดาลูกศิษย์ เราเคยได้เข้าไปสัมผัส ก็คิดว่าพระรูปนี้น่าจะเก่งมาก เพราะมีลูกศิษย์ลูกหาที่เชื่อถือเขาเยอะ

สิบปีไปมาหาสู่กับพระรูปนี้บ่อยมั้ย?
เอ : สองสามเดือนทีนึง ทุกครั้งที่เขามากรุงเทพฯ ก็จะมีไปบ้าง แต่ช่วงแรกๆ ไม่ได้เข้าไปเยอะ เพราะเราไม่ได้ชอบแนวแบบนี้ เราได้ฟังคำสอนเขาบางอย่างเรารู้สึกว่ามันน่าสนใจดีนะ เราไม่เชื่อเรื่องพวกมูเตลู แต่เขาดันมาทายเราถูก

บุคลิกเป็นยังไง?
เอ : เขาดูทันสมัย เข้าถึง ตอนนั้นเราเด็กมาก ก็คิดว่าอาจเป็นแบบใหม่ที่เราไม่เคยได้สัมผัส เราไม่มีความรู้อะไรเลย เขาพูดไปเรื่อยแต่อาจจี้จุดบางอย่างเรา อย่างพ่อเลี้ยงเป็นแบบนี้ๆ นี่คือช่วงปีสองปีแรกที่ได้เจอ

เขาทำให้เราเชื่อแบบนั้น เราก็หลงเชื่อ เรารู้จักบีได้ไง?
บี : ช่วงประมาณปี 51-52 ผมยังเรียนอยู่ เห็นเขาลงหนังสือพระ ผมก็อ่านประวัติเขา มีเรื่องราวของเขา ผมรู้สึกอยากไปเจอ ก็ไปเจอเขา ได้พูดคุยกับเขา รู้สึกว่าเขาเป็นคนพูดจาได้ดี มีความน่าเชื่อถือ เขาเล่าเรื่องราวต่างๆ ฟังแล้วเราคล้อยตาม ฟังแล้วเพลิน สนุก เช่น เขาไปเรียนวิชามา เจอเรื่องราวอย่างนี้มา

โชว์สกิลอภินิหาร?
บี : เทพองค์นั้นองค์นี้เสียไปแล้วมาสอน ในนิมิตบ้าง เราฟังแล้วเพลิน ตอนนั้นอายุผมก็ยังเด็กๆ อยู่ ก็รู้สึกว่าฟังแล้วเรื่องนี้น่าสนใจดี อยากฟังอีก ส่วนตัวผมชื่นชอบเรื่องแนวนี้อยู่แล้ว เรื่องอภินิหาร ความเชื่อ

คุณรู้จักคุณเอหรือยัง?
บี : ยังครับ เราไปเจอกันที่วัดนั้น แล้วที่รู้จักกัน เขาบอกว่าเขาเป็นคนดึงผมมาให้เขา เหมือนเป็นเนื้อคู่ เหมือนเขาใช้วิชา ใช้พลังที่เขามี ให้ผมมาคบกับเอ

สิบปีเหมือนกัน ต่างคนต่างเจอพระรูปนี้ แล้วคุณก็มาเจอกันที่วัดแห่งนี้ เขาผลักดันให้คบหากัน?
บี : เขาบอกว่าเขาคัดสรรมาให้อย่างดีที่สุดแล้ว

คุณเลยคบหากัน?
บี : ปี 51-52 ผมพาซี เพื่อนผมไป ครั้งแรกเขาบอกว่าคนนี้ทีหลังอย่าพามาอีกนะ ถามผมก่อนว่าคนนี้สนิทมั้ย รักเขาเป็นเพื่อนจริงๆ ใช่มั้ย ถ้าไม่รักจริงไม่ต้องพามาอีกนะ เพราะเขาเห็นว่าจริงๆ แล้วซีเหมือนชะตาจะขาดแล้ว ไม่ต้องพามาอีก เขาจี้มาแบบนี้ เราก็เพื่อนรักผมเลยครับ ช่วยหน่อยเถอะ ขอร้องให้เขาช่วยหน่อย ก็เลยพาเขาไปหา เขาก็บอกว่าจริงๆ ชะตาขาดไปแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงแล้ว มาอยู่กับเขา ไม่ต้องกลัวแล้ว ไม่เป็นไร

