โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

รู้หรือไม่? เค้กมองบลังค์ แม้จะมาไกลจากยุโรป แต่ก็มีสไตล์แบบญี่ปุ่นอยู่ในตัวนะ!

conomi

อัพเดต 11 พ.ค. 2567 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

ใครที่เป็นแฟนคลับร้านขนมหรือร้านเบเกอรี่เค้กญี่ปุ่น ก็คงจะพูดได้เลยว่าจะต้องเคยสะดุดตาหรือเห็นผ่านตากับเจ้าขนมเค้กที่ชื่อว่า “เค้กมองบลังค์ (Mont Blanc Cake)” กันใช่ไหมคะ? นอกจากรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ชวนให้อยากซื้อกินแล้ว ถ้าใครได้มีโอกาสลองทานเจ้าเค้กมองบลังค์นี้ดูก็คงจะพูดกันเป็นเสียงเดียวกันได้เลยว่ารสชาติอร่อยถูกใจแน่นอนค่ะ แต่รู้กันไหมคะว่าเจ้าเค้กมองบลังค์นี้ มีต้นกำเนิดและมีประวัติความเป็นมาอย่างไรในญี่ปุ่น วันนี้เราจะมาเล่าถึงประวัติพร้อมทั้งทำความรู้จักเจ้าขนมเค้กนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

มองบลังค์ (Mont Blanc) คือ ชื่อของภูเขา?

mont blanc pic

แต่เดิมมองบลังค์ คือ ชื่อของยอดเขาที่สูงที่สุดบนเทือกเขาแอลป์ซึ่งกินพื้นที่กว้างใหญ่ กั้นพรมแดนระหว่างฝรั่งเศสกับอิตาลีค่ะ โดย Mont Blanc แปลตรงตัวได้ว่า “ภูเขาสีขาว” ซึ่งแต่เดิมในจังหวัดซาวัว (Savoie) ที่ตั้งอยู่ในแคว้นโอแวร์ญ-โรนาลป์ของฝรั่งเศส กับ แคว้นปีเยมอนเต (Piemonte) ของอิตาลี ถือว่าเป็นบริเวณที่สามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตเม็ดเกาลัดได้เป็นอย่างดี โดยเกาลัดที่เก็บเกี่ยวได้นั้นนอกจากที่จะนำมาทำเป็นอาหารแล้ว ยังนิยมนำมาทำเป็นขนมพื้นเมืองซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของเค้กมองบลังค์ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในเวลาต่อมา

ขนมเกาลัดเชื่อม หรือ มารงกลาเซ (Marron Glace) แสนอร่อย

ทั้งนี้ ชื่อของเค้กมองบลังค์เกิดจากการนำเอาชื่อของยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์นี้มาตั้งค่ะ เนื่องจากเหตุผลที่ว่า เมื่อนำเอา“มารงกลาเซ (Marron Glace)” หรือขนมเกาลัดเชื่อม มาปั่นให้ละเอียดจนกลายเป็นเนื้อครีม แล้วนำมาโปะบนฐานเค้กที่ทำเอาไว้ ตัวครีมจะมีลักษณะคล้ายเหมือนกับยอดเขามองบลังค์ที่มักจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะอยู่ตลอดเวลา

*เกร็ดความรู้*

ยอดเขามองบลังค์เมื่อมองจากทางฝั่งฝรั่งเศสกับฝั่งอิตาลีแล้วจะมีลักษณะไม่เหมือนกัน จึงทำให้ลักษณะรูปร่างของขนมเค้กมองบลังค์สองประเทศนี้มีความแตกต่างกันไปด้วย โดยเมื่อมองจากทางฝั่งฝรั่งเศส ยอดเขามองบลังค์จะมีลักษณะกลมมน ทำให้เค้กมองบลังค์ที่ได้ก็มีลักษณะยอดกลมมนเช่นกัน ในทางตรงกันข้ามเมื่อมองจากทางฝั่งอิตาลี ยอดเขามองบลังค์จะมีความโค้งปลายแหลม ทำให้เค้กมองบลังค์ที่ได้มีรูปร่างยอดปลายแหลมเพรียวเป็นเสียส่วนใหญ่ค่ะ

