‘กองทัพบก’ ลั่นฟันวินัยโทษหนักคนอมเบี้ยเลี้ยงทหารชายแดน
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบก และโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงปัญหาการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของทหารในพื้นที่สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าช้า ว่า ทันทีที่ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ทราบเรื่อง ท่านได้ดำเนินการทันที เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นก่อนหน้านี้เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว ถ้ามองตามหลักธรรมชาติ เราต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับเพื่อนร่วมงานอยู่แล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มีการจัดกำลังขึ้นไปสมทบเป็นจำนวนมากใช้บุคลากรรวมแล้วประมาณ 30,000-40,000 นาย จึงไม่ได้อยู่ในแผนงบประมาณใช้จ่ายประจำปีซึ่งงบประมาณประจำปีได้จัดไว้สำหรับกำลังพลปกติจำนวน 7,000-8,000 นาย แต่เมื่อเกิดสถานการณ์สู้รบ ผบ.ทบ. จึงตัดสินใจจัดไปจำนวนมากขึ้น ซึ่งเมื่อจำนวนมากขึ้น แต่การพิจารณางบประมาณปกติได้ผ่านไปแล้วตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2568 จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการใช้งบกลาง
พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า แต่ในส่วนของเดือน ต.ค. 2568 กองทัพบกได้ทราบจำนวนแล้ว จึงได้ทำของบประมาณไปตามขั้นตอนและได้งบประมาณมาในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนจะนำส่งไปยังหน่วยต่างๆ โดยขั้นตอนต่อจากนี้ไป ทางหน่วยจะจ่ายให้กับกำลังพล แต่ก่อนนั้น กองทัพบกได้แก้ปัญหาด้วยการใช้เงินสำรองจ่ายทั้งหมดไปดูแลเป็นเบี้ยเลี้ยง เพราะงบกลางที่กองทัพบกขอรัฐบาลนั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการรออนุมัติ ซึ่งได้ใช้งบประมาณไปทั้งหมด ไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว โดยนำไปเฉลี่ยให้กับกำลังพลซึ่งเป็นพลทหารเป็นหลักก่อน ส่วนกำลังพลนายสิบจะได้แค่บางส่วนก่อน ซึ่งเป็นวิธีการบริหารจัดการ บางครั้งทางหน่วยอาจสื่อสารได้ไม่ละเอียด เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ ผบ.ทบ. ให้ความสำคัญ เพราะหัวใจหลักของกองทัพบกคือการดูแลกำลังพล จึงนำเงินสำรองจ่ายไปเฉลี่ยให้กับกำลังพล แต่กำลังพลก็อาจจะยังรับทราบไม่ทั่วถึง
พล.ต.วินทัย กล่าวอีกว่า ประเด็นอื่นๆ ที่มีความตั้งใจจะไม่ทำตามแนวทางนี้ยังไม่ได้รับรายงาน ถ้าเกิดมีการกระทำที่ผิดไปจากนี้ต้องได้รับโทษหนักอย่างแน่นอน เพราะถือว่าไม่สามารถบริหารจัดการสิ่งที่ควรจะทำได้เหมาะสม
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์อมเบี้ยเลี้ยง ในครั้งนี้จะให้ความมั่นใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างไร พล.ต.วินทัย กล่าวว่า เรื่องแบบนั้นเป็นการทำผิดกฎระเบียบ ถ้ากองทัพบกทราบ ก็ต้องลงโทษ แม้ในอดีตยอมรับว่าน่าจะมี แต่ในปัจจุบันน่าจะเกิดขึ้นได้ยาก แต่ด้วยการที่กองทัพบกมีกำลังพลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการดูแลจึงเป็นความท้าทายพอสมควร แต่ในท้ายที่สุดก็ต้องทำให้เรื่องนี้เหลือศูนย์ตามนโยบายของ ผบ.ทบ.