คุณซีเชื่อมั้ย?
ซี : ผมก็งงเหมือนกัน ไม่ได้มู ไม่เคยเจอใครทักแบบนี้มาก่อนในชีวิต บวกกับที่บ้านผมมีแผลอยู่แล้ว พ่อติดการพนัน พี่เป็นบ้า ทำให้ผมรู้สึกว่าหรือครอบครัวเรา ตัวเราโดนของจริงๆ ชีวิตถึงได้แย่ขนาดนี้ แล้วเขาทักมาอีก มันก็สะกิดแผลใจเราด้วย ตอนนั้นเขาเปิดบ้านใช้ไข่กับเหล้าขาวในการถอนของ ให้เข้าไปในห้องกับลูกศิษย์สองคน เอาผ้าขายม้า เอาไข่ไก่มาดูดที่ตัว ตามจุดต่างๆ แล้วตอกออกมาให้ดู ถ้ามีอะไรดำๆ จะบอกว่ามันเป็นของไม่ดี ซึ่งมันก็มี ตอนนั้นก็คิดว่าอาจเป็นไปได้ เขาเอาไข่มาถึงจุดที่ลับด้วย เขาอ้างว่าที่ลับเป็นจุดวาสนา อะไรดีไม่ดีอยู่ตรงนั้น ทำอะไรไม่สำเร็จ อาภัพรักก็อยู่ตรงนี้ด้วย เขาเอาไข่มาแตะตรงที่ลับด้วย แล้วใช้เหล้าขาวล้าง

ทำไมเรื่องราวเกิดรุนแรง?
เอ : หลังเจอเขาปีแรกๆ เขายังมีการพูดเรื่องความเชื่อ บอกว่าเราโดนของ จะถอนของ ใช้ไข่ไปเรื่อยๆ แล้วค่อยๆ ขยับพิธีการมากขึ้น เขาอ้างว่าตอนนี้ถอนที่อยู่ข้างนอก เหมือนแก้วน้ำที่มีน้ำดำๆ อยู่ในนั้น ต้องค่อยๆ ใส่น้ำใสลงไปเรื่อยๆ ต้องถอน ถอดออกเรื่อยๆ ค่อยๆ หนักขึ้นๆ จากที่ใส่ผ้าถุงธรรมดาถอนไข่ ก็เริ่มมีขั้นตอนแปลกๆ ขึ้น เราก็มีคำถามทุกครั้ง เขาก็จะตอบแค่ว่าให้เชื่อมั่น อย่ากังขา อย่าสงสัย ถ้าเราสงสัยการถอนจะไม่สัมฤทธิผล

เรื่องใหญ่โตมาได้ยังไง?
เอ : เขาเริ่มทำพิธีแปลกๆ เช่นที่เจอกับตัว ให้เรานอนหลับตา เอาผ้ามาคลุม เขาก็เอาตัวเขามาทับเรา ซึ่งเขาบอกว่าวิชาที่เราโดน เป็นเดรัจฉานวิชา ที่พ่อเลี้ยงหรืออะไรก็ตาม อาถรรพ์ในตัวเรา ต้องโดนแบบนี้แบบนั้นตลอด มันต้องใช้วิธีการแบบนี้ อันนี้คือเรารู้จักเขาประมาณ 6-7 ปีได้ ก่อนหน้านั้นเขาส่งภาพลูกศิษย์เขา ที่ทำพิธีแบบนี้ๆ กับคนนั้นคนโน้นมาให้เราดู

ต้องนอนลงแล้วตัวเขาทับ เขาผ้ามาปิดเรามั้ย?
เอ : ช่วงแรกเอาผ้ามาปิดไว้ เราก็ตกใจ ไม่กล้าถามเลยเพราะเราเชื่อ คิดว่าคงไม่มีอะไร จากนั้นเขาส่งภาพมาเรื่อยๆ เหมือนบอกว่าเราโดนของ ต้องถอนหนักขึ้นๆ นะ

เราเห็นภาพเขากระทำกับคนอื่นเหมือนกัน?
เอ : ค่ะ ก็คิดว่าเป็นทางแก้ ถึงจุดนึงที่มาถึงวันนี้ได้ เขาบอกว่าเขาเอาพลังทั้งหมด หรือวิชาที่เขามี มาช่วยดูดสิ่งไม่ดีจากตัวเราเข้าหาตัวเขา จนตอนนี้ร่างกายเขาไม่สามารถรับอะไรได้แล้ว เขาต้องการมีชีวิตต่อ เพื่อให้ได้อยู่กับเราทุกคน

พระบอกชะตาขาด เพราะไปดูดเดรัจฉานวิชา มารวมในตัวอาจารย์ กำลังจะตาย แต่อาตมายังอยากอยู่กับเราทุกคน?
เอ : ใช่ แล้วเขาก็แกล้งป่วย

