โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทีมสุดแกร่งXวันสิ้นโลก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 28 ธ.ค. 2566 เวลา 17.52 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2566 เวลา 17.52 น. • แกรนด์ดัชเชสริน
ทิวา หญิงสาวดวงซวยที่ถูกคู่แต่งงานทรยศฆ่าพี่ชายของเธอ พอเธอย้อนเวลากลับไปได้ สิ่งแรกที่จะทำก็คือการยัดลูกตะกั่วใส่คนทรยศ ปกป้องพี่ชาย และสุดท้ายสร้างทีมสุดแกร่งที่ไว้ใจได้ในวันสิ้นโลกแบบนี้

ข้อมูลเบื้องต้น

ทีมสุดแกร่งXวันสิ้นโลก

The Strongest team Doomdays!

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นด้วยจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ชื่อ สถานที่ การกระทำต่างๆของตัวละคร เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

#คุยกับนักเขียน

สวัสดีค่ะ แกรนด์ดัชเชสรินเองค่ะ

แอบหนีมาเรื่องใหม่คั่นเวลาเขียนริรินเล่ม 4 ก่อนนะคะ (เล่ม 3 วางขายแล้วน้า!)

ช่วงนี้ไรต์ติดทั้งนิยายและการ์ตูนแนววันสิ้นโลกมากๆเลยเลยงอกน้องทิวาขึ้นมาจนได้

แฮะๆรบกวนเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ

***นิยายเรื่องนี้อัพทุกวัน วันละตอนนะคะ! ถ้าวันไหนไม่อัพแสดงว่าติดธุระ!***

กิจกรรมหมดแล้วค่ะ

กรุณากดไลค์เพจ แกรนด์ดัชเชสริน เพื่อติดตามกิจกรรมใหม่ๆ

#ทีมสุดแกร่งXวันสิ้นโลก

ทิวา หญิงสาวโชคร้ายที่โดนคนที่เธอไว้ใจที่สุดหักหลัง

หลังจากรู้ว่าสามีที่เธอแต่งงานด้วยคือผู้อยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชาย

แต่เหมือนว่าสวรรค์เป็นใจ ส่งเธอกลับไปในอดีตก่อนจะเกิดยุควันสิ้นโลก

สิ่งที่เธอต้องทำมีเพียงแค่ 3 อย่าง

1. ยัดลูกตะกั่วใส่คนทรยศ

2. ปกป้องพี่ชายที่เธอรัก

3. สร้างทีมสุดแกร่ง เพื่อให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในวันสิ้นโลก

เธอจะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่กันนะ?

ใครมีทริกเกอร์กรุณาจิ้มลิงก์นี้เพื่อดูรายละเอียด

>>>>อ่านทริกเกอร์ทางนี้ค่ะ<<<<

ขอความกรุณาอีกครั้งให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการอ่าน คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อ่านเพื่อเป็นสิ่งบันเทิง

เหนืออื่นใด กรุณาคอมเม้นท์อย่างอารยชน หากพบเห็นการแสดงความคิดเห็นที่ไม่สุภาพหรือการใช้ถ้อยคำที่แสดงการด่าทอ ไรต์จะทำการลบทิ้ง หากบางข้อความเข้าข่ายการหมิ่นประมาท/ผิดพรบ.คอม ไรต์จะดำเนินคดีตามกฎหมายนะคะ ดังนั้นขอให้ทุกคนมีสติและวิจารณญาณในการอ่านและการคอมเมนต์ ไรต์ต้องการให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้ามาแสดงความเห็นกันได้โดยปราศจากความรุนแรง ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือจากนักอ่านทุกท่าน
ขอบคุณค่ะ

แจ้งเตือนเรื่องติดเหรียญ

นิยายเรื่องนี้ติดเหรียญตอนละ 3 บาทค่ะ

โปรดอย่าลดทอนคุณค่างานเขียนของคนอื่น ด้วยการแสดงความคิดเห็นว่าแพงไปหรือตอนสั้นไป

พบเห็นทำการลบคอมเมนต์ทุกกรณีนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

ปล.นักเขียนเรื่องนี้อีโก้สูง แต่ฟาดได้ด้วยเงิน ถ้าอยากได้อะไรแจ้งมาค่ะ

แสนนึงปรับเนื้อเรื่องบางตอนให้ตรงใจ/ หมื่นนึงเร่งสปีดการพิมพ์ได้สามตอน /พันนึงต่อการติด TW ในตอนหนึ่งครั้ง

กล้าฟาดด้วยเงินก็กล้าทำค่ะ ช่วงนี้ขาดเงินค่ะ ๕๕๕

#ทุนนิยมครองโลก ¯_( ͡° ͜ʖ ͡°)_/¯

นิยายเรื่องนี้ได้รับการคุ้มครองด้วยพรบ.ปีพ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามคัดลอกเนื้อหา ภาพประกอบ รวมทั้งดัดแปลง อัดคลิปเสียงลงยูทูปหรือติ๊กตอกโดยไม่ได้รับอนุญาติ พบเห็นจะทำการพูดคุยก่อน แต่ถ้าคุยไม่รู้เรื่องก็ขอดำเนินการตามกฏหมายนะคะ (กรณีโปรโมตหรือป้ายยาตอนสั้นๆ จะถือว่าเป็นFair use สามารถทำได้ แต่ถ้าเล่นอ่านทุกอย่างในตอนลงยูทุป อันนี้เราต้องมาคุยกันนะคะ!)

