ส.ก.กระทุ้ง ‘ชัชชาติ’ เอาด้วย ‘ทวงคืนทางน้ำ’ หวั่นชาวมักกะสันเดือดร้อน ท่วมทีรถติดไป 3-4 เขต
ส.ก.กระทุ้ง ‘ชัชชาติ’ เอาด้วย ‘ทวงคืนทางน้ำ’ หวั่นชาวมักกะสันเดือดร้อน ท่วมทีรถติดไป 3-4 เขต
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร ส.ก.ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 ครั้งที่ 3 ประจำปีพุทธศักราช 2566
ในตอนหนึ่งนายพีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท พรรคก้าวไกล ได้ยื่นญัตติเรื่องเสนอใหม่ ขอให้กรุงเทพมหานครคืนสภาพและขุดลอกลำรางสาธารณะ (ทางน้ำ) จำนวน 2 ลำราง ให้สามารถระบายน้ำลงสู่บึงข้างโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร และบึงมักกะสัน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
นายพีรพลกล่าวว่า สืบเนื่องจากกรมที่ดิน มีหนังสือถึงมสำนักงานเขตราชเทวี เพื่อขอถอนสภาพ 2 ลำรางนี้ โดยสำนักงานเขตไปสอบถามความเห็นประชาชนด้วยขั้นตอนอย่างไรไม่ทราบ สุดท้ายใช้เวลานานมากกว่าจะรวบรวมเอกสารมาให้ครบ
“ทำไมผมต้องเสนอให้คืนสภาพลำรางทั้ง 2 นี้ ความจริงไม่ได้มีแค่ 2 ลำราง จากแผนที่มีหลายลำรางมาก แต่กรมที่ดินขอถอนแค่ 2 ลำราง โดยรัฐบาลมีโครงการสำหรับสร้างทางรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินเชื่อมกัน แต่ว่าในโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2562 ไม่มีการวางรางใดๆ จะไม่ใช้รางเดิมที่มีอยู่ คือจะทำรางขึ้นมาใหม่ แต่ทางผู้รับสัมปทานไปยังไม่ได้ทำรางเลย
วัตถุประสงค์หลัก ผมเชื่อว่าไม่ได้เกี่ยวกับการทำรถไฟความเร็วสูงทั้ง 3 สนามบิน เพราะแต่ละสนามบินแยกออกจากกัน คงไม่มาเชื่อมกันเพื่อให้เดินทางวนกันอยู่ 3 สนามบินนี้ จริงๆ แล้ววัตถุประสงค์คือ การสร้างอาคารสูงคร่อมลำราง ที่ต้องมาถอนเพราะอาจกลัวว่ามีกรณีอย่างที่เกิดในเขตบางแค ที่สร้างอาคารคร่อมลำราง จึงเกิดปัญหาเรื้อรังยังแก้ปัญหาไม่ได้” นายพีรพลชี้
นายพีรพลกล่าวต่อว่า โครงการนี้อ้างว่าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ รถไฟความเร็วสูง พัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนโครงการ แต่ธงไปปักไว้ที่การจะพัฒนาพื้นที่ ซึ่งจากการที่คณะกรรมการระบายน้ำ สภา กทม.ลงไปดูพื้นที่ พบว่าลำรางนี้ไม่มีน้ำอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นลำรางตามธรรมชาติ แต่มีการพูดดินจากข้างๆ ขึ้นไปลำราง เพื่อไม่ให้ลงบึงมักกะสัน
“ลำรางไม่เป็นลำรางเพราะน้ำไม่มีเข้ามา แต่เกิดจากสาเหตุของการไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติ ลำรางนี้เชื่อมระหว่างบึงเสือดำ ลงบึงมักกะสัน ซึ่งบึงเสือดำเป็นแก้มลิงที่รับน้ำจำนวนมาก ปัจจุบันได้ถูกสถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์ คร่อมเข้าไปเกือบครึ่งลำรางแล้ว”