เขาส่งข้อความบอกว่าเขากำลังจะตาย สมองไม่คล่องตัวเหมือนเดิม พูดไม่เหมือนที่คิด ถ้ามัวแต่จับผิดก็จะมีแต่เรื่องผิดอยู่ตลอด เหตุทำให้เสียใจคงมีตลอด เพราะอาจารย์มันไม่ดี คิดมาหลายวันแล้วเข้าไปอยู่ในป่าดีมั้ย แต่เพราะรักครอบครัว เลยพยายามฝืนเต็มที่แค่ความเชื่อใจทำให้เข้าใจไม่ได้ ทุกวันต้องสู้กับความเจ็บป่วย แต่คงไม่ดีพอจริงๆ เพราะไม่มีใครไว้ใจ อาจารย์ไม่ดีพอ คงไปทบทวน?
บี : มีคนสงสัยว่าแปลกๆ เขาก็เลยพิมพ์มาในลักษณะนี้

เอ : ที่หนักคือถึงขั้นเขาวิดีโอคอลมา ใส่ออกซิเจนใส่จมูกว่าเขาไม่ไหวแล้ว เขาทำเป็นพูดไม่รู้เรื่อง พร้อมน็อกได้เสมอ หนูสงสัยแล้วชอบถาม มันผิดปกติ ค่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ เขาใส่สายออกซิเจน นอนอยู่ที่วัดนั่นแหละค่ะ ที่ทำให้รู้สึกผิดมาก ว่านี่คืออาจารย์ผู้มีพระคุณ พอเราถามเขาเยอะๆ จี้เขาไปว่าใช่หรือไม่ใช่ยังไง เขาแกล้งล้มน็อกต่อหน้าเรา ชักใส่เราก็มี

บี : อยู่ดีๆ ก็ล้ม คิดว่าพอถึงจุดที่เขาหาคำอธิบายได้ยาก หลอกลวง เหมือนบอกเป็นนัยๆ ว่าอย่าถามเยอะ ถ้าไม่อยากให้เขาป่วย ไม่อยากให้เขาเจ็บ

เอ : ประมาณปลายปี 64 ที่เกิดเหตุ ขออนุญาตแก้ข่าวนะคะ ไม่ใช่เวลา 2 ปี เป็นระยะเวลาไม่กี่เดือนที่เขาแสดงตัวตน ธาตุแท้ออกมา เขาค่อยๆ ใส่ข้อมูล ค่อยๆ สอน ค่อยๆ บอก ให้เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา ธรรมชาติ เขาสอนเรื่องสังขาร 5 เป็นเรื่องปกติที่วันนึงร่างกายนี้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว เขาพยายามกล่อมจนประมาณปลายปี 64 เขาให้เรากับสามีเข้าไป เขาพูดคำแรกว่าเขากำลังจะตายแล้วจริงๆ เขาหมดทางเลือกแล้ว รักเขามั้ย เชื่อเขามั้ย ศรัทธาเขามั้ย จุดธูปสาบาน บอกวิธีทำให้เขามีชีวิตต่อ พอจุดปุ๊บเขาบอกว่าอย่าสงสัย อย่ามีคำถาม อย่ามีข้อกังขา ให้เชื่อว่าทุกอย่างที่ทำเป็นสิ่งที่ดี แล้วเขาจะขอบคุณทีเราเสียสละเพื่อเขา เป็นการตอบแทนที่ยิ่งใหญ่มาก เขาก็ให้เรากับสามี มีอะไรกัน ต่อหน้าเขา เพื่ออยู่หน้าหิ้งครู ดึงพลังจากเบื้องบนมา

ตัวมันเองที่เป็นพระจะนั่งดู แล้วดูว่าเรามีสัมพันธ์กันยังไง ดึงพลังลงมา วิชานี้ มีมั้ย?
ประยุทธ : ไม่มีหรอกครับ เป็นการกล่าวอ้างขึ้นมา ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของวงการพระพุทธศาสนาบ้านเรา มีการบิดเบือนคำสอน บิดเบือนวิธีการปฏิบัติ วิธีการดังกล่าว ไม่มีในหลักธรรมคำสอนแน่นอน สาระสำคัญคือความเชื่อที่เขาปลูกฝังเข้ามา

