โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปปง.ส่ง4 สำนวนให้อัยการยื่นศาลยึดทรัพย์ทุนเทา 13,074 ล้าน

INN News

อัพเดต 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.24 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ปปง. ส่งสำนวนให้อัยการคดีพิเศษเพื่อดำเนินการกับทรัพย์สิน ตามกฎหมายฟอกเงิน รายคดี “ยิมเลียก-เบน สมิธ-เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน” กว่า 13,074 ล้านบาท

วันที่ ( 17 ก.พ.69) ที่ ห้องพิพิธภัณฑ์อัยการไทย ชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. กล่าวว่าตามที่ คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สิน ที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่า ประมาณ 13,074 ล้านบาท นั้น

วันนี้ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้นายกมมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. พร้อมด้วยนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. และคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ปปง. เป็นผู้แทนในการส่งมอบสำนวนให้ นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่า ประมาณ 13,074 ล้านบาท ดังนี้

1. รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก ได้หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยง นายยิม เลียกและพบข้อมูลการทำธุรกรรม เชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน

โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 68 รายการ (ย.300 – 302/2568 และ ย.305/2568 เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร)รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท

2. รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก สำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 96 รายการ (ย.293/2568 เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ) รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท

3. รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 89 รายการ (ย.297/2568 เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท

4. รายคดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก กรณี กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้น ผ่านกลุ่มไลน์ โดยส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สิน ตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 31 รายการ (ย.296/2568 เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในรายคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้อง ขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ กล่าวว่าหลังจากนี้จะมอบหมายให้คณะทำงานอัยการพิจารณาสำนวน และ ส่งสำนวน ต่อศาลแพ่ง ได้ทันตามกำหนด90 วัน ก่อนครบกำหนดคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 นี้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...