นักวิชาการ มธ. เตือนไทยอย่าชะล่าใจ "เกมภาษีทรัมป์" ยังไม่จบ!
นักวิชาการธรรมศาสตร์วิเคราะห์ แม้ศาลฎีกาสหรัฐจะมีคำสั่งเพิกถอนมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ แต่เชื่อว่าสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้ามาตรการกีดกันทางการค้าต่อไป แนะผู้ประกอบการและส่งออกไทยดำเนินตามแผนรับมือเดิมประหนึ่งว่ายังถูกเก็บภาษีอยู่ พร้อมย้ำโจทย์ใหญ่คือการเร่งปรับตัว ยกระดับขีดความสามารถ และหาตลาดใหม่เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง
สหรัฐฯ ส่อกีดกันทางการค้าต่อเนื่อง
ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ความเห็นถึงกรณีที่ศาลฎีกาสหรัฐมีคำสั่งเมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ให้เพิกถอนมาตรการเก็บภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต โดยระบุว่า
แม้จะมีคำตัดสินดังกล่าวออกมา แต่เชื่อว่าทรัมป์จะพยายามหามาตรการหรือเครื่องมือทางกฎหมายอื่นๆ มาจัดเก็บภาษีให้ได้เช่นเดิม และคาดว่ามาตรการกีดกันทางการค้ารูปแบบต่างๆ จะกลับมาในอนาคตอันใกล้
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชัดเจนว่าทรัมป์ใช้ภาษีเป็นเครื่องมือต่อรองทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ดังนั้นทุกประเทศควรอยู่ในโหมดเตรียมพร้อมรับมือเครื่องมือใหม่ๆ โดยให้จับตาดูสถานการณ์จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 หากถึงเวลานั้นยังไม่มีมาตรการใหม่ออกมา ทิศทางการค้าโลกจึงจะเริ่มเบาใจได้" ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ กล่าว
โจทย์ใหญ่ไทย แนะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
ผศ. ดร.เกียรติอนันต์ เน้นย้ำว่าประเทศไทยต้องมี "ทางหนีทีไล่" เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่แค่มาตรการภาษีจากภายนอก แต่คือศักยภาพการแข่งขันของส่งออกไทยที่ลดลง การแข่งขันในยุคใหม่ไม่ได้สู้กันด้วยราคาหรือภาษีเพียงอย่างเดียว แต่แข่งกันที่คุณภาพสินค้า การลดต้นทุน และนวัตกรรม ซึ่งหากไทยไม่ปรับตัว ต่อให้ไม่มีมาตรการภาษีทรัมป์ ก็ยังต้องเผชิญกับการกีดกันด้านสิ่งแวดล้อมจากตลาดยุโรปอยู่ดี
นอกจากนี้ ยังมองว่าไทยควรเดินหน้าตามแผนเดิมที่วางไว้ก่อนศาลมีคำตัดสิน โดยทำประหนึ่งว่ามาตรการภาษียังคงอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมและปรับปรุงภาคธุรกิจ ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรมให้เข้มแข็งขึ้น
พลิกวิกฤตสงครามการค้า สู่ความยั่งยืน
สาเหตุที่ไทยถูกมองว่าเป็น "คนป่วยของเอเชีย" มาจากยังไม่มีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและการผลิตอย่างจริงจัง การรอเพียงการเจรจารอบใหม่โดยไม่ปฏิรูปตัวเองเป็นเพียงการเอาตัวรอดระยะสั้นที่ไม่ยั่งยืน
“เวลานี้คือโอกาสดีที่ไทยจะตั้งหลัก พลิกโฉมเศรษฐกิจมากกว่าแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากภาษีทรัมป์ไปวันๆ เราควรใช้เวลาไปกับการหาตลาดใหม่และรักษาความต่อเนื่องเชิงนโยบาย เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงไม่ว่าจะเจอกับมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบใดก็ตาม” นักวิชาการ มธ. กล่าวทิ้งท้าย