ตอนนั้นยอมมั้ย?
เอ : ตอนแรกไม่ได้เต็มใจขนาดนั้น

บี : เขาเป็นครูบาอาจารย์ เราก็เชื่อเขา

เอ : เรามีคำถาม แต่ระยะเวลาที่อยู่กับเขามา 7-8 ปีมันนานมากแล้ว ก็เชื่อว่าที่ผ่านมาเขาหวังดี เขาคงมีเหตุผลของเขา ก็พยายามจะมีอะไร แต่เผอิญสามีไม่พร้อม

ตอนนี้สึกแล้ว ชื่อพระโอ วันนั้นจบมั้ย?
บี : ไม่จบ เขาบอกว่าพิธีนี้ไม่จบไม่ได้ ต้องทำให้สำเร็จ ไม่งั้นองค์คุรุที่เขานับถือ เขาอ้างสายวัชรยาน ถ้าพิธีไม่เสร็จไม่ได้ องค์คุรุจะพิโรธ จะโกรธ พวกเราจะแย่กัน จะถูกลงโทษ เขาเลยบอกว่างั้นให้เขาทำแทน

เราก็ต้องจำยอม?
บี : ใช่ครับ เราเชื่อเขา ไม่ได้อยากจะยอม แต่ด้วยเหตุการณ์ต่อเนื่องมา ที่เขาอ้างว่าเขาป่วย จะตาย ต้องอาศัยพลังทำพวกนี้เพื่อมีชีวิตต่อ ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของผม เป็นเหมือนพ่อ เรื่องราวทั้งหมดที่เขาอ้างว่าช่วยเราไว้ มันเยอะ เรามีเรื่องปรึกษาเขา ว่าเจอเรื่องอย่างนี้ๆ เขาก็จะบอกว่าที่ผ่านมาได้เพราะเขา ที่ดีขึ้นได้เพราะเขา ถ้าเรื่องไหนไม่เปลี่ยน เขาก็บอกว่าจริงๆ ต้องหนักกว่านี้ แต่เขารับแทนให้ เรารู้สึกเขาเป็นผู้มีพระคุณ เป็นครูบาอาจารย์ ต้องตอบแทนเขาเมื่อมีโอกาส เขาบอกเขากำลังจะตาย ไม่สามารถผ่านไปได้ถ้าไม่ใช้วิธีกรรมพวกนี้ ถ้าไม่มีเราช่วย ผมก็เหมือนน้ำท่วมปาก

เอ : เขาให้สาบานด้วย ให้รู้ว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์

บี : ก่อนหน้านี้เขาปลูกฝังความเชื่อว่าเสพกามเป็นพิธีที่ลดอัตตาตัวตน ไม่มีเพศหญิงเพศชาย ไม่มีบาปบุญ ไม่มีผิดถูก ร่างกายนี้เป็นแค่สังขาร แค่เนื้อ แค่กระดูก เป็นการปลูกฝังไปเรื่อยๆ หลายๆ ปัจจัยรวมกัน

เอกภพ : เราได้ฟังก็ตกใจเหมือนกัน พระรูปนี้กล่อมลูกศิษย์ให้มีความเชื่อว่าร่างกายของเราเป็นสิ่งสมมติ ถ้ายังยึดติดเราก็จะไม่บรรลุธรรม จะตกนรกต่างๆ นานา การมีเพศสัมพันธ์อวัยวะเพศต้องเป็นเรื่องพูดได้ มีอยู่จริง ต้องไม่ยึดติด สอนวนๆ อยู่อย่างนี้ ทำให้ตัวเหยื่อเหมือนอยู่ในภวังค์

ประยุทธ : นี่คือการบิดเบือนคำสอนหลักการของพระพุทธศาสนา ในเพศภาวะความเป็นพุทธบริษัท คือเป็นพระภิกษุ พอมีความน่าเชื่อถือ เพราะใส่ผ้าเหลือง แต่มีการจับแพะชนแกะ มีการบิดเบือน มีวิธีการที่อุปโลกน์ขึ้นมาเอง เป็นการล่อลวงประชาชน ตรงนี้อันตราย หลักพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงให้เว้นคือการบรรพชา คือการเว้นจากการครองเรือนแบบฆราวาส การเข้าถึงธรรมของพระพุทธเจ้า คือประพฤติเข้าสู่เส้นทางธรรมโดยการไม่เสพกาม ไม่อยู่แบบฆราวาสอยู่ พอพระพุทธเจ้าบวชก็อยู่ของท่านลำพังพระองค์เอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีเพศ ลูกเมียก็ไม่คลุกคลีด้วย หลักการของพระพุทธศาสนา คือไม่มีการเสพกาม โดยภิกษุสามเณร

