โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ดาวโจนส์ปิดลบ 179 จุด กังวล “เควิน วอร์ช” นั่งประธานเฟด คุมเข้มนโยบายการเงิน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (31 ม.ค.69) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (30 ม.ค.) หลังนักลงทุนประเมินว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่แทน เจอโรม พาวเวล เป็นการเลือกบุคคลที่มีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินแบบคุมเข้ม นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,892.47 จุด ลดลง 179.09 จุด หรือ -0.36%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,939.03 จุด ลดลง 29.98 จุด หรือ -0.43% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,461.82 จุด ลดลง 223.30 จุด หรือ -0.94%

โดยในรอบสัปดาห์นี้ ดาวโจนส์ลดลง 0.4%, S&P500 เพิ่มขึ้น 0.3% และ Nasdaq ลดลง 0.2%

ส่วนในเดือน ม.ค. ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1.7% ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายเดือนติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2561, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.4% และดัชนี Nasdaq บวก 0.9%

นอกจากการประเมินความเสี่ยงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่าง ๆ รวมถึงอิหร่านแล้ว นักลงทุนยังกังวลต่อความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะถูกชัตดาวน์อีกครั้ง หลังเกิดอุปสรรคใหม่ในวุฒิสภาต่อข้อตกลงที่จะทำให้หน่วยงานภาครัฐได้รับงบประมาณดำเนินงานต่อเนื่อง

วอร์ช วัย 55 ปี คาดว่าจะสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่จะไม่ผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงรุกเหมือนผู้ได้รับการเสนอชื่อรายอื่น ๆ เมื่อวาระของพาวเวลจะสิ้นสุดในเดือนพ.ค. หากวุฒิสภารับรอง วอร์ชจะเข้าบริหารธนาคารกลางที่เขาเคยแสดงความเห็นว่าควรลดบทบาทในระบบเศรษฐกิจและทบทวนแนวทางนโยบายการเงิน

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดกำลังปรับตัวรับการเลือกเควิน วอร์ช และแนวโน้มนโยบายการเงิน โดยดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในวันศุกร์ ขณะที่โลหะมีค่าถูกเทขายอย่างหนัก

ด้านผลประกอบการนั้น หุ้น Apple ฟื้นตัวปิดบวกหลังจากลดลงก่อนหน้านี้ หลังผู้ผลิต iPhone เปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาส ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือน ธ.ค. บ่งชี้ว่า เงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า ความกังวลของนักลงทุนมาจากหลายปัจจัย ทั้งการประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่, ผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีที่ออกมาคละเคล้ากัน, แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังมีอยู่ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการชัตดาวน์ของรัฐบาล

หุ้นกลุ่มวัสดุนำการปรับตัวลงใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของดัชนี S&P500 โดยลดลง 1.9% หลังหุ้นเหมืองทองคำและโลหะเงินที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ดิ่งลงตามการเทขายทองคำและโลหะเงินอย่างหนัก

กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 1.4% ขณะที่หุ้น Colgate-Palmolive พุ่งขึ้น 5.9% หลังผู้ผลิตยาสีฟันและสบู่คาดการณ์ยอดขายทั้งปีสูงกว่าที่วอลล์สตรีทประเมิน จากอุปสงค์สินค้าจำเป็นในครัวเรือนที่แข็งแกร่งในตลาดอย่างลาตินอเมริกาและยุโรป

บรรดานักลงทุนตอบรับรายงานผลประกอบการของบริษัทเมกะแคปในสัปดาห์นี้แบบคละเคล้ากัน พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่า การใช้จ่ายด้านการลงทุนจำนวนมหาศาลจะได้รับการยอมรับตราบเท่าที่การเติบโตยังดำเนินต่อไป

หุ้น Apple ปิดบวก 0.46% หลังเปิดเผยคาดการณ์รายได้ไตรมาสเดือน มี.ค. จะเติบโตสูงกว่าคาดถึง 16% แต่เตือนว่าราคาชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเริ่มกดดันความสามารถในการทำกำไร

หุ้น Microsoft ปิดลดลง 0.7% หลังจากร่วงลงก่อนหน้านี้ 10% ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการลดลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มี.ค. 2563 หลังรายได้จากธุรกิจคลาวด์ไม่ได้สร้างความพอใจ ขณะที่หุ้น Meta ร่วงลง 3%

หุ้น Tesla พุ่งขึ้น 3.3% ในวันศุกร์ หลังมีรายงานว่า SpaceX กำลังสำรวจข้อตกลงกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายดังกล่าวและบริษัทอื่น ๆ ภายใต้การบริหารของ อีลอน มัสก์

หุ้น Verizon Communications พุ่งขึ้น 11.8% หลังบริษัทคาดการณ์กำไรและกระแสเงินสดอิสระทั้งปีสูงกว่าที่ตลาดคาด จากการจัดโปรโมชันเชิงรุกในช่วงเทศกาลปลายปีที่ช่วยให้จำนวนผู้ใช้บริการไร้สายรายไตรมาสเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 6 ปี

หุ้น SanDisk พุ่งขึ้น 6.9% หลังคาดการณ์ไตรมาส 3 ดีกว่าที่คาด เนื่องจาก AI หนุนความต้องการจัดเก็บข้อมูล แต่หุ้น KLA Corp ร่วงลง 15.2% แม้บริษัททำกำไรและรายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...