“พอร์ช ศรัณย์” เปิดตัวลูกชาย น้องโฮมส์ พร้อมเคลียร์ข่าวลือ
“พอร์ช ศรัณย์” เปิดตัวลูกชาย น้องโฮมส์ พร้อมเคลียร์ข่าวลือ
เอาละค่ะ ล่าสุด พอร์ช ศรัณย์ ได้เปิดชีวิตคุณพ่อมือใหม่พร้อมควงลูกชายสุดน่ารัก น้องโฮมส์ มาอัปเดตความน่ารักในวัย 1 ขวบ 2 เดือน เผยลูกชายทำชีวิตเปลี่ยนจากสายปาร์ตี้ หันมาเลี้ยงลูกแบบเต็มตัว เลิกแอลกอฮอล์เด็ดขาด
ครั้งแรกที่เราได้ยินเรียกปะป๊าความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?
พอร์ช : ยังถ่ายคลิปลง IG อยู่เลย ก็ถ่ายคลิปเล่นเนี่ยแหละ เรียกน้องโฮมส์ พอได้ยินครั้งแรก เฮ้ย! เรียกปะป๊าเหรอ ช็อก มันตื่นเต้น
เห็นว่าออกกฎไม่ให้พูดคำหยาบ เพื่อนๆ เวลามาบ้าน?
พอร์ช : ก็พยายามมากๆ เลย เพราะว่าเพื่อนมาบ้านบ่อย มาหาหลานบ้าง มาแฮงก์เอาต์ที่บ้าน เพราะผมไม่ค่อยออกจากบ้าน แล้วบางทีเพื่อนพูด แล้วก็พูดตามมาคำนึง พูดแอนิมอล
แล้วเราบอกลูกยังไงไม่ให้พูดคำนี้?
พอร์ช : พอลูกพูดปุ๊บก็บอกว่าแปลว่าแอนิมอลลูก
แล้วตัวเองมีหลุดบ้างหรือเปล่า?
พอร์ช : หลุดเยอะ (หัวเราะ) พอหลุดก็พยายามไม่ให้เขาสนใจเราเหมือนพูดไปลอยๆ ถ้าตั้งใจไปพูดกับเขา เขาจะจำคำยิ่งตอนนี้ยิ่งจำคำเยอะ ตอนนี้พยายามพูดตามเราเยอะมาก
นอกจากหน้าที่เหมือนแล้ว นิสัยถ่ายทอดออกมาตรงเป๊ะทุกอย่างเลย สำเนาถูกต้อง?
พอร์ช : เขาอารมณ์ดี ร้องไห้ยาก จะร้องไห้แค่กินนมกับง่วง ถ้างอแงอย่างอื่นไม่ค่อย
ที่บอกว่าจะใช้เหตุผลคุยกับลูก ขวบนึงเขารู้เหตุผลแล้วเหรอ?
พอร์ช : มันเป็นอารมณ์แบบว่าไม่โอ๋มากกว่า อย่างเช่นเขาเล่นอะไรที่เราไม่ให้เล่น บางอย่างที่มันอันตรายเราก็จะใช้วิธีบอก โฮมส์แบบนี้ไม่ได้นะ อย่าเล่นปลั๊กไฟ เขาก็จะรู้เรื่อง เขากลัวเสียงผม
ชีวิตก่อนที่จะมาเป็นแดดดี้ของน้องโฮมส์ ชิลๆ สบายๆ ยังไงก็ได้ แต่พอมีลูกเปลี่ยนเลย เรื่องเวลาต้องเป๊ะมาก?
พอร์ช : ใช่ ตอนนี้ไม่ได้เลย ตอนนี้เป๊ะเรื่องเวลามาก กินข้าวกี่โมงเพราะเราทำอาหารเองด้วย ตี 5 ครึ่งตื่นพาลงมาข้างล่าง เล่นข้างล่างก่อน กินนมนิดหน่อย เริ่มทำกับข้าวประมาณ 7 โมง ให้เขานั่งเก้าอี้รอ ดูเราทำกับข้าว เป๊ะมาก เช้ากลางวันเย็นจะตรงเวลา
เห็นว่าให้ลูกทานเองใช้มือหยิบ?