หนักใจมั้ยเรื่องนี้?
เอกภพ : ต้องเอาให้ได้ พอผมทราบเรื่องผมประสานไปที่ผอ.สำนักพุทธฯ เคสนี้ท่านไวมาก ประสานท่านช่วงเย็น ค่ำๆ ผอ.ก็ประสานกลับมาว่าประสานทางสำนักพุทธเพชรบูรณ์ ทางเจ้าคณะปกครองพระรูปนี้ เอาพระรูปนี้มาทำการสึกเรียบร้อย และหารือกับท่าน ผอ.ว่าทรัพย์สินที่อยู่ในสำนักสงฆ์ควรเป็นของพุทธศาสนา ส่วนคดีความก็เอาผู้เสียหายไปแจ้งความ ผมไม่อยากไปถามน้องเขาซ้ำ เพราะจะยิ่งเหมือนถูกกระทำซ้ำ ให้นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้สอบถามเขาดีกว่า เพราะมันละเอียดอ่อนมาก

เราพยายามไม่ลงลึกอะไรมาก แตะแบบผ่านๆ การที่เขามานั่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นคุณประโยชน์กับสังคมเหมือนกัน เขาต้องการเล่าด้วย ที่หนักข้อมันไม่ได้กระทำคนเดียว มีการไปเรียกคนโน้นคนนี้มาร่วมกระทำด้วย ทำเรื่องนี้โคตรยาก การที่ผมมานั่งถามแบบนี้ผมลำบากใจมาก ไม่ได้อยากถาม แต่ถามเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน เขาเองก็ไม่อยากตอบนะ มันก็เหมือนไปข่มขืนความรู้สึกเขาด้วย การทำรายการโดยเฉพาะเรื่องนี้ มันยากมากจริงๆ ไม่สามารถลงลึกได้ เพราะกสทช. ก็มีกฎอยู่ ฉะนั้นอย่าไปว่าเขานะ อย่าไปด่าเขาเลย เขาไม่มาออกรายการก็ได้?
บี : อยากแชร์ว่าคำสอนผิดๆ ที่เขาบิดเบือนว่ามันอันตรายมาก และใช้ได้ผลจริงๆ กับคนที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องศาสนาอย่างถ่องแท้ ยิ่งออกมาจากคนสวมจีวร เราเชื่อเกินครึ่งอยู่แล้ว

สุดท้ายยอมมีสัมพันธ์กับเขาไปแล้ว แต่มันไม่จบ?
บี : เขาบอกพิธีแบบนี้ต้องปฏิบัติไปเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายเขาดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวหายเป็นปลิดทิ้ง เป็นการเยียวยา รักษาไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนเต็มใจ ไม่มีข้อสงสัย ไม่มีข้อกังขา รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน องค์คุรุที่เขานับถือก็จะประทานพรให้แก่ผู้ร่วมพิธี และการปฏิบัติพิธีทั้งหมดนี้ เป็นลักษณะการละอัตตาตัวตน เพื่อเข้าสู่ธรรมชั้นสูงไปในตัวด้วย ก็ตรงกับสิ่งที่เขาสอนมาตลอดกับลูกศิษย์ในกลุ่ม ว่าพระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ 3 ทาง วิธีบรรลุธรรม หนึ่งคือฟังธรรม สองวิปัสสนากรรมฐาน สามวิธีเสพกาม แต่วิธีนี้จะไม่แพร่งพรายต่อบุคคลภายนอก เขาบอกว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าธรรมข้อนี้เป็นธรรมที่ละเอียด ห้ามแสดงต่อบุคคลที่มีอินทรีย์ไม่พร้อม เพราะถ้าเขาปรามาส เขาจะบาปมาก จะมีบาปติดตัว

เขาเลยร้องขอต้องทำอีก?
บี : ครับ

เอ : เขาก็เริ่มเอาลูกศิษย์อีกคนนึงที่เขาบอกว่าคนนี้ชีวิตกำลังจะหมดอายุขัย ป่วยไม่สบาย เขาเอาคนนั้นมาร่วม เป็นคนที่เรารู้จัก รัก รู้จักเหมือนพี่เหมือนน้องกัน เขาเอามาร่วมในพิธี แล้วถามทางนี้ว่าโอเคมั้ย ณ ตอนนั้นเหมือนเราอยู่ในจุดที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ เหมือนเขาอ้างแค่ว่ามันต้องตาย อีกอย่างเขาบอกว่าต้องครบองค์ ค่อยๆ ขยับไปเรื่อยๆ เขาเอาข้อมูลมาจากที่ไหนไม่รู้ว่าธรรมนี้มีมาเป็นพันๆ หมื่นๆ ปีแล้ว ต้องมีผู้หญิงผู้ชายเพื่อให้ถึงพลังขั้นสูงที่จะทำให้พิธีนี้เสร็จสมบูรณ์ครบได้ เขาอ้างว่าสมัยอดีตกาลมีอยู่จริง เอารูปมาเยอะมากเพื่อเกลี้ยกล่อมเรา ก่อนหน้านี้เขาสอนโน้มน้าวเราให้เชื่อแบบนี้

