โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ศึกชิงเก้าอี้ “ประธานเฟด” เดือด! ทรัมป์เปิดชื่อ 3 ตัวเต็ง ชี้ชะตานโยบายการเงินโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 10 ส.ค. 2568 เวลา 06.35 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2568 เวลา 06.35 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

กระบวนการเฟ้นหาผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต่อจากนายเจอโรม พาวเวลล์ เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมายืนยันว่าขณะนี้เหลือผู้สมัครตัวเต็งเพียง 3 ราย โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของโลก เนื่องจาก Fed ถือเป็นเสาหลักของระบบการเงินระหว่างประเทศ

สำหรับการคัดเลือกผู้นำ Fed คนใหม่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างทรัมป์และพาวเวลล์ ซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2561 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรัมป์เคยวิพากษ์วิจารณ์พาวเวลล์อย่างเปิดเผยว่าเป็น “ลาหัวดื้อ” และ“คนโง่” พร้อมแสดงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่เขามองว่าล่าช้าเกินไปในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าระดับดอกเบี้ยนโยบายควรถูกปรับลดจากช่วงปัจจุบันที่ 4.25–4.50% ลงมาอยู่เพียง 1% เพื่อสร้างแรงหนุนต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งท่าทีดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญต่อการพิจารณาคัดเลือกผู้นำ Fed คนต่อไป ที่จะต้องรับมือกับความคาดหวังทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ รวมถึงบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของโลกในระยะข้างหน้า

ดังนั้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเปิดเผยรายชื่อผู้สมัครที่เข้าสู่รอบสุดท้ายของการพิจารณาอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย เควิน แฮสเซ็ตต์ อดีตผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ, เควิน วอร์ช อดีตกรรมการผู้ว่าการ Fed และ คริสโตเฟอร์ เจ. วอลเลอร์ กรรมการ Fed คนปัจจุบัน

โดยทั้งหมดถือเป็นบุคคลที่มีบทบาทโดดเด่นในแวดวงเศรษฐกิจ การเงิน และนโยบายสาธารณะ ซึ่งแต่ละคนต่างมีจุดยืนและแนวทางการดำเนินนโยบายที่อาจกำหนดทิศทางการเงินของโลกในทศวรรษหน้า

รายละเอียดประวัติ 3 ผู้เข้าชิงตำแหน่ง ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แบบสรุป

เควิน แฮสเซ็ตต์ นักเศรษฐศาสตร์สายอนุรักษ์นิยม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (NEC) ตั้งแต่ปี 2568 เคยเป็นประธานสภาที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ (CEA) ระหว่างปี 2560–2562 และเคยมีบทบาทในคณะผู้กำกับดูแลเศรษฐกิจของ Fed ช่วงปี 2535–2540 มีชื่อเสียงจากหนังสือ Dow 36,000 ที่สร้างทั้งความตื่นเต้นและเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง

เควิน วอร์ช เกิดปี 2513 เคยเป็นกรรมการผู้ว่าการ Fed ระหว่างปี 2549–2554 ก่อนหน้านั้นทำงานกับ Morgan Stanley และดำรงตำแหน่งใน NEC สมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช รับผิดชอบประสานงานระหว่าง Fed กับตลาดการเงินโลกในเวที G-20 และภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบันเป็นนักวิชาการอาวุโสที่ Hoover Institution มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

คริสโตเฟอร์ เจ. วอลเลอร์ ดำรงตำแหน่งกรรมการ Fed ตั้งแต่ปี 2563 ด้วยการแต่งตั้งโดยทรัมป์ และมีวาระถึงปี 2573 เคยเป็นรองประธานบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Federal Reserve Bank of St. Louis มีประสบการณ์สอนเศรษฐศาสตร์มหภาคและทฤษฎีการเงินในหลายมหาวิทยาลัย จุดยืนชัดเจนคือการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยบนพื้นฐานของข้อมูลเศรษฐกิจ มากกว่าปัจจัยการเมือง

ด้าน บลจ.ทิสโก้ ระบุว่า รายชื่อ 3 ผู้มีโอกาสสูงที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนต่อไป แทน เจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งวาระจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยแต่ละรายมีแนวทางและจุดยืนที่ส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกแตกต่างกัน

Kevin Warsh – ผู้ท้าทายกรอบเดิม
อดีตสมาชิกคณะผู้ว่าการ Fed ระหว่างปี 2549-2554 และได้รับการยกย่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่าเป็น “บุคคลที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง” จุดเด่นคือมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาล Trump 2.0 และการเรียกร้องปฏิรูป Fed เพื่อลดการเปลี่ยนกฎระหว่างทาง อย่างไรก็ตาม Warsh จัดอยู่ในกลุ่มนโยบายการเงินแบบเข้มงวด (Hawkish) ซึ่งอาจคงอัตราดอกเบี้ยสูงและหนุนค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า กระทบต่อการส่งออก

Kevin Hassett – คนใกล้ชิดทำเนียบขาว
ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ และเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญด้านนโยบายเศรษฐกิจของ Trump จุดแข็งคือความสนิทชิดใกล้กับผู้นำสหรัฐฯ และมีบทบาทในข้อตกลงการค้าและการผลักดันกฎหมายเศรษฐกิจสำคัญ แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวอาจทำให้ตลาดกังวลเรื่องความเป็นอิสระของ Fed

Christopher Waller – ผู้ว่าการ Fed ที่ถูกจับตา
ผู้ว่าการ Fed ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย Trump ในปี 2563 และล่าสุดกลายเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในสายตานักวิเคราะห์ เนื่องจากเป็นหนึ่งในสองเสียงที่โหวตให้ลดดอกเบี้ยสวนมติที่ประชุม Fed ล่าสุด นักวิเคราะห์บางรายมองว่าท่าทีดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณเอาใจทำเนียบขาว แม้ยังมีข้อสงสัยว่ามีจุดประสงค์จริงใจหรือไม่

ทั้งนี้ ประธานาธิบดี Trump ระบุว่าจะประกาศชื่อผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่ภายในสัปดาห์หน้า โดยตลาดคาดว่าผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องมีแนวทางนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ

การคัดเลือกในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนตัวบุคคลในตำแหน่งสูงสุดของ Fed เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองทางเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อการรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือเสถียรภาพของระบบการเงินโลก

อย่างไรก็ดี ทั้งสามแคนดิเดตตัวเต็งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นบุคคลที่ได้รับการจับตาจากตลาดการเงินสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังถูกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดจากนักลงทุน ธนาคารกลาง และรัฐบาลทั่วโลก เนื่องจากทุกการตัดสินใจของผู้นำ Fed ล้วนส่งแรงสั่นสะเทือนข้ามพรมแดนอย่างเลี่ยงไม่ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...