แกรนด์ดัชเชสริน

มีคำถามหรือข้อสงสัย รบกวนโพส [Q] ขึ้นต้นเวลาเมนต์นะคะ เดี๋ยวจะไปตอบค่ะ

หรือไม่ก็ทักมาที่แฟนเพจเฟซบุ๊ค แกรนด์ดัชเชสริน ได้เสมอนะคะ!!!

บทนำ

บทนำ

“เธอจบตรงนี้แล้วทิวา” ชายหนุ่มวัยกลางคนคนยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย มือขวาของเขาถือลูกแก้วสีแดงสด ในขณะที่มือซ้ายของเขาโอบเอวของหญิงสาวผมสั้นที่ดูน่ารักวัยขบเผาะ

‘ทิวา’มองบุคคลตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา เขาคือ‘กันต์’ บุรุษผู้ซึ่งสมรสกับเธอ อีกทั้งเขายังเป็นคนสนิทที่สุดของพี่ชายของเธอด้วย ไม่คิดเลยว่าคนที่พี่ชายเธอไว้ใจและฝากฝังเธอไว้จะกล้าทรยศเขาได้ลง

เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ที่เธอได้รับรู้ถึงความชั่วร้ายที่อีกฝ่ายปิดบังไว้ แท้จริงแล้วเบื้องหลังการตายของอดีตผู้นำฐานทัพ เกิดจากการทรยศของผู้ติดตามที่ไม่มีใครคาดคิดอย่างเขา เมื่อเธอรู้เรื่องนี้เข้า เธอจึงได้ตัดสินใจไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง

แน่นอนว่าการคุยครั้งนั้นไม่เป็นผล อีกทั้งกันต์ยังเปิดตัว ‘เหมย’ หญิงสาวที่จะมาเป็นภรรยาคนที่สองของเขาอย่างหน้าไม่อาย ดังนั้นเธอจึงพยายามนำเรื่องนี้ไปแจ้งพวกผู้นำระดับสูงของฐานทัพ แต่หารู้ไม่ว่าระดับสูงที่เหลืออยู่ตอนนี้คือพวกที่ร่วมมือกับกันต์ ส่งพี่ชายของเธอไปตาย

“กันต์ แกมันไอ้ชั่ว แกฆ่าพี่ชายของฉัน ถ้าแกฆ่าฉันที่นี่ทุกคนต้องรู้แน่ว่าคนร้ายก็คือแก” ทิวาที่ล้มลงบนพื้น จ้องหน้ากันต์อย่างอาฆาตแค้น ในตอนนี้เธอหมดทางหนีแล้ว ด้านหลังของเธอเป็นขอบของดาดฟ้า แถมในมือของอีกฝ่ายมีคริสตัลขยายพลัง เธอไม่มีทางหนีจากสถานการณ์ตรงหน้าพ้น

“เธอก็รู้ว่าตอนนี้ไม่มีใครเชื่อเธอหรอก อย่างก่อนหน้านี้ที่เธอไปพยายามกุข่าวเรื่องฉันเป็นคนฆ่าไอ้ทิตย์ ผลเป็นยังไงมีใครเชื่อเธอบ้าง?” กันต์หัวเราะในลำคออย่างเยาะเย้ย

หลังจากที่เธอรู้ว่าพวกระดับสูงโดนกันต์ซื้อไปหมดแล้ว เธอก็พยายามที่จะปล่อยข่าวเรื่องชั่วช้าที่เขาทำ เพื่อให้คนในฐานรับรู้ว่าพวกเขากำลังมีผู้นำที่เชื่อไม่ได้

แต่กันต์ก็ไม่ใช่คนโง่ เขาออกมาเล่นบทโศก ยอมรับผิดร้องให้ทั้งน้ำตาในงานปราศัยผู้นำคนใหม่ พร้อมทั้งปล่อยข่าวว่าเธอมีอาการทางจิตหลังจากสูญเสียพี่อาทิตย์ไป

นั่นทำให้ผู้รอดชีวิตในฐานทัพทั้งหลายต่างพากันเข้าข้างงูพิษอย่างกันต์ไปทั้งหมด แถมตอนนี้เธอยังพ่วงสถานะมีความผิดปกติทางจิตอีก

“ถ้าหากเธอตายที่นี่ วันนี้ ทุกคนก็จะเข้าใจว่าเธอแค่ซึมเศร้าจากการจากไปของพี่เธอ จึงตรอมใจตายตาม เพราะฉะนั้นหยุดก่อปัญหาให้ฉันแล้วบอกมา ว่าไอ้อาทิตย์ทิ้งตราโบราณนั่นไว้ที่ไหน หลังจากนี้ฉันจะได้เลิกยุ่งกับเธอสักที”