นายพีรพลเผยว่า ที่ประชุมคระกรรมการได้สอบถามถึงโครงการนี้ ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และจะมีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมโดยรอบได้อย่างไร หลังจากที่โครงการจะถมบึงเสือดำ จะไม่ให้มีบึงเสือดำอยู่ แล้วจะสร้างทางน้ำเชื่อมลงบึงมักกะสัน โดยตรง ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าการทำอย่างนี้ ปริมาณน้ำจากบึงบุรฉัตร ซึ่งมีพื้นที่น้อยกว่าในการรองรับ จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร
“เราคุยกันว่า ถ้าท่านจะถอนสภาพลำรางนี้ออกไป ประชาชนจะได้อะไร เพราะ 2 ลำรางนี้รวมพื้นที่ได้ประมาณ 1 ไร่ มีการพูดคุยและเสนอแนะว่า 1 ไร่นี้ให้ไปเพิ่มทางระบายน้ำให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ปริมาณน้ำไหลเร็วขึ้น แต่ได้รับคำตอบว่าโครงการนี้ยังไม่ได้รีบทำหรอก อาจจะเลิกก็ได้ ซึ่งเมื่อตอบเช่นนี้เราก็เห็นว่า ไม่มีระยะเวลากำหนดว่าโครงการนี้จะไปอย่างไร แต่รางระบายนี้ควรจะทำให้น้ำไหลได้ก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน” นายพีรพลระบุ
ก่อนอ้างอิง มติ ครม. ที่ว่า “หากจำเป็นต้องมีพัฒนาเปลี่ยนแปลง ให้หน่วยงานสร้างระบบกักเก็บน้ำให้มีปริมาตร ไม่น้อยกว่าเดิมทดแทน”
“ฉะนั้น ก่อนที่เราจะถอนสภาพ จะต้องสร้างที่กักเก็บแทนของเดิมน้ำก่อน เมื่อโครงการนี้ยังไม่ไปไหน ผมจึงเสนอว่าควรจะทำลำรางให้สามารถระบายน้ำได้ก่อน” นายพีรพลกล่าว พร้อมฉายภาพความหนาแน่นของประชาชนย่านสถานีมักกะสัน ที่อยู่อาศัยบริเวณนี้
“ตรงพื้นที่สีแดง ได้รับปัญหากรณีฝนตกน้ำท่วมตลอด พื้นที่นี้อยู่เขตราชเทวีก็จริง แต่กระทบไปโดยรอบ รถติดไป 3-4 เขต หากยังไม่ทำการใดๆ ในพื้นที่นี้ ผมขอให้ผู้บริหารทำลำรางให้น้ำไหลได้ก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน” นายพีรพลกล่าว
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ ทางคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่สถานีแอร์พอร์ตลิงค์เชื่อม 3 สนามบิน ต้องการพื้นที่ไปพัฒนา ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้สร้างระบบระบายน้ำทดแทนของเดิมให้ได้ โดยสำนักการระบายน้ำได้หารือกับการทางรถไฟและได้ข้อกำหนด 6 ข้อ เพื่อดำเนินการ อย่างไรก็ตามเห็นด้วยกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่จะให้ทำทางระบายน้ำทดแทนก่อน ซึ่งจะกำชับให้สำนักการระบายน้ำเข้าไปดูแลเพื่อป้องกันเหตุเดือดร้อนกับประชาชน
“ก็มีหนังสือจากรมที่ดินมาให้เราถอนสภาพลำราง แต่ตามมติ ครม. เราก็ต้องดำเนินการสร้างระบบระบายน้ำทดแทนของเดิมให้ได้ ซึ่งสำนักระบายน้ำก็หารือกับการรถไฟ มีข้อกำหนด 6 ข้อ เห็นด้วยว่าต้องระบายน้ำไปพลาง ก่อนที่จะมีระบบหรือดำเนินการทดแทนระบบที่มีอยู่ จะให้สำนักการระบายน้ำไปดูแล ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน” นายชัชชาติกล่าว
ด้าน นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ได้ขอให้ฝ่ายบริหารดูแลเรื่องความปลอดภัยโครงการก่อสร้างที่จะดำเนินการในอนาคต ส่วน นายเอกกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี ได้ร่วมอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตตินี้ด้วย