เขานอนแล้วทำอะไร?
เอ : เขาบอกเขากำลังจะน็อกหมดแรงแล้ว เขามีประคำใส่ตลอด เขาชอบบอกว่าเขาต้องเจริญอานาปานสติตลอดเวลา บนหัวเป็นเหรียญ

ทำไมเขามีคิ้ว?
บี : เขาไม่ค่อยโกนอยู่แล้ว

ประยุทธ : บ้านเราโกนคิ้ว แต่พม่า ลังกา เขาจะไม่โกน แกจับแพะชนแกะตลอด วิธีการสอนที่จับใจความได้ของพระรูปนี้ แกเป็นคนไม่มีความรู้เรื่องพระพุทธศาสนาที่แท้จริงเลยนะครับ ทุกภาพที่แกให้มาเกี่ยวกับเรื่องกามราคะ เนื้อหนังมนุษย์ การเสพกามอะไรต่างๆ

ภาพมีเยอะมาก เห็นแล้วคุณพระช่วย มีเรื่องฟิล์มเอกซเรย์?
เอ : เป็นการยืนยัน การไปตรวจร่างกายเป็นช่วงปลายปี 64 หลังเกิดเหตุมาเดือนสองเดือนแล้ว เขาเอาฟิล์มเอกซเรย์มายืนยันกับเราว่าร่างกายเขาแข็งแรงแล้ว เขาดีมากนะ ขอบคุณทุกคนมากที่เสียสละ

เขาส่งแชตมาว่าขอเช็กของหน่อย ป๊อบอายคือมันเหรอ?
บี : ในกลุ่มนั้นเขาใช้ไลน์สองอัน เขาจะใช้ไลน์นี้คุยเรื่องพวกนี้เป็นหลัก

เขาส่งอวัยวะเพศมัน มันโชว์ของมัน?
บี : คำว่าเช็กของหน่อย คือให้ทุกคนถ่ายรูปของตัวเองส่งไป

ประยุทธ : เขาส่งมาในลักษณะเสพกามทั้งนั้น ดูแล้วหมกมุ่นเรื่องนี้

เป็นพระอะไร?
ประยุทูธ : (หัวเราะ) ไม่มีในตำรา วิเคราะห์ไม่ถูกครับ

เห็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ เหรอ?
บี : ตั้งแต่ปลายปี 64 ถึงปี 65

คุณก็โดนละเมิด?
บี : ใช่ครับ มันก็เป็นแผลของพวกผมนิดนึง ในพิธีที่เขาอ้างว่าทำเพื่อรักษาอาการป่วยเขา ทำเพื่อบรรลุธรรมขั้นสูง ถวายองค์คุรุให้เมตตาประทานพรให้ เขาได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง

บังคับให้เราถวายตัวให้มัน?
เอ : อ้างว่าไม่มีเพศสภาพ ไม่มีชายหญิง

คุณโดนอะไร?
ซี : ตอนแรกแค่เหล้ากับไข่ในการถอนของ แต่เขาค่อยๆ ขยับไปทีละสเต็ป มีการให้ช่วยตัวเอง อ้างคำเดิม การเข้าถึงพลังขั้นสูงต้องปฏิบัตินาทีชีวิตก่อนตาย การสำเร็จความใคร่ดึงพลัง ขับออก ตอนแรกจะค่อยๆ ให้ผมช่วยตัวเองไปในพิธี ถอนของ แต่ว่ามีการลงเสน่ห์ด้วย บางทีการลงเสน่ห์เขาก็ให้กล่าวคำสาบาน สัญญากับครูบาอาจารย์ก่อนว่าอย่าไปบอกใคร ถ้าแพร่งพรายชีวิตจะมีความเป็นไป ไม่เจริญรุ่งเรือง เหมือนสะกดจิตให้สาบานก่อน ตอนแรกเราเข้าใจว่าเป็นการทำพิธีลงเสน่ห์ เอาทองมาปิดตามจุดต่างๆ สุดท้ายเหมือนให้ไปห้องน้ำสองคน ไปกับมันที่ลับตาคน ช่วงที่ไม่มีใครเห็น