น้ำเสียงของกันต์เริ่มไม่สบอารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ เธอรู้ดีว่าเขาเป็นพวกสมาธิสั้นและไม่ชอบรอ แต่ว่าจะให้เธอยอมคายความลับที่พี่ชายของเธอฝากเอาไว้ก็ไม่ได้ ต่อให้เธอจะบอกความลับนี้กับใครสักคน คนๆนั้นต้องไม่ใช่บุรุษตรงหน้าเธออย่างแน่นอน

ทิวากัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนที่เธอจะมองไปที่เด็กสาวที่ถูกไอ้คนหน้าไม่อายโอบกอดไว้

“เหมย ฉันรู้ว่าเธอเป็นเด็กที่ฉลาด เธอคิดเหรอว่ากันต์จะไว้ใจได้ ขนาดภรรยาที่คบกันมาเกือบหกปีเขายังกล้าทรยศ ในอนาคตเขาก็มีแต่จะทำให้เธอเสียใจอยู่ดีแหละ” ทิวาเอ่ยเตือน

เมื่อไม่สามารถเจรจากับคนชั่วร้ายอย่างกันต์ได้ เธอก็ต้องเจรจากับคนที่จะสามารถเป็นพยานเรื่องในวันนี้หรือการตายของเธอได้ ถ้าหากว่ามันเป็นไปได้อย่างที่เธอคิดก็คงจะดีอยู่หรอก… แต่

“พี่กันต์คะ เหมยกลัวจังเลยค่ะ” เหมยซุกหน้าลงบนแผงอกของกันต์อย่างสั่นเทา เมื่อเห็นว่าเธอไม่สามารถยั่วยุหญิงสาวของเขาได้ กันต์จึงเหยียดยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะ

บัดซบ!

ถ้าอะไรจะไม่เป็นใจให้กันซะขนาดนี้ คงเหลือเพียงแค่สิ่งเดียวที่เธอจะสามารถทำได้แล้วจริงๆ

ทิวาสูดหายใจเข้าลึกๆครั้งหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดออกมาอีกครั้ง

“กันต์ นายรู้ไหมว่าคนแบบไหนที่นายไม่ควรไปตอแยด้วยมากที่สุด” ทิวาเอ่ยเสียงต่ำ

“เธอจะบอกว่านั่นคือเธอรึไง?”

“เปล่า…. ฉันก็แค่ถามเฉยๆ เอาล่ะในเมื่อฉันไม่มีทางจะหนีต่อไปได้แล้ว งั้นในครั้งสุดท้ายนี้ฉันจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้นายได้รู้ก็แล้วกัน” ทิวาจับเข่าของตัวเองก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืน เธอต้องระมัดระวังอย่างมากเพราะด้านหลังของเธอเป็นขอบตึกแล้ว

“ถ้ายอมบอกความลับนั่นมาตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องทำขนาดนี้เพื่อบีบคั้นเธอหรอกทิวา” กันต์ทำสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย อย่างไรเสียหญิงสาวตรงหน้าก็คือคนที่เขาใช้ชีวิตร่วมด้วยมาตลอดหกปี อาจเพราะในใจของเขายังมีความเมตตาอยู่ลึกๆ จึงไม่ส่งทิวาให้ไปทำภารกิจพลีชีพพร้อมกับอาทิตย์ก็เป็นได้

ใครใช้ให้อาทิตย์มันโง่ไม่ฝักใฝ่ในอำนาจกันล่ะ ด้วยฐานที่มั่น กองกำลังและวัตถุโบราณที่พวกเขามี กันต์คิดว่าเขาสามารถพาผู้รอดชีวิตไปได้ไกลกว่านี้ การมีอยู่ของผู้นำที่โง่ไม่รู้จักใช้อำนาจในมือ ไม่มีเสียยังจะดีกว่า

“…พาลไง” ทิวาพูดเสียงเบา

“เธอพูดว่าอะไรนะทิวา” กันต์พยายามเรียกสติที่เผลอคิดเรื่องอื่นกลับคืนและตั้งใจฟังในสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูด

“ฉันบอกว่านายไม่ควรไปตอแยกับอันธพาลไงล่ะ!” ทิวารีดเค้นพลังวิเศษเฮือกสุดท้ายออกมาและระเบิดมันออกไป

ทิวาเป็นผู้ใช้พลังวิเศษสายฟ้า เธอต้องคอยส่งกำลังไฟให้ฐานที่มั่นผู้รอดชีวิตเพื่อให้มีกระแสไฟไหลเวียนในฐานที่มั่น ภายหลังแม้กลุ่มผู้รอดชีวิตจะสามารถหาเครื่องปั่นไฟหรือเชื้อเพลิงมาได้ แต่เพราะยุควันสิ้นโลกเชื้อเพลิงจะหมดเมื่อไหร่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ทิวาจึงคอยเติมพลังไฟฟ้าให้กับเครื่องปั่นไฟภายในฐานทัพผู้รอดชีวิตอยู่เสมอ