ส่วนการตกแต่งรูปทรงเค้กมองบลังค์ยอดกลมมน ให้มีครีมเกาลัดเส้น ๆ น่ากิน ซ้อนวนคดไปมา แบบที่เราคุ้นตาและรู้จักกันเป็นอย่างดีในปัจจุบันนั้นเป็นไอเดียมาจากร้านเค้กที่จำหน่ายขายเค้กมองบลังค์ที่ชื่อว่า “ร้าน Angelina” ที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ฝรั่งเศสค่ะ

จากเค้กมองบลังค์ฝรั่งเศสและอิตาลี สู่เค้กมองบลังค์สไตล์ญี่ปุ่น!

เค้กมองบลังค์สูตรดั้งเดิมของร้าน Mont-Blanc (เครดิตภาพ : XROSSX)

สำหรับญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1933 ร้านเค้กร้านแรกที่ได้ริเริ่มทำเค้กมองบลังค์ออกมาวางจำหน่ายคือ “ร้าน Mont-Blanc (モンブラン)” ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟจิยูงะโอกะ (Jiyugaoka) ในย่านจิยูงะโอกะ กรุงโตเกียวโดยเชฟหรือผู้ก่อตั้งร้าน นายจิมะโอะ ซะโกะตะ (迫田千万億) ในตอนที่ได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมือง Chamonix Mont-Blanc ของฝรั่งเศส ก็ได้พบกับเจ้าเค้กมองบลังค์เข้า จนเกิดเป็นความประทับใจในรสชาติรวมไปถึงรูปร่างลักษณะ

ต่อมาเขาก็ได้ทำการขอซื้อสิทธิ์ในการทำและจำหน่ายและกลับมาเปิดร้านขายที่ญี่ปุ่นค่ะ โดยเล่าว่าเชฟซะโกะตะนั้นมีความรู้สึกประทับใจในทัศนียภาพของยอดเขามองบลังค์อยู่ไม่รู้ลืม ถึงขนาดนำเอาชื่อของยอดเขานี้มาตั้งเป็นชื่อร้านของตนเลยทีเดียว (แต่เดิมร้าน Mont-Blanc ตั้งอยู่ที่สถานีฮิมงยะ (Himonya) ในกรุงโตเกียวหรือปัจจุบันคือสถานีกักคุเกไดกาคุ (Gakugei Daikaku) ก่อนที่จะย้ายร้านมาตั้งในย่านจิยูงะโอกะเมื่อปีค.ศ. 1945 ค่ะ)

เค้กมองบลังค์หลากหลายแบบจากร้าน Mont-Blanc (เครดิตภาพ : XROSSX)

ในการนำเค้กมองบลังค์เข้ามาทำและวางจำหน่ายในญี่ปุ่น เชฟซะโกะตะได้เปลี่ยนแปลงประยุกต์สูตรขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เค้กมีความถูกปากชาวญี่ปุ่นมากขึ้นอีกด้วย โดยจากเดิมที่ในส่วนของฐานเค้กนั้นจะนิยมทำมาจากเมอแรงค์ตามแบบต้นตำรับฝรั่งเศส แต่เชฟซะโกะตะก็ได้ทำการเปลี่ยนมาใช้เค้กไข่ญี่ปุ่นหรือเค้กคาสเทลล่า (カステラ) เป็นฐานแทน

และยิ่งไปกว่านั้นยังได้เปลี่ยนจากครีมเกาลัดสีน้ำตาลเข้มแบบฝั่งยุโรป มาใช้เกาลัดดองหวาน (甘露煮) แบบญี่ปุ่นซึ่งชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดีแทน จึงทำให้เค้กมองบลังค์ที่ได้ออกมามีครีมเป็นสีเหลืองสวย ซึ่งเป็นสไตล์เฉพาะตัวในแบบของทางร้านเลยค่ะ

เกาลัดดองหวานวัตถุดิบหลักที่ทำให้เค้กมองบลังค์ของร้าน Mont-Blanc มีสีเหลืองสวยแปลกตา

