โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คิดจะเป็น ‘ฟรีแลนซ์’ ต้องเตรียมพร้อม ห้ามหยุด ห้ามพัก ห้ามชะงักเรื่องเงิน!

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ม.ค. 2567 เวลา 17.34 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2567 เวลา 00.55 น. • The Bangkok Insight

คิดจะเป็น "ฟรีแลนซ์" ต้องเตรียมพร้อม หากอยากสบายตอนแก่ ห้ามหยุด ห้ามพัก ห้ามชะงักเรื่องเงิน เช็ก 3 Steps วางแผนการเงินสไตล์ฟรีแลนซ์ที่นี่

อาชีพอิสระ หรือ ฟรีแลนซ์ ดูเหมือนจะสบาย ไม่มีกฎเกณฑ์ในการทำงาน มีอิสระในเรื่องของเวลา ไม่ต้องตอกบัตรเข้าออกที่ทำงานเหมือนมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานประจำ แต่เอาเข้าจริง ๆ ฟรีแลนซ์เป็นหนึ่งในอาชีพที่ต้องเคร่งครัดในเรื่องการเงินมากกว่าใครเลยทีเดียว เพราะส่วนมากจะคาดการณ์รายได้ในอนาคตค่อนข้างยาก แถมแต่ละเดือนก็ได้มากได้น้อยไม่เท่ากันและยังได้เงินไม่ตรงเวลาอีก ทำให้ต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเองสูง

ฟรีแลนซ์

3 Steps วางแผนการเงินสไตล์ฟรีแลนซ์

1. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและวางแผนจัดสรรการใช้เงิน

ด้วยความที่ฟรีแลนซ์มักจะมีรายได้ในแต่ละเดือนที่ไม่เท่ากัน บางเดือนอาจจะได้เยอะ บางเดือนอาจจะไม่ได้เลย ดังนั้น ในแต่ละครั้งที่ได้รับรายได้เข้ามาจึงต้องจัดสรรเงินและกำหนดงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนก่อน ส่วนที่เหลือค่อยวางแผนการใช้จ่ายให้คุ้มค่าต่อไป โดยแบ่งเงินเป็น 3 ส่วน ตามความจำเป็นและเป้าหมายต่าง ๆ ได้แก่

  • ค่าใช้จ่ายคงที่ ที่ต้องจ่ายทุกเดือนเท่า ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเบี้ยประกัน ค่าผ่อนชำระสินค้า ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายผันแปร ที่สามารถเพิ่มหรือลดได้ตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันหรือการใช้จ่ายของเรา เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าพักผ่อนสังสรรค์ ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ
  • เงินออมและเงินลงทุน เพื่อเป้าหมายทางการเงินทั้งในระยะสั้นหรือระยะกลาง เช่น เงินดาวน์บ้าน เงินทุนการศึกษาบุตร และระยะยาว เช่น เงินออมเพื่อเกษียณ เพราะอย่าลืมว่า เราไม่ได้มีสวัสดิการรองรับในยามแก่เฒ่า ก็ต้องวางแผนออมเงินไว้ดูแลตัวเองและครอบครัวในอนาคตด้วย

หลังจากนี้ก็จะรู้แล้วว่า เรามีความจำเป็นจะต้องใช้เงินอย่างแน่นอนเป็นจำนวนเท่าไหร่ และส่วนใดที่เป็นค่าใช้จ่ายที่เราสามารถประหยัดได้ หากเราไม่ได้รับรายได้ตามที่คาดไว้ หรือเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องใช้เงินมากกว่าที่คาดไว้

ฟรีแลนซ์

2. สำรองเงินสำหรับกรณีฉุกเฉินหรือขาดรายได้

เราควรจะสำรองเงินไว้ให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อเป็นหลักประกันของชีวิต หากเราไม่มีงานทำเลย ยังสามารถนำเงินสำรองมาใช้จ่ายเป็นการทดแทนได้ ในขณะเดียวกันก็ควรสำรองเงินเผื่อกรณีฉุกเฉิน สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วย อุบัติเหตุ เพราะฟรีแลนซ์อย่างเราไม่ได้มีสวัสดิการใด ๆ มาช่วยคุ้มครอง หรือทางที่ดีก็อาจจะแบ่งเงินบางส่วนไปซื้อประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงต่าง ๆ จะได้ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

ฟรีแลนซ์

3. สร้างหลักประกันให้กับชีวิต

ฟรีแลนซ์อย่างเราที่ไม่ได้มีนายจ้างก็สามารถเลือกเข้าระบบของกองทุนประกันสังคม เพื่อสร้างหลักประกันจากสิทธิประโยชน์ของรัฐบาลได้ เช่น ถ้าเคยเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ของกองทุนประกันสังคมมาก่อน แล้วลาออกจากบริษัทมาเป็นฟรีแลนซ์ ก็ควรสมัครเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 เพื่อให้ยังคงได้รับสิทธิประโยชน์เป็นหลักประกันด้านสุขภาพและชราภาพ หรือหากไม่เคยทำงานประจำมาก่อนเลย ก็สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ซึ่งมีทางเลือกในการส่งเงินสมทบเพื่อคุ้มครอง ได้ 3-5 กรณี ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม

นอกจากนี้ หากเราไม่ได้อยู่ในระบบการออมเพื่อเกษียณของภาครัฐ ก็ยังสามารถสมัคร เป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อสร้างหลักประกันเพิ่มเติมในยามเกษียณให้กับตัวเองด้วยอีกทาง เพราะเราก็จะมีสิทธิรับเงินบำนาญทุกเดือนจนกว่าจะสิ้นชีวิต หากสามารถออมเงินได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนการออมแห่งชาติ

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...