พับแผน พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ดึงเงิน 3 แหล่งแจกดิจิทัลวอลเลต
รัฐบาลเดินหน้าแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท พับแผนออก พ.ร.บ.กู้ 5 แสนล้าน เปลี่ยนแผนใหม่ดึง 3 แหล่งเงินหลัก “เกลี่ยงบฯปี’67-เพิ่มขาดดุลงบฯปี’68 และยืมเงิน ธ.ก.ส.” เผยวงเงิน ธ.ก.ส.เพื่อจ่ายให้กลุ่มเกษตรกร ตามวัตถุประสงค์ของแบงก์ รมช.คลังมั่นใจขาดดุลเพิ่ม-หนี้สาธารณะแตะ 67% ไม่กระทบเครดิตเรตติ้งประเทศ เผยนายกฯมอบนโยบายหาช่องทางปรับลดรายจ่ายประจำ พร้อมปรับโครงสร้างภาษีเพิ่มรายได้
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 10 เม.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง จะประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ดำเนินโครงการ โดยเบื้องต้นจะมีแหล่งเงินหลายส่วนผสมกัน ไม่ได้ใช้วิธีการออกพระราชบัญญัติกู้เงิน 500,000 ล้านบาท เหมือนที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
“พ.ร.บ.กู้ 5 แสนล้าน ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว โดยแหล่งเงินที่ทางกระทรวงการคลังกำลังพิจารณา อาจจะใช้หลายแนวทาง ซึ่งจะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดดิจิทัลวอลเลตเห็นชอบ ก็มีทั้ง 1.การเกลี่ยงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ตอนนี้กำลังเกลี่ยกันอยู่ 2.ตั้งงบประมาณปี 2568 เพิ่มเติม โดยจัดทำงบประมาณขาดดุลเพิ่ม และ 3.ใช้เงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกไป ส่วนนี้ถ้าใช้ ก็จะใช้จ่ายให้เฉพาะเกษตรกรเท่านั้น”
วงเงิน ธ.ก.ส.แจกเกษตรกร
แหล่งข่าวกล่าวว่า การใช้แหล่งเงินจะผสมผสาน 3 แหล่ง ขึ้นกับความเหมาะสม โดยแนวทางการใช้เงินยืม ธ.ก.ส. ก็ต้องจ่ายเฉพาะเกษตรกร เพื่อไม่ให้ผิดวัตถุประสงค์ตาม พ.ร.บ.ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินต้องสำหรับเกษตรกร ดังนั้นในการใช้วงเงินของ ธ.ก.ส. ก็ต้องพิจารณาถึงจำนวนเกษตรกร ที่เข้าข่ายจะได้รับเงินดิจิทัลวอลเลต เพื่อที่จะมาคำนวณวงเงิน
ขณะเดียวกันจะต้องพิจารณาตามกรอบมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐด้วย เนื่องจากที่ผ่านมา ธ.ก.ส.มีภาระในการจ่ายให้โครงการอุดหนุนสินค้าเกษตรหลายโครงการ ซึ่งรัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณจ่ายคืนให้ภายหลัง
“ตามมาตรา 28 ที่กำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่าย หรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐ ในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ว่าจะต้องไม่เกิน 32% ของงบประมาณรายจ่ายแต่ละปี” แหล่งข่าวกล่าว
ปลัดคลังไม่ปฏิเสธใช้เงิน ธ.ก.ส.
ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กรณีมีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่า รัฐบาลจะกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อใช้ดำเนินการโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลตนั้น ต้องบอกว่าขณะนี้ยังไม่สามารถตอบเรื่องแหล่งเงินไปก่อนได้ โดยขอให้รอความชัดเจนในวันที่ 10 เม.ย.นี้ก่อน ซึ่งยอมรับว่า ได้พิจารณาจากหลาย ๆ รายการที่จะสามารถนำมาใช้ได้
“เราดูทุกที่ที่สามารถใช้ได้ ในรายการแล้ว ก็จะบอกว่าอันนี้ผสมอันนี้ หรืออันนี้ไม่เอา ถ้าตอบไปก่อนอาจจะผิดพลาดได้”
นายลวรณกล่าวอีกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งไปคาดเดา เพราะหากออกมาไม่ตรง แล้วจะบอกว่าผิด หรือบอกว่าเปลี่ยน ทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยน ดังนั้น ต้องย้ำว่าวันนี้ดูทุกทางเลือกที่เป็นไปได้ ภายใต้กฎหมาย แต่หากตอบตอนนี้ อาจจะมีโอกาสผิดพลาดคลาดเคลื่อนสูง
อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าในแง่กรอบเวลา ยังคงไทม์ไลน์เดิม คือ ไตรมาส 3 เปิดให้ลงทะเบียนร้านค้าเข้าร่วมโครงการ จากนั้นในไตรมาส 4 ให้ประชาชนลงทะเบียน แล้วเริ่มต้นแจกเงิน
“วันนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนอะไร ในกระแสข่าวยังไม่ได้มีอะไรคืบหน้าไปกว่านี้ ทุกอย่างวันที่ 10 เม.ย.” ปลัดกระทรวงการคลังกล่าว
ยันขาดดุลเพิ่มไม่กระทบเรตติ้ง