อย่างไรก็ตามแม้ว่าเซฟซะโกะตะจะเป็นผู้คิดค้นเค้กมองบลังค์สไตส์ญี่ปุ่นขึ้นเป็นคนแรก แต่ทว่าเขากลับไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าของเค้กมองบลังค์ที่อุตส่าห์ประยุกต์คิดค้นขึ้นมาใหม่นี้เอาไว้ จึงทำให้มีร้านเค้กอื่น ๆ นำสูตรและไอเดียดังกล่าวไปผลิตและออกวางจำหน่ายขายตามกันในเวลาต่อมา ซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าเค้กมองบลังค์นี้ได้รับความนิยมและรู้จักกันไปอย่างแพร่หลายทั่วประเทศญี่ปุ่นมนเวลาต่อมา

ท่ามกลางการแข่งขันของร้านเค้กอื่น ๆ ที่นิยมเปิดสาขาเพิ่มเพื่อให้สอดคล้องกับความนิยมหรือความต้องการของลูกค้า ทว่าร้าน Mont-Blancของเชฟซะโกะตะ กลับดำเนินร้านไปในเส้นทางไม่เหมือนใคร คือ “ร้าน Mont-Blanc ของเขาจะมีเพียงสาขาเดียวเท่านั้น!!” เนื่องจากเขามีความคิดที่ว่า*“ถ้าต้องการที่จะสร้างความเชื่อใจกับลูกค้าให้มีเกิดขึ้นยืนยาว จะต้องไม่มีการเปิดสาขาร้านเพิ่มเป็นอันขนาด“*

*หมายเหตุ*

ร้าน Mont-Blanc ร้านขายเค้กมองบลังค์เจ้าแรกของญี่ปุ่นก่อนที่จะย้ายร้านไป (เครดิตภาพ : XROSSX)

ปัจจุบันร้าน Mont-Blanc ได้ปิดตัวลงไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2022 ที่ผ่านมา และย้ายร้านมาเปิดเป็นร้านชั่วคราวแทนค่ะ ซึ่งร้านชั่วคราวใหม่นี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านเดิมมากนัก ใช้เดินจากร้านเดิมประมาณ 5 นาทีเท่านั้นค่ะ ในส่วนของเหตุผลที่ร้านต้องปิดตัวลงเนื่องจากมีโครงการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่อาคารบริเวณหน้าสถานีรถไฟจิยูงะโอกะ ทางผู้เขียนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าร้าน Mont-Blanc แรกของญี่ปุ่นร้านนี้จะกลับมาตั้งเปิดกิจการในอาคารตึกที่สร้างเสร็จใหม่เร็ว ๆ นี้นะคะ

เค้กมองบลังค์ได้มีการพัฒนารูปแบบยิ่งขึ้น!

ในปัจจุบันร้านเค้กมองบลังค์หลายแห่งในญี่ปุ่นได้ทำการพลิกแพลง สร้างเค้กมองบลังค์แบบสไตส์ญี่ปุ่นใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย เช่น มีการผสมผงชาเขียวหรือมันม่วงญี่ปุ่นลงไปในครีมที่ใช้สำหรับโปะหน้าเค้ก ทำให้ได้ครีมโปะหน้าเค้กสีสันสดใสหลากหลายชนิดเพิ่มขึ้นอีกมากมาย

ตัวอย่างเค้กมองบลังค์ที่ใส่ผงชาเขียวลงไปทำให้ได้กลายเป็นครีมรสชาเขียว

เค้กมองบลังค์แม้ว่าจะเป็นเค้กที่มีต้นกำเนิดมาจากต่างประเทศไกลถึงยุโรป แต่ก็ได้ถูกนำเข้ามาปรับเปลี่ยนพลิกแพลงให้เกิดเป็นเค้กมองบลังค์แบบมีความเป็นออริจินัล สไตส์ญี่ปุ่นขึ้น โดยนอกเหนือไปจากที่จะมีรูปทรงสะดุดแปลกตาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเเล้ว ยังมีรสชาติที่อร่อยถูกปาก ถูกอกถูกใจใครต่อใครกันไปทั่ว แล้วผู้อ่านทุกท่านละคะ ชอบทานเค้กมองบลังค์แบบไหนกันคะ แบบฝรั่งเศส? แบบอิตาลี? หรือแบบญี่ปุ่นคะ?

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan.com
เรียบเรียงโดย : XROSSX

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...