โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นราธิวาส-สู้ความยากจน! “ชุมชนเกาะปูลาโต๊ะบีซู”

77kaoded

เผยแพร่ 08 มี.ค. 2567 เวลา 06.04 น. • 77 ข่าวเด็ด

นราธิวาส-ชุมชนบนเกาะที่ตากใบ “ยากจนที่สุดของนราธิวาส” สู้ขาดใจ! ทำประมงพื้นบ้าน ก่อนที่ มหา’ลัยนราธิวาสฯ เป็นตัวกลางผลักดันให้มีการแปรรูปอาหารทะเลเพื่อเพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำ ยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้าน 127 ครัวเรือน

หากจะเอ่ยถึงความยากจนในพื้นที่ของจังหวัดต่างๆทั่วประเทศไทย มีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว และหนึ่งในนั้นซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดปลายด้ามขวานติดชายแดนไทย-มาเลเซีย คือ “ชุมชนประมงพื้นบ้านเกาะปูลาโต๊ะบีซุ” ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีประชากรอาศัยอยู่ จำนวน 784 คน รวม 127 หลังคาเรือน อาชีพหลักคือการทำประมงชายฝั่ง และจัดเป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านมีฐานะยากจนที่สุดของ จ.นราธิวาส ส่วนใหญ่ชาวบ้านบนเกาะแห่งนี้ที่อยู่ในช่วงวัยทำงาน จะเดินทางไปขายแรงงานร้านต้มยำกุ้งในประเทศมาเลเซีย คงเหลือเพียงผู้ที่ยังคงปักหลักต่อสู้กับความยากจน

โดย “หมู่บ้านปูลาโต๊ะบีซุ” แห่งนี้จะมีสภาพเป็นเกาะ โดยด้านหนึ่งจะเป็นทะเล อีกด้านหนึ่งจะเป็นแม่น้ำตากใบ ซึ่งการเดินทางเข้า-ออกในหมู่บ้านจะต้องใช้เรือเป็นพาหนะข้ามฟาก มีระยะทางประมาณ 500 เมตร อย่างไรก็ตามยังสามารถเดินเท้าข้ามสะพานของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งนราธิวาสได้เช่นกัน โดยในอดีตพบว่า ชาวบ้านที่ออกเรือไปจับสัตว์ทะเล เช่น หมึก ปลา ปูและกุ้ง เมื่อได้มาต้องนำไปจำหน่ายให้กับนายทุน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของชาวบ้านในการหักกลบลบหนี้ จนแทบจะไม่เหลือรายได้ที่จะนำมาจุนเจือครอบครัว

ต่อมาทางมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมผู้ช่วยศาสตราจารย์สมเกียรติ สุทธิยาพิวัฒน์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส ร่วมกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธมยันตี ประยูรพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางฝ่าคลื่นข้ามเกาะ ไปสอบถามความเป็นอยู่พร้อมทำประชาพิจารณ์ ก่อนที่จะไปพูดคุยกับนายทุน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของชาวบ้าน เพื่อขอแบ่งสัตว์ทะเลจำนวนหนึ่งให้ชาวบ้านได้นำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า นำรายได้ส่วนต่างจากการแปรรูปสัตว์ทะเลไปหักกลบลบหนี้ ให้ชาวบ้านสามารถชำระหนี้ที่ติดค้างได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และรายได้อีกส่วนหนึ่งชาวบ้านสามารถนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแบบไม่ขัดสน โดยชาวบ้านและนายทุนต่างยินยอมในข้อตกลงดังกล่าว จึงเป็นที่มาของโครงการยกระดับความเป็นอยู่ของชาวบ้านปูลาโต๊ะบีซุ ในการเพิ่มมูลค่าของสัตว์น้ำที่เป็นอาหารทะเล

ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่เริ่มทำโครงการดังกล่าว มีชาวบ้านเข้าร่วมเป็นสมาชิก จำนวน 30 คน โดยมี น.ส.รูฮานี ยูโซ๊ะ และ น.ส.ซูไบด๊ะ บือราเฮง เป็นหัวหน้าและร่วมบริหารกลุ่ม โดยสินค้าอาหารทะเลที่นำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นไปตามฤดูกาล มีการแปรรูปปลากระบอกและหมึกตากแห้งตามธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี ปัจจุบันมีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับขั้นตอนการแปรรูปปลากระบอกตากแห้งหรือแดดเดียว หากปริมาณปลากระบอกหรือภาษายาวีท้องถิ่น เรียกว่า อีแก บลาเนาะ มีปริมาณไม่เพียงพอ ก็จะซื้อเพิ่มจากชาวบ้านในราคากิโลกรัมละ 60 บาท มาทำการขอดเกล็ดปลาให้เกลี้ยง ผ่าท้องควักไส้ ล้างทำความสะอาด จากนั้นนำไปแช่น้ำทะเลส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งนำไปแช่เกลือ ซึ่งกรรมวิธีทั้ง 2 แบบ จะได้รสชาติต่างกันตามใจชอบของผู้บริโภค ที่จะเลือกชื้อปลากระบอกแดดเดียวหรือตากแห้ง โดยส่วนใหญ่จะชื่นชอบปลากระบอกที่แช่ด้วยน้ำทะเล เพราะได้รสชาติแบบธรรมชาติมากที่สุด ส่วนผู้บริโภคที่ชื่นชอบแบบแช่เกลือ ก็จะชื่นชอบรสชาติที่ออกเค็ม เพื่อนำไปรับประทานกับแกง ซึ่งการตากแห้งจะใช้เวลา 2 ถึง 3 ชั่วโมง ไว้ในมุ้งไนล่อนสีขาวก่อนที่จะนำมาบรรจุในถุงพลาสติกใสสูญญากาศ น้ำหนัก 1 กิโลกรัม และจำหน่ายในราคาถุงละ 350 บาท

ส่วนหมึกตากแห้งมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ หมึกหอม ภาษายาวีพื้นถิ่น เรียกกว่า ซูตง งาแบ และหมึกกล้วย ภาษายาวีพื้นถิ่นเรียกว่า ซูคง เตาะเง่าะ หากปริมาณหมึกไม่เพียงพอ ก็จะซื้อจากชาวบ้านกิโลกรัมละ 250 บาท ก่อนนำมาแปรรูป ด้วยการนำหมึกไปผ่าท้องทำความสะอาดแล้วนำไปแช่เกลือ ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วนำไปตากเรียงไว้ในมุ้งไนล่อนสีขาว ประมาณ 2 วัน จากนั้นนำมาบรรจุในถุงพลาสติกใสสุญญากาศ น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ขนาดเล็กบรรจุ 5 ตัว ราคาถุงละ 1,000 บาท ส่วนหมึกตัวใหญ่ ซึ่งบรรจุถุงละ 2 ตัว ราคา 1,800 บาท มีการติดสติ๊กเกอร์ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชาวบ้าน เป็นรูปวงกลม ด้านในมีรูปปลาและกุ้งพร้อมพิมพ์คำว่าเกาะหัวใจเป็นสีแดง พร้อมด้วยหมายเลขโทรศัพท์ 080 7696090 เป็นช่องทางในการสั่งซื้อและการันตีคุณภาพ

ด้าน น.ส.รูฮานี ยูโซ๊ะ หัวหน้าและผู้บริหารกลุ่มประมงปูลาโต๊ะบีซุ กล่าวว่า ชาวบ้านที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกโครงการมีจำนวน 30 คน ขณะนี้มีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเดือนคนละ 1,500 บาท โดยจะมีการนำไปออกบูธตามงานต่างๆในอำเภอตากใบและอำเภอเมืองนราธิวาส รวมทั้งทางเพจหมู่บ้านปูลาโต๊ะบีซู อีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...