ใช่แล้ว ที่ทิวาไม่เคยออกไปทำภารกิจกับทีมสำรวจ ไม่ใช่เพราะเธอกลัวหรือไม่มีพลัง เพียงแต่พลังวิเศษของเธอถูกใช้ไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ไปหมดแล้ว

แม้จะมีผู้ใช้พลังวิเศษสายฟ้าเหมือนกับเธอ แต่ก็ไม่มีใครที่สามารถมอบไฟฟ้าในปริมาณมากให้กับฐานทัพได้เท่าเธอ

แต่ว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ แค่คนเดียวไม่พอ อย่างนั้นก็เพิ่มจำนวนคนแทนเสียสิ น้ำแก้วเดียวไม่พอดับไฟ ก็ต้องเพิ่มน้ำเข้าไปอีกหลายๆแก้วสิ

กันต์เองก็ไม่ใช่คนโง่ หลังๆมานี้เขาจึงเลือกรับผู้มีพลังวิเศษธาตุสายฟ้ามาเข้าฐานที่มั่นเพิ่มขึ้น และยังออกกฎให้ในกลุ่มผู้รอดชีวิตที่จะเข้าร่วมฐานที่มั่นจำเป็นต้องมีผู้มีพลังวิเศษธาตุสายฟ้าด้วย และนั่นคงทำให้เขาสามารถรวบรวมผู้มีพลังวิเศษธาตุสายฟ้าเอาไว้ได้มากพอ เขาจึงกล้าที่จะตัดเบี้ยที่หมดประโยชน์อย่างทิวาในวันนี้

อย่างน้อยถ้าเธอต้องตาย เธอก็ไม่อยากตายง่ายๆเพื่อให้พวกทรยศพวกนี้ใช้ชีวิตได้สบาย ดังนั้น….

บึ้ม

“ทิวา เธอทำอะไรลง…” ไม่ทันที่กันต์จะเอ่ยจบก็เกิดแรงระเบิดไปทั่ว

ทิวารีดเค้นพลังสายฟ้าเฮือกสุดท้ายของเธอในการส่งกระแสไฟปริมาณสูงไปที่หม้อแปลงไฟฟ้าและที่อื่นๆในฐานที่มั่น เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้รับไฟฟ้าที่เกินกำลังวัตต์ก็จะเกิดการระเบิด และนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการ!

เมื่อใช้พลังเฮือกสุดท้ายไปจนหมด ทิวาก็หมดแรงที่จะทรงตัวยืน เธอทิ้งน้ำหนักลงไปด้านหลังซึ่งไม่มีคนรับ ผลทำให้เธอหล่นลงจากตึกสูง ร่างของเธอทิ้งดิ่งพสุธาลงพื้นดินอย่างรวดเร็ว

อา… ถ้ามีโอกาสได้เจอหน้าไอ้หมอนี่อีกครั้ง เธอจะใช้ลูกตะกั่วเจาะกะโหลดหนาๆนั่นให้เป็นรู จากนั้นก็จะสับแยกชิ้นก่อนจะโยนให้พวกอมนุษย์กิน

แต่ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอคงถูกลิขิตให้ต้องจบชีวิตลงวันนี้แล้วล่ะ

พลั่ก

เธอรู้สึกเหมือนหัวโดนของแข็งบางอย่างกระแทก ก่อนที่สติของเธอจะดับไป

===================

บางทีไรท์ก็สงสัยนะ ว่าทำไมเปิดเรื่องมาแต่ละเรื่อง นางเอกของไรท์ไม่ตกจากหน้าผาก็ตกจากตึกสูง อืมคิดไปเองล่ะมั้ง อย่าลืมกดเข้าชั้นหนังสือและกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ สามารถคอมเมนต์พูดคุยหรือแจ้งคำผิดให้ไรท์ได้นะ ขอบคุณค่า

***นิยายเรื่องนี้อัพทุกวัน วันละตอนนะคะ! ถ้าวันไหนไม่อัพแสดงว่าติดธุระ!***

บทที่ 1 ย้อนกลับมา

บทที่ 1 ย้อนกลับมา

เฮือก

ทิวาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สิ่งแรกที่เธอทำคือการมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง

นี่เธอยังไม่ตายอีกเหรอ? ตกจากตึกสูงขนาดนั้นเธอรอดชีวิตมาได้ยังไง

ไม่มีทางที่กันต์จะนำเธอไปรักษาหรอกใช่ไหม เทียบกับสิ่งของมีค่าอย่างยารักษาหรืออาหารแล้ว โบราณวัตถุที่เขาต้องการมันสำคัญถึงขนาดที่ต้องช่วยชีวิตคนร้ายที่พึ่งทำลายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในฐานที่มั่นอย่างนั้นเหรอ?