พอร์ช : เริ่มฝึกให้ทานเองตอนประมาณ 6 เดือน ไปศึกษามามีกลุ่มเลยว่าเลี้ยงเด็กแบบ BLW (Baby-led weaning)
เห็นว่าเคยป่วยหนัก?
พอร์ช : เป็นหวัดปกติ ช่วงนั้นมันร้อน ผมก็ไม่รู้ไปซื้ออ่างสระน้ำแล้วเหมือนอากาศมันร้อนมากแล้วเขาโดนความเย็นเร็ว ป่วย ไม่ได้เป็นอะไรหนักมากหรอก
พอลูกป่วยพ่อก็แพนิกไปเลย?
บางสื่อบอกว่าพอร์ชไม่รับงานแล้วจะเลี้ยงลูก 24 ชั่วโมง อันนี้จริงมั้ย?
พอร์ช : ไม่ใช่ไม่รับ รับๆ (หัวเราะ) ละครน่าจะรอลูกเข้าโรงเรียน
แล้วจะทำใจออกไปทำงานได้ยังไง?
พอร์ช : ก็มีเครียดนิดนึง เวลาออกไปทำงานบางทีกลัวไม่เต็มที่ ถ้ามันถึงเวลาที่ต้องทำอะไรรูทีนจองน้องโฮมส์เราจะนึกละ เดี๋ยวเที่ยงโฮมส์กินอะไรดี เพราะทำกับข้าวเอง ไม่อยากให้ลูกเบื่อก็ต้องคิดเมนูทุกวัน เช้าเรากินไข่ยัดไส้ กลางวันสปาเกตตี ตอนเย็นเป็นข้าวหมูกระเทียม มันต้องวางแผนในทุกๆ วัน
แล้วเวลาไปทำงานล่ะ?
พอร์ช : เวลาไปทำงานก็จะอยู่กับคุณย่า คุณย่าจัดการผมก็จะมอบหมายรูทีนไปให้ แต่เขาก็ทำไม่ตรงสักอย่าง (หัวเราะ)
ถ้าเราไม่รับละครคลื่นลูกใหม่ก็มาเรื่อยๆ นะ แล้วอีกหลายปี เราเคยกังวลมั้ยว่ากลับมาเราจะได้เป็นพระเอกมั้ย?
พอร์ช : เราให้ความสำคัญกับลูกเป็นอันดับหนึ่ง ผมจะมองว่า ณ ตอนไหนเราให้ความสำคัญกับอะไร ณ ตอนนี้เขายังเล็กอยู่ ให้ความสำคัญกับเขาเต็มที่ เราจะได้เลี้ยงเขาได้เต็มที่ ไม่เสียใจที่โตมาเป็นเด็กแบบไหน ถ้าเกิดโตมาแล้วเขาเป็นเด็กไม่ดี เราจะได้ไม่ต้องโทษใคร เพราะสุดท้ายเราก็เป็นคนเลี้ยงเอง
ยุคพี่ญ่าถ้าเป็นพระเอกดังมีลูกต้องปิด ทำไมคุณถึงไม่กลัวปิดเป็นความลับดีกว่า ไม่บอกใคร?
พอร์ช : เอาจริงๆ ไม่ได้ปิดเลย มันเป็นเรื่องที่ดี ถ้าหากว่าแฟนคลับเราหรือคนที่ติดตามเราเขาก็ต้องรักลูกเราด้วย เพราะว่าเขาก็คือสายเลือดของผมคือลูกของผม
มีหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นซิงเกิลแดดหรือเปล่า?