ทำไมวันนี้ตัดสินใจออกมาบอกประชาชนว่าเราโดนหลอกแบบนี้?
เอ : อย่างแรกเลย เราเคยพลาด เราเคยเจอ ประสบเหตุการณ์ที่รุนแรง และเลวร้ายที่สุดในชีวิตเรามาแล้ว มุมเรา เรามองว่าความเชื่อศรัทธาบางอย่างมันสามารถทำร้ายเราได้ ขณะที่เราหวังดี เรามองว่าคนนั้นเป็นคนดี แต่จริงๆ แล้วอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ อะไรที่ไม่ถูกไม่ใช่ หลุดไปจากหลักธรรมเดิม จะด้วยความไม่รู้หรือรู้แล้ว ต้องออกมาจากจุดนั้นและตั้งสติ เราอยากให้ทุกคนรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดกับเราตอนนี้อาจมีลูกศิษย์หรือใครก็ตาม ที่อยู่กับเขา มีคนอื่นอาจกำลังโดนแบบนี้ มีความรู้สึกว่าทำไมเจอคล้ายๆ กับเราแบบนี้ อยากให้รู้ว่าความเชื่อและเหตุการณ์แบบนี้มันผิดพลาด อย่าหลงเชื่อแค่เขาเป็นคนดีหรือใส่เครื่องแบบอะไรก็ตาม ถ้าเราไม่มั่นใจอย่าไปฟังใคร ให้เรากลับมาทบทวน ให้เรามองอีกมุมว่าจริงหรือไม่จริง เชื่อว่าต้องมีคนเจอแบบนี้อีก เราไม่อยากให้ใครต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ความเชื่อมีได้ แต่ความเชื่อในทางที่ผิดไม่มีอยู่จริง

คุณกลับตัวได้ตอนไหน?
บี : ตอนที่เขาไปตรวจสุขภาพ เขาถ่ายฟิล์มเอกซเรย์มาให้ดูว่าเขาดีขึ้นแล้ว แต่หลังจากนั้นเขายังมีความต้องการอยู่ ต้องการทำพิธีแบบเดิมๆ อยู่เรื่อยๆ จนเราสองคนคิดว่าน่าจะไม่ไหวแล้ว บอกตรงๆ ผมรู้ว่าคุณเอเชื่อมั่นศรัทธารักและเคารพจริงๆ ตอนแรกผมไม่กล้าเตือนเขา ถ้าเขาไปถามคนนั้น ถ้าคนนั้นสงสัย ผมไม่รู้ว่าคุณเอจะโดนคนนั้นหลอกอะไรอีก จนผมอาจไม่มีโอกาสได้พาเขาออกมาจากวงจรนั้นก็ได้ ผมก็เลยตัดสินใจ จนเขาบอกเองเลยว่าพอแล้วนะ ผมก็มั่นใจว่าเขาคงไม่เชื่อคนนั้นอีกแล้ว

คุณหลงเชื่อในช่วงสุดท้ายที่มันบอกจะตายแล้ว นานแค่ไหน?
บี : ประมาณ 4-5 เดือน พอคุณเอบอกว่าไม่ไหวแล้ว ผมถึงกล้าคุยกับเขาว่าจริงๆ ควรหยุดตั้งนานแล้ว แต่ไม่กล้าเตือนเพราะเขาเชื่อคนนั้นเหมือนพ่อ

ซี : ผมก็อยากออกมาเตือนสังคม มีคนใช้ความเชื่อชักจูงคนหลอกเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง พวกผมโดนหลอกไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแผลใจที่ไม่มีวันหายไปแน่นอน แต่เราก็รวบรวมความกล้ามาบอกสังคม พอเริ่มหลงทางไปหนึ่งก็เป๋ออกไปเรื่อยๆ พอถึงจุดนึงเราก็ตั้งสติได้ว่าแบบนี้มันเกินไปแล้ว มันเกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะทำได้

เขาส่งมาแล้วบอกพลังซี่ ห้องพิศวง มันคืออะไร?
ประยุทธ : ซี่คือเสพกาม ภาษาท้องถิ่น

เห็นว่าน่าตกใจ มีตร.ด้วยเหรอ?
บี : หนึ่งในผู้ร่วมพิธีเป็นตร.