เมื่อพยายามคิดต่ออีกหน่อย เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เธอแต่งงานกับกันต์มาก็หกปี ก่อนหน้านั้นก็เคยเจอกันมาก่อน จนทำให้ระยะเวลาที่รู้จักกันเกินสิบปี ไม่มีทางที่กันต์จะยอมเสียทรัพยากรที่มีค่าอย่างยาหรืออาหาร ให้กับเบี้ยที่ไร้ประโยชน์อย่างเธอหรอก

ในตอนนั้นเองเป็นตอนที่สติของเธอเริ่มกลับมา เธอมองรอบๆ อย่างถี่ถ้วน ห้องที่เธออยู่ตอนนี้มีผนังสีชมพูซึ่งดูสะอาด ไม่มีร่องรอยคราบเลือดของอมนุษย์หรือร่องรอยการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

นี่มันเป็นไปได้ด้วยเหรอ?

ยังมีสถานที่ที่สะอาดมากขนาดนี้อยู่ในยุควันสิ้นโลกด้วย?

กุก กัก

เธอได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก ในตอนนั้นเองเป็นตอนที่เธอล้วงมือเข้าไปใต้หมอนด้วยความเคยชิน ปกติแล้วเธอมักจะซ่อนอาวุธตอนพักผ่อนเอาไว้ในที่ที่คว้าหยิบได้ง่ายที่สุด และสถานที่ที่เธอมักจะซ่อนอาวุธไว้คือใต้หมอน

เพียงแต่ว่าเมื่อคว้าเข้าไปด้านใต้ กลับพบแต่ความนุ่มของทอปเปอร์กับความนิ่มของหมอนยางพาราที่กดทับมือเธอ

เกิดอะไรขึ้น ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเธออย่างนั้นเหรอ? ตอนนี้เธอถูกพามาที่ไหนกันแน่?

ไม่รอให้เธอคิด เสียงเดินนั้นมาหยุดลงตรงหน้าประตู ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ใครน่ะ” เธอถามออกไปเสียงแข็ง สายตากวาดมองไปทั่วห้องเพื่อมองหาสิ่งที่จะนำมาเป็นอาวุธได้ แต่น่าแปลกที่ยิ่งเธอมองไปทางไหน เธอก็พบแต่กับสิ่งของที่เธอรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว

อย่างทางซ้ายมีตุ๊กตาปลาวาฬตัวใหญ่ที่พี่ชายเธอเคยมอบให้ในวันจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย เธอจำได้ว่าทิ้งตุ๊กตาตัวนี้ไปตั้งแต่บ้านโดนอมนุษย์ลิงยักษ์พุ่งทำลายในช่วงแรกๆของยุควันสิ้นโลก

“พี่เองทิวา ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงทุ้มนั้นดังมาจากด้านนอกห้อง เสียงนั้นเป็นเสียงที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างมาก เป็นเสียงที่เธออยากได้ยินอีกครั้งมาตลอด แต่เธอกลับไม่สามารถได้ยินเสียงนั้นอีกแล้ว

ทิวาทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นและไปหยุดยืนอยู่หน้าประตู

เบื้องหลังประตูบานนี้ อาจจะเป็นสัตว์ประหลาดที่สามารถเลียนแบบเสียงของมนุษย์อย่างมิมิคก็เป็นได้

แต่ทว่าแล้วยังไงกันล่ะ ต่อให้เป็นมิมิคก็ตาม แค่เธอได้พบกับพี่ชายของเธอเพียงชั่ววินาทีหนึ่ง แลกกับความตายของเธอ เธอก็คิดว่ามันคุ้มค่า

แต่ถึงในใจของเธอจะโหยหาพี่ชายของเธอมากแค่ไหน สมองของเธอกลับสั่งการให้เอาตัวรอดอยู่เสมอ อย่างตอนนี้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอคว้าโคมไฟเอาไว้ในมือ

สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของทิวาต้องสูงมาก เพราะวันสิ้นโลกไม่เคยใจดีกับใครก็ตามที่อ่อนแอ การพลาดนิดเดียวนั้นส่งผลกระทบถึงชีวิต ผู้ที่เอาตัวรอดในวันสิ้นโลกได้เกือบสิบปีแบบเธอย่อมมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดอยู่ในระดับสูงมากโดยธรรมชาติ

แกรก

ไม่รอให้เธอได้ทำใจ ประตูบ้านนั้นที่กั้นเธอกับบางสิ่งที่อยู่ข้างนอกก็ได้เปิดออก ก่อนจะเผยให้เห็นถึงบุรุษรูปร่างกำยำ ผมของเขาเป็นสีน้ำตาลเข้มเหมือนกับเธอ ใบหน้าเรียวคมจมูกเป็นสันโด่ง ไร้ซึ่งรอยแผลเป็นบนใบหน้ากำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาห่วงใย

“พี่อาทิตย์…?” เธอมองบุรุษตรงหน้าด้วยความสะเทือนใจ

ในตอนนั้นเป็นตอนที่เธอรู้สึกตัวและก้มมองบนแขนของเธอ แขนของเธอไร้ร่องรอยแผลเป็นจากการโดนสายฟ้าเผาไหม้ หรือร่องรอยเนื้อที่ปริแตกเป็นรอยคล้ายกิ่งก้านต้นไม้จากการใช้พลังที่ไม่ช่ำชองของเธอ