พอร์ช : ไม่ๆ แต่ว่ารับหน้าที่เลี้ยงซะส่วนใหญ่ บางทีแม่เขาไม่ว่าง ที่สำคัญคืออยากเลี้ยงเองด้วย เราอยากทำให้เต็มที่จะได้ไม่ต้องเสียใจกลับมานั่งย้อนว่า ทำไมตอนเด็กไม่เลี้ยง เราเลี้ยงเต็มที่แล้วไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงเราทำหน้าที่พ่อของเราได้เต็มที่
ทำไมเลือกที่จะทำเองทุกอย่างมากกว่าที่จะมีพี่เลี้ยง?
พอร์ช : ผมเป็นคนขี้แพนิกรู้สึกว่าชอบทำอะไรด้วยตัวเองดีกว่า
วินาทีแรกที่เรารู้ว่าจะเป็นพ่อคนความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?
พอร์ช : หลายอย่าง หลายอารมณ์มาก มันทั้งดีใจแล้วก็กลัว มันหลายอารมณ์แต่ความรู้สึกที่เด่นมากๆ เลยคือกลัว เรากลัวเราเลี้ยงเขาได้ไม่ดี พูดตามตรงเลยยอมรับว่าผมก็ไม่ใช่คนที่นิสัยดีสักเท่าไรในบางมุม ไม่มีใครดี 100% ถูกมั้ย ก็เอาวะกูเลี้ยงเองเนี่ยแหละจะเป็นยังไงลูกเราก็ต้องเป็นตามที่เราเลี้ยง
อะไรในตัวเราที่รู้สึกว่าเราไม่ดีพอไม่สามารถเป็นพ่อที่ดีได้แบบที่เราคิด?
พอร์ช : ตอนแรกๆ เลยที่มีลูก ผมว่าเป็นเรื่องอารมณ์ ผมเป็นคนอารมณ์ร้อนคือกลัวว่าจะไปลงกับลูกเวลาที่เราเหนื่อย เราไม่รู้อารมณ์ตัวเองหรอกเราบอกไม่ได้หรอกว่าเราจะไม่ใส่อารมณ์กับลูกนะ พอถึงวันที่เราเหนื่อยเราไม่รู้หรอกว่าเราจะเป็นยังไง
ผ่านมาแล้วปีนึง เราคุมอารมณ์ได้ดีมั้ย ทำให้เราใจเย็นลงมั้ย?
พอร์ช : ดีครับ ดีมากๆ เพราะผมศึกษาเยอะ ในช่วงของเด็กแต่ละเดือนเขาจะมีการพัฒนาการทางด้านอารมณ์และร่างกายยังไงบ้าง เราก็จะรู้ว่า 3 เดือนเขาจะเป็นอย่างงี้นะ เราก็จะเข้าใจเด็กเราก็จะไม่โมโห ถ้าโฮมส์โยนของเรารู้แล้วว่าเขาเริ่มมีการพัฒนาการมันคือความเข้าใจมากกว่า พอเราเข้าใจเราก็จะไม่โมโห เราก็จะรู้ว่าเขาเป็นยังไง
แต่มันไม่ได้ง่ายนะในวงการบันเทิงยิ่งจะเก็บสถานะความเป็นพระเอกอยู่ไปนานๆ แล้วพอมันขาดตอนไปเรามีความกังวลมั้ยว่ากลับมาจะเป็นพระเอกได้อยู่มั้ยหรือไม่ได้ซีเรียส?
พอร์ช : ไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้นแค่รู้สึกว่าตอนนี้ทำอะไรที่มันได้เงินแล้วมันสามารถเลี้ยงลูกได้และเขารู้สึกไม่ขาด ไม่อยากให้เขาขาดความรัก อยากให้เขาได้รับความรักจากเราเต็มที่ ไม่ว่างานอะไรก็ทำ ตอนนี้ก็มาทำยูทูบ ผมว่ารู้สึกดีด้วยนะ ทำยูทูบมันถ่ายเมื่อไหร่ก็ได้