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง กล่าวว่า การขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 เพิ่มขึ้นอีก 1.527 แสนล้านบาท จากเดิมที่มีการขาดดุล 7.13 แสนล้านบาท เป็น 8.65 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น ไม่น่าจะมีปัญหากระทบกับเครดิตเรตติ้งประเทศ เนื่องจากปัจจุบันฐานะการคลังของประเทศอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยมีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เงินคงคลังอยู่ในระดับสูงที่ 5-6 แสนล้านบาท ขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
“วันนี้ ฐานะประเทศเข้มแข็งมาก ไม่น่าเป็นห่วง ส่วนหนี้สาธารณะในปีงบประมาณ 2568 ที่ประเมินว่าจะปรับขึ้นไปที่ระดับ 66.93% ต่อจีดีพีนั้น ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ที่ไม่เกิน 70% ต่อจีดีพี และเมื่อมีการบริหารจัดการ หนี้สาธารณะก็จะปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง”
ดิ้นหาช่องลดรายจ่ายประจำ
นายกฤษฎากล่าวว่า ขณะนี้นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ได้ให้นโยบายชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องการปรับลดรายจ่ายประจำ ตรงไหนที่ไม่จำเป็น เช่น เดิมรัฐบาลมีรายจ่ายที่จะต้องจ่ายสมทบให้กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ปีละราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งปัจจุบันเต็มกรอบเพดานแล้ว ตรงนี้ก็เป็นรายจ่ายที่รัฐบาลไม่ต้องจ่ายแล้ว ก็จะลดไป
ขณะเดียวกันที่ต้องทำควบคู่ คือ การปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ เรื่องนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังพิจารณาอยู่ แต่การจะปรับเพิ่มภาษีตัวใด ก็ต้องดูภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยหลาย ๆ เรื่องประกอบ และต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เหมาะสม เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทุกรัฐบาลมีความตั้งใจ แต่ก็มองว่าเป็นเรื่องที่ต้องค่อย ๆ ดำเนินการ ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและระยะเวลา
“ถ้าดูตามประมาณการในเอกสารงบประมาณ ก็ยังพบว่าแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลยังอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้ หากต้องมีการเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น ก็เชื่อว่าในอนาคตจะสามารถดำเนินการได้ ส่วนเรื่องการอุดหนุนราคาน้ำมันนั้น ตอนนี้อยากขอให้ทางกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลไปก่อน เพราะว่าตอนนี้ต้องมาให้ความสำคัญเรื่องของรายได้ อยากให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามเอกสารงบประมาณ”
“จุลพันธ์” รอสรุป 10 เม.ย.
ทั้งนี้ ในการอภิปรายทั่วไปที่ผ่านมา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุถึงโครงการดิจิทัลวอลเลตว่า โครงการได้มีการแก้ไขรายละเอียดเรื่องที่มาของเงินเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งรัฐบาลยิ่งแถลง ก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย ๆ โดยครั้งนี้ พบว่ามีการใช้แหล่งที่มาของเงินถึง 3 แหล่ง ไม่ว่าจะเป็นงบฯกลางของปี 2567, การแบ่งงบประมาณปี 2568 และการกู้ ธ.ก.ส.
ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ชี้แจงว่า ยอมรับว่า แม้มีการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามกรอบของกฎหมาย ในแง่จำนวนคน กลไกรายละเอียด รวมถึงแหล่งเงิน เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ดี ขออย่าคาดเดาในรายละเอียดที่เตรียมแถลงรายละเอียดในวันที่ 10 เม.ย. เนื่องจากจะสร้างความสับสน
“นโยบายที่กำลังดำเนินการนั้น อยู่ระหว่างการแก้ไข ทั้งนี้ ยินดีที่จะถูกตรวจสอบเป็นระยะ และพร้อมรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์ ซึ่งผมเชื่อว่า เมื่อครบวาระของรัฐบาล และตัดเกรด หวังว่าจะได้เอ ส่งการบ้านให้ประชาชน อย่างไรก็ดี ขอให้รอมติให้ชัดเจน แล้วมาแถลง ทุกอย่างจะสมบูรณ์ ยืนยันว่านโยบายนี้ตรวจสอบเข้มข้น แม้ยังไม่ได้แจกเงินให้ประชาชน”
- ศิริกัญญา ปะทะ จุลพันธ์ อภิปราย 152 ดิจิทัลวอลเลต รักษาไม่ได้ทุกโรค
- แจกเงินดิจิทัลวอลเลต ปรับแผน “จุลพันธ์” ยันไม่ติดขัดเปลี่ยนแหล่งเงิน-แผนออก พ.ร.บ.กู้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พับแผน พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ดึงเงิน 3 แหล่งแจกดิจิทัลวอลเลต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net