พลัก

พลันมือไม้ของเธออ่อนแรงจนไม่สามารถถือโคมไฟได้ต่อไป ตอนนี้ในสมองของทิวากำลังหมุนความคิดอย่างรวดเร็วดุจกระแสน้ำวน

พี่ชายที่เสียไปแล้วยืนอยู่ตรงหน้าในสภาพที่ดูเด็กลงและไร้ซึ่งแผลเป็นบนใบหน้า ร่างกายของเธอที่ไม่มีบาดแผลหรือรอยไม้ของพลังวิเศษ ห้องที่ดูสะอาดและข้าวของเครื่องใช้ที่ยังดูเหมือนใหม่

นี่มัน… หรือว่าจะเป็นสิ่งนั้น

เธอย้อนกลับมาในอดีตอย่างนั้นเหรอ?

“ทิวา เป็นอะไรไป” มือหยาบกร้านของบุรุษตรงหน้าเอื้อมมาจับไหล่ของเธออย่างระวัง

พี่ชายของเธอมือหยาบด้านเพราะต้องทำงานตั้งแต่เธอยังเล็ก เพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวที่ไร้ซึ่งพ่อแม่ พี่รับทำงานทุกอย่างที่มีคนจ้างจนพอเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงมาเปิดธุรกิจเล็กๆ และตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ธุรกิจของพี่ค่อยๆขยายไปจนกลายเป็นบริษัทใหญ่อย่างในทุกวันนี้

ในขณะที่ชีวิตของสองพี่น้องกำลังจะสบายขึ้น ก็ดันมาเกิดวันสิ้นโลกไปเสียก่อน เงินทั้งหมดกลายเป็นเพียงกระดาษที่ไร้ประโยชน์ ทั้งสองพี่น้องจึงต้องเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง

ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีโอกาสได้ย้อนกลับมาในอดีตอีกครั้ง นี่มัน…

ในตอนนั้นเองเป็นตอนที่น้ำตาของเธอเอ่อล้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แขนขาของเธอพลันไร้เรี่ยงแรง ทรุดตัวลงไปนั่งร้องไห้อยู่บนพื้นอย่างคนเสียสติ

“ฮึก โฮ” ทิวาปล่อยเสียงร้องออกมาอย่างเต็มที่ ความอัดอั้นทั้งหลายพุ่งออกมาจากขอบตาเรียวสวย แต่ว่าภาพการปล่อยโฮของหญิงสาวตรงหน้าอาจไม่น่าดูเท่าไหร่นัก ทั้งน้ำตาที่พุ่งออกมาเป็นสายน้ำ หรือแม้แต่น้ำมูกที่ไม่สามารถห้ามไม่ให้มันไหลออกมาด้วยได้ ทั้งสิ้นล้วนทำให้ผู้มองดูรู้สึกสงสาร

===================

สวัสดีค่ะแกรนด์ดัชเชสรินเองค่ะ ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้มากๆเลยนะคะ อย่าลืมกดเข้าชั้นหนังสือและกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยน้า สามารถคอมเมนต์พูดคุยหรือแจ้งคำผิดให้ไรท์ได้้เสมอไม่ต้องเกรงใจ ขอบคุณค่า

นิยายเรื่องนี้อัพทุกวัน วันละตอนนะคะ! ถ้าวันไหนไม่อัพแสดงว่าติดธุระ!

บทที่ 2 วันนี้วันที่เท่าไหร่

บทที่ 2 วันนี้วันที่เท่าไหร่

“ทิวา!? น้องเป็นอะไร เจ็บตรงไหนรึเปล่า ทำไงดีเนี่ย” อาทิตย์มองน้องสาวของตนอย่างทำอะไรไม่ถูก

เขาตกใจที่อยู่ๆน้องสาวของเขาก็ทรุดลงไปนั่งบนพื้นก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด แต่ถึงเขาจะทำอะไรไม่ถูกแต่ก็พยายามประคองร่างของเด็กสาวที่ร้องไห้ด้วยความระมัดระวัง

วันนี้เขาแค่จะมาปลุกน้องสาวให้ลงไปทานอาหารเช้ากับคนอื่นๆเท่านั้น แต่ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นตั้งแต่ตอนเช้า

“พี่อาทิตย์.. ฮือ พี่.. โฮ” ทิวาปล่อยโฮออกมา เธอพูดไม่เป็นคำพูด มีเพียงแค่มือเรียวบางเท่านั้นที่กำเสื้อสีขาวสะอาดของอาทิตย์เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

อาทิตย์ทำตัวไม่ถูกจึงได้แต่ลูบหลังหญิงสาวเพื่อปลอบประโลม ก่อนจะเอ่ยปลอบหญิงสาวว่า

“ไม่เป็นไรพี่อยู่นี่แล้ว… ไม่เป็นไรแล้วนะ” ถึงจะไม่รู้ว่าน้องสาวของตนทำไมถึงร้องไห้ แต่เขาเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่ยังเล็ก น้องสาวของเขาตอนเล็กๆนั้นเป็นเด็กขี้แยเป็นอย่างมาก แต่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่น้องสาวของเขาหยุดร้องไห้และเติบโตขึ้น

บางทีคงมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น แต่เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยสอบถามในภายหลังก็ได้ ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็คงมีแต่การปลอบน้องสาวขี้แยคนนี้

เมื่อทิวาได้ยินคำปลอบของอาทิตย์ เธอก็ร้องไห้ออกมาสุดเสียงจนแม้แต่คนที่อยู่ชั้นล่างก็ยังได้ยิน

“ไอ้ทิตย์เกิดอะไรขึ้น?” ชายหนุ่มผมยาวคนหนึ่งเดินขึ้นบันไดมาเพื่อสอบถามสถานการณ์

บุคคลที่ขึ้นมามีเรือนผมสีดำเงา ใบหน้าหวานสวย ถ้าไม่ติดว่าเสื้อโปโลที่เขาสวมมีรอยร่องกล้ามเล็กๆ คนที่เดินผ่านคงคิดว่าชายตรงหน้าเป็นผู้หญิงอย่างแน่นอน เขาคือไตเติ้ล เพื่อนสมัยมัธยมปลายและหุ้นส่วนที่ร่วมลงทุนในบริษัทของอาทิตย์

“เดี๋ยวลงไป” อาทิตย์ตอบ

“ทิวาเป็นอะไร ให้ตรวจร่างกายไหม?” ไตเติ้ลเสนอ เขาเคยเป็นแพทย์สนามมาก่อน ทันทีที่เรียนจบแพทย์เขาก็ลงชื่อเป็นแพทย์อาสาไปในสงครามของประเทศซี พอสถานการณ์สงครามดีขึ้นเขาจึงกลับมาและลงทุนร่วมกับธุรกิจของอาทิตย์ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นแพทย์โรงพยาบาลในปัจจุบัน แต่การดูแลรักษาคนป่วยเขาก็พอมีความรู้อยู่บ้าง

“ไว้ก่อนแล้วกัน” อาทิตย์ตอบเสียงเรียบ

เมื่อเห็นว่าอาทิตย์ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา ไตเติ้ลก็เดินลงไปชั้นล่าง ทิ้งอาทิตย์และทิวาที่กอดกันกลมดิ๊กไว้

ทิวาร้องไห้ต่ออีกครู่หนึ่งจนเธอเริ่มแสบคอ เธอจึงค่อยๆหยุดร้องไห้

ถ้าหากว่าตอนนี้เป็นยุควันสิ้นโลก ก็ไม่รู้ว่าเสียงร้องไห้ของเธอจะดังเกินจนล่ออมนุษย์เข้ามาหรือไม่ แต่ตอนนี้เป็นตอนที่เธอจะสามารถร้องไห้ได้อย่างเต็มที่

“ดื่มน้ำนี่สิ” อาทิตย์รินน้ำใส่แก้วก่อนจะยื่นให้น้องสาวของตน

“ขอบคุณ..” ทิวารับแก้วน้ำมาอย่างว่าง่าย และกระดกลงคอช้าๆ

น้ำที่แสนสะอาด เธอไม่ได้ดื่มน้ำที่รสชาติสะอาดขนาดนี้มานานแค่ไหนกันนะ ไม่รู้ว่าเธอแสบคอเพราะร้องไห้เยอะเกินไปหรือไม่ ทำให้เธอดื่มน้ำยากขึ้นนิดหน่อย

แต่ว่าน้ำที่เธอดื่มนั้นมันอร่อยมากกว่าปกติ ทำให้เธอกลั้นใจดื่มจนหมดแม้จะยังเจ็บคอ

ทันทีที่ดื่มน้ำหมดแก้ว เธอก็มองหน้าอาทิตย์อีกครั้ง รู้สึกเหมือนน้ำตามันคลอเอ่อขึ้นมา เธอตัดสินใจที่จะหยุดร้องไห้แล้ว เธอจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกระพริบตาเพื่อไล่น้ำตาออก

ใช้เวลาทำใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็หยุดร้องไห้

เมื่ออาทิตย์เห็นน้องสาวของตนหยุดร้องแล้ว เขาจึงเดินเข้ามานั่งข้างๆเธอ

“ร้องพอแล้ว?” อาทิตย์เอ่ยแซว

“…” ทิวาเงียบ แต่พยักหน้าหนึ่งครั้ง

อาทิตย์เห็นน้องสาวของตนเองดีขึ้นเขาก็ลูบหัวเธอโดยไม่ถามอะไร

นั่นยิ่งทำให้ทิวารู้สึกอารมณ์อ่อนไหวเป็นอย่างมาก พี่ชายของเธอดีกับเธอมากขนาดนี้ แต่เธอกลับปล่อยให้เขาไปตาย กว่าจะรู้เรื่องสิ่งที่เหลือกลับมาก็มีแค่เศษร่างที่ไม่สมประกอบที่หน่วยสำรวจที่สองของฐานที่มั่นไปเจอเข้า

ยิ่งเธอมองหน้าพี่อาทิตย์มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกผิดในใจมากเท่านั้น

