โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

พับแผน พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ดึงเงิน 3 แหล่งแจกดิจิทัลวอลเลต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2567 เวลา 15.17 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2567 เวลา 23.44 น.

รัฐบาลเดินหน้าแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พับแผนออก พ.ร.บ.กู้ 5 แสนล้าน เปลี่ยนแผนใหม่ดึง 3 แหล่งเงินหลัก “เกลี่ยงบฯปี’67-เพิ่มขาดดุลงบฯปี’68 และยืมเงิน ธ.ก.ส.” เผยวงเงิน ธ.ก.ส.เพื่อจ่ายให้กลุ่มเกษตรกร ตามวัตถุประสงค์ของแบงก์ รมช.คลังมั่นใจขาดดุลเพิ่ม-หนี้สาธารณะแตะ 67% ไม่กระทบเครดิตเรตติ้งประเทศ เผยนายกฯมอบนโยบายหาช่องทางปรับลดรายจ่ายประจำ พร้อมปรับโครงสร้างภาษีเพิ่มรายได้

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 10 เม.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ดำเนินโครงการ โดยเบื้องต้นจะมีแหล่งเงินหลายส่วนผสมกัน ไม่ได้ใช้วิธีการออกพระราชบัญญัติกู้เงิน 500,000 ล้านบาท เหมือนที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

“พ.ร.บ.กู้ 5 แสนล้าน ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว โดยแหล่งเงินที่ทางกระทรวงการคลังกำลังพิจารณา อาจจะใช้หลายแนวทาง ซึ่งจะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเลตเห็นชอบ ก็มีทั้ง 1.การเกลี่ยงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ตอนนี้กำลังเกลี่ยกันอยู่ 2.ตั้งงบประมาณปี 2568 เพิ่มเติม โดยจัดทำงบประมาณขาดดุลเพิ่ม และ 3.ใช้เงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกไป ส่วนนี้ถ้าใช้ ก็จะใช้จ่ายให้เฉพาะเกษตรกรเท่านั้น”

วงเงิน ธ.ก.ส.แจกเกษตรกร

แหล่งข่าวกล่าวว่า การใช้แหล่งเงินจะผสมผสาน 3 แหล่ง ขึ้นกับความเหมาะสม โดยแนวทางการใช้เงินยืม ธ.ก.ส. ก็ต้องจ่ายเฉพาะเกษตรกร เพื่อไม่ให้ผิดวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.บ.ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินต้องสำหรับเกษตรกร ดังนั้นในการใช้วงเงินของ ธ.ก.ส. ก็ต้องพิจารณาถึงจำนวนเกษตรกร ที่เข้าข่ายจะได้รับเงินดิจิทัลวอลเลต เพื่อที่จะมาคำนวณวงเงิน

ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาตามกรอบมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา ธ.ก.ส.มีภาระในการจ่ายให้โครงการอุดหนุนสินค้าเกษตรหลายโครงการ ซึ่งรัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณจ่ายคืนให้ภายหลัง

“ตามมาตรา 28 ที่กำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่าย หรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐ ในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ว่าจะต้องไม่เกิน 32% ของงบประมาณรายจ่ายแต่ละปี” แหล่งข่าวกล่าว

ปลัดคลังไม่ปฏิเสธใช้เงิน ธ.ก.ส.

ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีมีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐบาลจะกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อใช้ดำเนินการโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลตนั้น ต้องบอกว่าขณะนี้ยังไม่สามารถตอบเรื่องแหล่งเงินไปก่อนได้ โดยขอให้รอความชัดเจนในวันที่ 10 เม.ย.นี้ก่อน ซึ่งยอมรับว่า ได้พิจารณาจากหลาย ๆ รายการที่จะสามารถนำมาใช้ได้

“เราดูทุกที่ที่สามารถใช้ได้ ในรายการแล้ว ก็จะบอกว่าอันนี้ผสมอันนี้ หรืออันนี้ไม่เอา ถ้าตอบไปก่อนอาจจะผิดพลาดได้”

นายลวรณกล่าวอีกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคาดเดา เพราะหากออกมาไม่ตรง แล้วจะบอกว่าผิด หรือบอกว่าเปลี่ยน ทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยน ดังนั้น ต้องย้ำว่าวันนี้ดูทุกทางเลือกที่เป็นไปได้ ภายใต้กฎหมาย แต่หากตอบตอนนี้ อาจจะมีโอกาสผิดพลาดคลาดเคลื่อนสูง

อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าในแง่กรอบเวลา ยังคงไทม์ไลน์เดิม คือ ไตรมาส 3 เปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าเข้าร่วมโครงการ จากนั้นในไตรมาส 4 ให้ประชาชนลงทะเบียน แล้วเริ่มต้นแจกเงิน

“วันนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนอะไร ในกระแสข่าวยังไม่ได้มีอะไรคืบหน้าไปกว่านี้ ทุกอย่างวันที่ 10 เม.ย.” ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว

ยันขาดดุลเพิ่มไม่กระทบเรตติ้ง

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง กล่าวว่า การขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เพิ่มขึ้นอีก 1.527 แสนล้านบาท จากเดิมที่มีการขาดดุล 7.13 แสนล้านบาท เป็น 8.65 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น ไม่น่าจะมีปัญหากระทบกับเครดิตเรตติ้งประเทศ เนื่องจากปัจจุบันฐานะการคลังของประเทศอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เงินคงคลังอยู่ในระดับสูงที่ 5-6 แสนล้านบาท ขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

“วันนี้ ฐานะประเทศเข้มแข็งมาก ไม่น่าเป็นห่วง ส่วนหนี้สาธารณะในปีงบประมาณ 2568 ที่ประเมินว่าจะปรับขึ้นไปที่ระดับ 66.93% ต่อจีดีพีนั้น ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ที่ไม่เกิน 70% ต่อจีดีพี และเมื่อมีการบริหารจัดการ หนี้สาธารณะก็จะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง”

ดิ้นหาช่องลดรายจ่ายประจำ

นายกฤษฎากล่าวว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ให้นโยบายชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการปรับลดรายจ่ายประจำ ตรงไหนที่ไม่จำเป็น เช่น เดิมรัฐบาลมีรายจ่ายที่จะต้องจ่ายสมทบให้กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ปีละราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันเต็มกรอบเพดานแล้ว ตรงนี้ก็เป็นรายจ่ายที่รัฐบาลไม่ต้องจ่ายแล้ว ก็จะลดไป

ขณะเดียวกันที่ต้องทำควบคู่ คือ การปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ เรื่องนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังพิจารณาอยู่ แต่การจะปรับเพิ่มภาษีตัวใด ก็ต้องดูภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยหลาย ๆ เรื่องประกอบ และต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เหมาะสม เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทุกรัฐบาลมีความตั้งใจ แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ต้องค่อย ๆ ดำเนินการ ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและระยะเวลา

“ถ้าดูตามประมาณการในเอกสารงบประมาณ ก็ยังพบว่าแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลยังอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้ หากต้องมีการเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ก็เชื่อว่าในอนาคตจะสามารถดำเนินการได้ ส่วนเรื่องการอุดหนุนราคาน้ำมันนั้น ตอนนี้อยากขอให้ทางกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลไปก่อน เพราะว่าตอนนี้ต้องมาให้ความสำคัญเรื่องของรายได้ อยากให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามเอกสารงบประมาณ”

“จุลพันธ์” รอสรุป 10 เม.ย.

ทั้งนี้ ในการอภิปรายทั่วไปที่ผ่านมา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุถึงโครงการดิจิทัลวอลเลตว่า โครงการได้มีการแก้ไขรายละเอียดเรื่องที่มาของเงินเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งรัฐบาลยิ่งแถลง ก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย ๆ โดยครั้งนี้ พบว่ามีการใช้แหล่งที่มาของเงินถึง 3 แหล่ง ไม่ว่าจะเป็นงบฯกลางของปี 2567, การแบ่งงบประมาณปี 2568 และการกู้ ธ.ก.ส.

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า ยอมรับว่า แม้มีการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามกรอบของกฎหมาย ในแง่จำนวนคน กลไกรายละเอียด รวมถึงแหล่งเงิน เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ดี ขออย่าคาดเดาในรายละเอียดที่เตรียมแถลงรายละเอียดในวันที่ 10 เม.ย. เนื่องจากจะสร้างความสับสน

“นโยบายที่กำลังดำเนินการนั้น อยู่ระหว่างการแก้ไข ทั้งนี้ ยินดีที่จะถูกตรวจสอบเป็นระยะ และพร้อมรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์ ซึ่งผมเชื่อว่า เมื่อครบวาระของรัฐบาล และตัดเกรด หวังว่าจะได้เอ ส่งการบ้านให้ประชาชน อย่างไรก็ดี ขอให้รอมติให้ชัดเจน แล้วมาแถลง ทุกอย่างจะสมบูรณ์ ยืนยันว่านโยบายนี้ตรวจสอบเข้มข้น แม้ยังไม่ได้แจกเงินให้ประชาชน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พับแผน พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ดึงเงิน 3 แหล่งแจกดิจิทัลวอลเลต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...