โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ชี้นำหุ้นโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ต้องยอมรับว่า ในช่วง 6 วันที่ผ่านมา สถานการณ์ของตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าใจยากเหลือเกิน เพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้ามีแต่ห่ากระสุนปืนใหญ่ที่สาดใส่กันไม่หยุดหย่อน จนทำให้ตลาดหุ้นตกกราวรูดกันเป็นแถว แต่สุดท้ายก็ดีดกลับขึ้นมาอย่างร้อนแรง หลังขรัวเฒ่าบ้าอำนาจอย่าง “ทรัมป์”ออกมาย้ำเรื่องสงครามจะจบเร็วกว่าที่คิด ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงมายืนที่บริเวณ 91 เหรียญต่อบาร์เรลทั้งที่วันก่อนหน้าเพิ่งขึ้นไปบริเวณ 120 เหรียญต่อบาร์เรลแบบนี้..งงไหมล่ะคะ

โดยหนึ่งในตัวชี้นำตลาดหุ้นทั่วโลกที่ชัดเจนมากสุดคือ การขยับตัวของดัชนีดาวโจนส์ที่วันไหนปรับตัวขึ้นแรง ก็ทำให้หุ้นทั่วโลกขึ้นแรงตามไปด้วย ซึ่งเหมือนกับวานนี้ที่ดัชนีขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,405.76 จุด บวกไป 22.79 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.82 หมื่นล้านบาท ก็มาจากอิทธิพลของดาวโจนส์ “โมนิก้า” ถึงมองการเคลื่อนตัวของดัชนีวันนี้ขึ้นอยู่กับตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนตัวไปทางไหนเป็นหลักนะตัวเอง

ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า DELTA เป็นหุ้นที่มีผลต่อการเคลื่อนตัวของดัชนีมากสุด และเป็นหุ้นที่นักลงทุนหลายกลุ่มเข้ามาตะลุมบอนเป็นประจำ โดยหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หุ้นตัวนี้ยังได้รับความนิยมล้วนมาจากการขยายโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งจะทำให้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีฉันถึงมองว่า การขึ้นมาปิดที่ระดับ 256 บาท บวกไป 11 บาท หรือขึ้นไป 4.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.41 พันล้านบาท เหมาะที่จะลุยต่อจ้า!

ส่วนรายที่กำลังไปได้สวย เพราะรับอนิสงส์ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรง แต่วันนี้สถานการณ์กลับพลิกผันเป็นอีกอย่าง เมื่อราคาน้ำมันดิบเริ่มลงสียแล้ว จึงทำให้พี่เทพ PTTEP โดนขายลดความเสี่ยงออกมาตลอดทั้งวัน จนราคาหุ้นลงมายืนปิดที่ระดับ 140 บาท ลบไป 4 บาท หรือลงไป 2.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.44 พันล้านบาทแบบนี้ อีฉันมองเป็นจังหวะของการแทงสวนหากคิดว่า สงครามไม่จบง่าย ๆ พะยะค่ะ

ในเมื่อเม้าท์เรื่องแทงสวนขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นปูนใหญ่ SCC เพื่อชี้ให้เห็นผลกระทบที่รุมกระหน่ำรอบด้าน จนทำให้ผู้คนกังวลต่อความสามารถในการทำกำไรถือเป็นวิธีคิดที่ถูกต้องทุกประการ แต่เมื่อดูจากการยืนปิดที่ระดับ170.50 บาท ลบไป 4 บาท หรือลงไป 2.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.25 พันล้านบาท ซึ่งเป็นบริเวณที่หุ้นเคยย่ำฐานไปมาก่อนขึ้นแรง ผนวกกับวันนี้หุ้นเทรดบน PE 14 เท่าแบบนี้..น่าเล่นไหมคะ

ประเด็นดังกล่าวทำให้อีฉันอยากเม้าท์ถึง BCPG เพื่อชี้ให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นใหญ่บางกลุ่ม มันไม่เกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเลยจริง ๆ “โมนิก้า” ถึงเห็นด้วยที่ราคาหุ้นเด้งกลับมาปิดที่ระดับ 6.70 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 26.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 421 ล้านบาท เพราะราคาพื้นฐานที่โบรกเกอร์ให้ไว้อยู่ที่บริเวณ 9 บาทจึงเหลือกีปให้หุ้นวิ่งอีกเยอะนะคะ

เมื่อหลายอย่างกลับคืนสู่พื้นฐานที่แท้จริง “โมนิก้า” จึงเห็นหุ้นหลายตัวถูกดันขึ้นมาเล่นอีกครั้ง และที่โดดเด่นจนเข้าตาอีฉันก็คือ JMART หลังวิ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 7.40 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 11.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 195 ล้านบาท ก้เป็นระดับเดียวกับที่หุ้นเคยย่ำฐานไปมาก่อนหน้านี้ อีฉันถึงมองว่า การเล่นรอบนี้มีสิทธิ์ขึ้นไปถึงไฮเดิมที่ระดับ 8.50 บาทก็เท่านั้นเองจ้า

ส่วนม้ามืดที่มาแรงแซงทางโค้งต้องมองไปที่หุ้น MASTEC หลังพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.48 บาท บวกไป 0.22 บาท หรือขึ้นไป 17.45%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 101 ล้านบาท น่าจะมาจากเรื่องปันผลที่ให้แบบจุก ๆ 0.14 บาท ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนที่สูงถึง 9.40% โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 12 มี.ค. ผนวกกับมีข่าวแว่ว ๆ เกี่ยวกับโครงการที่ดีเลย์เมื่อปีก่อนจะมีการรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ จึงอาจเป็นแรงหนุนให้ผลงานดูดีเป็นพิเศษนะจ๊ะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...