แต่ก่อนอื่นมีเรื่องที่สำคัญกว่าที่เธอต้องทำ

ทิวาพยายามมองไปรอบห้องเพื่อหาปฏิทินแต่ก็ไม่พบ เธอเกือบลืมไปแล้วว่าก่อนยุคสิ้นโลกเธอดูวันเวลาจากที่ไหน ในตอนนั้นเองเป็นตอนที่เธอนึกถึงโทรศัพท์ขึ้นมาได้

ในยุคสิ้นโลกนั้นช่วงแรก ขอแค่มีไฟฟ้าก็ยังจะพอใช้โทรศัพท์ต่อไปได้ แต่พอผ่านเข้าปีที่สองเครื่องมือสื่อสารต่างๆก็เริ่มจะใช้ไม่ได้ ได้ข่าวว่ายังมีบางสถานที่ที่สามารถใช้คลื่นโทรศัพท์ต่อได้ถึงปีที่สามของยุควันสิ้นโลก แต่ตั้งแต่ปีที่สี่เครื่องมือสื่อสารทั้งหมดล้วนใช้การไม่ได้ ดังนั้นผู้ที่สามารถใช้พลังวิเศษสายเทเลพาธีได้ย่อมเป็นที่ต้องการของทุกฐานที่มั่น

ทิวามองไปรอบห้องจนพบกับสิ่งที่ตัวเองตามหา ไม่รอช้าทิวาหยิบโทรศัพท์สมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้นมาเปิดดูวันที่และเวลา

วันที่ 11 เดือน ตุลาคม ปีค.ศ. 20XX เวลา 10.16 น. โดยประมาณ

ก่อนยุคสิ้นโลก 1 เดือน

ทันทีที่เห็นวันที่ ทิวาก็รู้สึกเหมือนว่าสวรรค์ได้มอบโอกาสที่แสนล้ำค่า ไม่เสียแรงที่เธอเฝ้าสาปแช่งพระเจ้าเช้าเย็นทุกวัน

ในเมื่อประทานโอกาสอันดีมาให้เธอแบบนี้ เธอก็ขอรับไว้ด้วยความเต็มใจก็แล้วกัน

อาทิตย์มองน้องสาวของตนที่เดี๋ยวเศร้าเดี๋ยวก็ร่าเริงด้วยความประหลาดใจ ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งร้องไห้อย่างกับโลกจะแตก แต่พอเดินไปเล่นมือถือกลับทำหน้ายิ้มแย้มเหมือนได้รับชีวิตใหม่ เขามองน้องสาวอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

โครก

ทันใดนั้นเอง จู่ๆอาทิตย์ก็ได้ยินเสียงท้องร้องของใครบางคนเข้า เขาหลุดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้ นั่นทำให้ใบหน้าของทิวาแดงขึ้นมาด้วยความอับอาย

“หิว?” อาทิตย์เอ่ยถามน้องสาว

“อื้ม” ทิวาพยักหน้า

“ถ้างั้นก็ลงไปกันเถอะ”

ไม่รอช้า อาทิตย์ลุกขึ้นและเดินตรงไปที่หน้าประตู

ทิวายืนอ้ำอึ้งอยู่เล็กน้อยเหมือนมีเรื่องอยากจะคุยกับอาทิตย์ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจกลืนคำพูดพวกนั้นลงไปและเดินตามพี่ชายของเธอไปอย่างว่าง่าย

เอาไว้หาเวลาเหมาะๆให้ได้ก่อนค่อยคุยกับพี่อาทิตย์ให้เป็นเรื่องเป็นราวก็แล้วกัน เมื่อคิดได้แบบนั้นทิวาจึงเริ่มวางแผนเรื่องราวต่างๆอยู่ในใจ ในขณะที่เดินลงบันใดเพื่อไปยังห้องทานอาหาร

===================

สวัสดีค่ะดัชเชสคนดีคนเดิม เพิ่มเติมคือความน่ารัก! ช่วงนี้ไรต์ติดนิยายแนววันสิ้นโลกมากๆเลยค่ะ เรื่องนี้เป็นแนวชายหญิงนะคะ(อีกนานเลยค่ะกว่าพระเอกจะมา) ล่าสุดอ่านนิยายวายเรื่องโอตาคุวันสิ้นโลกแล้วชอบมากๆเลย ก่อนจะเห็นว่ามีนิยายแนววันสิ้นโลก/ซอมบี้เรื่องอื่นๆเต็มไปหมด อยากปลีกวิเวกแล้วไปอ่านนิยายยาวๆจังเลย //พลั่ก โดนนักอ่านเรียกกลับมาแต่งทิวาต่อก่อน ๕๕

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้มากๆเลยนะคะ อย่าลืมกดเข้าชั้นหนังสือและกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยน้า สามารถคอมเมนต์พูดคุยหรือแจ้งคำผิดให้ไรท์ได้้เสมอไม่ต้องเกรงใจ ขอบคุณค่า

นิยายเรื่องนี้อัพทุกวัน วันละตอนนะคะ! ถ้าวันไหนไม่อัพแสดงว่าติดธุระ! :(´ཀ` 」 ∠):

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...