บ้าน่า คนร่วมพิธีที่มีอะไรด้วย หนึ่งในนั้นคือตร.มีหลักฐานมั้ย?
บี : มีรูปเขา ทุกคนต้องแก้ผ้าเหมือนกันหมด ต้องร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

เอกภพ : น้องเจอหนักมาก พระรูปนี้เอาผู้ชายอีกหลายคน พอไปกล่อมมากๆ ก็ให้ผู้ชายหลายคนมาทำพร้อมๆ กัน มันเลวร้ายมากนะครับ

ถ้าเขาไม่ออกมาพูด พระรูปนี้ก็ทำไปเรื่อยๆ แต่วันนี้มันสึกแล้วนะ เฟซบุ๊กสวนธุดงค์สถานวิหารพระมารดร ได้แจ้งว่าขอยุติเป็นที่พักสงฆ์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พระอาจารย์ลาสิกขา เพื่อไม่ให้เป็นภาระคณะสงฆ์ ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย เขาว่าเราไม่ดีก็สึกเนอะ ต่อจากนี้ที่นี้คือสำนักบารมีพุทธโธรักษา และจะดำเนินงานสานฝันตามรอยคำสอนพ่อแม่ครูบาอาจารย์ต่อไป?
ประยุทธ : อันนี้อันตรายมาก สึกจากพระแล้วมาสานฝันต่อ เปิดสำนักต่อ แล้วลูกหลานจะอยู่ยังไง เขายังเผยแพร่หลักธรรมแบบนี้อีก ถ้าพิสูจน์ได้ว่ายอมสึกเพราะปาราชิก สึกมาแล้วจะสานฝันเปิดสำนักต่อ ก็ต้องดูนะว่าคนแบบนี้ควรอยู่ในพุทธศาสนาหรือไม่ เป็นอันตรายกับชาวบ้านนะครับ อยู่แบบนี้ไม่ได้ อันตรายมาก มีสิทธิติดคุกนะ ทางนี้เขาก็ไม่ได้ยินยอม เขาหลงเชื่อว่าเป็นครูบาอาจารย์ เป็นพระสอนธรรม พอเขาเชื่อ เขาอาจอ่อนด้อยเรื่องความรู้ด้านพุทธศาสนาอะไรก็แล้วแต่ ก็ไม่มีสิทธิไปหลอกลวงเขา แล้วหลักฐานก็ปรากฎว่ามีอยู่ก็ต้องเอาให้ได้ สำนักพุทธในพื้นที่ต้องมาดูเรื่องเงินทองสำนักนี้ด้วยว่าเขาใช้จ่ายยังไง แต่มีช่องว่าง สำนักสงฆ์ขึ้นทะเบียนหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถ้ามีการเรี่ยไรเงินนำไปสู่การหลอกลวงประชาชนก็เป็นความผิดใหญ่ รวมกับคดีนี้สังคมก็น่าจะเบาขึ้น ถ้าจัดการได้จริง

เอกภพ : สถานที่ที่เขามีอะไรกัน ส่วนใหญ่เป็นที่เพชรบูรณ์หรือกรุงเทพฯ

บี : ทั้งสองที่เลยครับ ก็โดนทั้งสองที่

มีภาพอวัยวะเพศตร.?
เอกภพ : ส่งมาเยอะไปหมด แต่เปิดไม่ได้เลย

พระพูดเรื่องเสียว ซี่กันที่ห้องพิศวงแล้วหาอะไรกินมื้อดึกที่โรงครัว?
เอ : เขาไม่บิณฑบาต หาอะไรกินที่โรงครัว

ประยุทธ : รัฐกับคณะสงฆ์ต้องทบทวนหลายอย่างที่เรารื้อฟื้นขึ้นมา ไม่งั้นจะมีสำนักที่ไม่สนใจหลักการใดทั้งสิ้น มาทำกันแบบนี้ตามอำเภอใจ ลูกหลานเราอันตรายครับ

ฝากบอกทางพระ เชื่อว่าตอนนี้ท่านสึกอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะเรื่องไปใหญ่โต ท่านไปมอบตัวก่อนเลยดีมั้ย?
เอกภพ : กว่าเขาจะมานั่งตรงนี้ได้ เขาไปพบหมอจิตเวช เขารู้สึกสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขาใน 3-4 เดือนที่เกิดเหตุ จนเขาดีขึ้น เขาก็คิดว่าเขาไม่ควรต้องเจอเหตุการณ์แบบนั้น คนไทยหรือใครก็ตามไม่ควรเจอเหตุการณ์แบบเขา ต้องไปสานฝันในคุก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผัวเมียแฉข้อมูลพระชวนซี่ที่ห้องพิศวง ได้ทั้งหญิง-ชาย-หมู่ มีตำรวจโดนด้วย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...