โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดพิกัด Unseen นครศรีธรรมราช: ลอดถ้ำข้ามจังหวัด สัมผัสสปาโคลน และยลโฉมโลมาสีชมพู

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเดิมศักราชปี 2569 ด้วยการนำร่องเปิดเส้นทาง "นครศรีธรรมราช" เมืองรองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ภายใต้แคมเปญ "เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง" ทริปนี้จะเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของการไหว้พระทำบุญ ให้กลายเป็นการผจญภัยสู่ความอัศจรรย์ของธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชุมชนที่ยังบริสุทธิ์แบบ UNSEEN ตอบโจทย์นักเดินทางทุกสไตล์ให้ได้อิ่มเอมใจตลอด 3 วัน 2 คืน

โดยได้รับเกียรติจาก คุณวนิดา พันธ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะผู้ประกอบการและสื่อมวลชน ลงพื้นที่ทดสอบศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวใหม่ มุ่งผลักดันให้ "นครศรีฯ" เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพที่กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ผจญภัยถ้ำน้ำลอด: ประตูสู่ความอลังการสองจังหวัด

จุดเริ่มต้นความตื่นเต้นอยู่ที่ มีนาคาเฟ่ แคมป์ปิ้ง อ.ทุ่งสง คาเฟ่ร่มรื่นที่เป็นมากกว่าที่พักกาย แต่เป็นประตูสู่กิจกรรมท้าทายอะดรีนาลีน ทั้งการขับ ATV ชมป่า หรือทานอาหารมื้อพิเศษริมน้ำตก

ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการ "พายคายัคลอดถ้ำ" สำรวจเส้นทางธรรมชาติที่เป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและตรัง ตลอดเส้นทางพายเรือลำน้อย คุณจะได้ดื่มด่ำกับความเงียบสงบและความงามของหินงอกหินย้อย เมื่อเข้าสู่ "ถ้ำน้ำลอด" อุโมงค์หินปูนยาว 400 เมตร แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านเพดานถ้ำลงมาเป็นช่วงๆ สร้างภาพจินตนาการที่สะกดสายตา จนแม้แต่ผู้กำกับฮอลลีวูดยังเคยให้ความสนใจ

Best Time: แนะนำช่วง 11.00 - 12.00 น. ซึ่งลำแสงจะส่องลงมาเป็นประกายงดงามที่สุด โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม-เมษายน

วิหารทรงเทริดมโนราห์: หนึ่งเดียวในโลกที่วัดก้างปลา

เอาใจสายบุญและคนที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมแดนใต้ ณ “วัดก้างปลา” อ.ทุ่งสง จุดเด่นคือ "วิหารทรงเทริดมโนราห์" UNSEEN หนึ่งเดียวในใลก มีหลังคาจำลองรูปชฎามโนราห์ทั้งสี่ทิศ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 700 ปี ที่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธา นับเป็นสถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งแดนใต้ถูกหลอมรวมเข้ากับสถาปัตยกรรมอย่างลงตัว

สายมูไม่ควรพลาดการขอพร "แม่แก่" เทพผู้คุ้มครองเหล่าศิลปิน และ "หลวงพ่อแก่" สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองทุ่งสงเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงการขอโชคลาภจาก "ตาพรานบุญ" ตัวละครเอกที่ชาวใต้ให้ความเคารพนับถือ ณ หน้าวิหารที่มีรูปปั้นมโนราห์ร่ายรำ 12 ท่าอันวิจิตร

บวรนคร: ย้อนรอยประวัติศาสตร์ผ่านโบราณคดีครัวเรือน

สัมผัสกลิ่นอายอดีต ณ ตึกยาวบวรนคร อาคารเก่าแก่กว่า 120 ปี ที่เคยทำหน้าที่มาแล้วหลากบทบาท ตั้งแต่โรงพยาบาล โรงเตี๊ยม โรงเรียน ไปจนถึงโรงยาฝิ่น ปัจจุบันถูกดูแลโดยตระกูลพงษ์พานิช นพ.บัญชา พงษ์พานิช ที่นี่คุณจะได้สวมบทนักสืบประวัติศาสตร์ผ่าน "โบราณคดีครัวเรือน" ชมข้าวของเครื่องใช้ล้ำค่าและนิทรรศการที่บอกเล่าวิถีชีวิตชาวเมืองคอนในอดีต

บวรนคร เป็นตึก 2 ชั้น ด้านล่างเป็นแกลเลอรี่สำหรับจัดนิทรรศการ มีโซนห้องสมุด และจุดจำหน่ายของที่ระลึก ส่วนชั้นที่ 2 เป็นห้องจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในอดีต รวมถึงของสะสมล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปโบราณ รูปปั้น รูปหล่อ ฯลฯ ก่อนกลับอย่าลืมแวะจิบชากาแฟ ที่ Cafe De Kigor ซิกเนเจอร์ของที่นี่คือเมนูช็อกโกแลตจากนครฯ กระซิบว่าขนมไทยที่จัดไว้ให้ทานคู่กับเครื่องดื่มอร่อยมาก เป็นอีกหนึ่งอันซีนที่เชื่อว่าคนที่ได้มาเยือนต้องประทับใจแน่นอน

สปาโคลนธรรมชาติ: วิถีบริสุทธิ์ ณ บ้านแหลมโฮมสเตย์

วันที่สองเราเดินทางสู่ อ.ท่าศาลา สัมผัสไออุ่นจากชาวประมงที่ บ้านแหลมโฮมสเตย์ ทันทีที่มาถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก บังทักษิณ หมินหมัน ผู้นำชุมชนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรวบรวมชาวบ้านจัดตั้งกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนขึ้นมา บริหารจัดการโดยคนในชุมชน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

กิจกรรมซิกเนเจอร์คือการนั่งเรือหางยาวออกไปทำ "สปาโคลนกลางทะเล" ท่ามกลางป่าชายเลน โคลนที่นี่ละเอียดและบริสุทธิ์ผ่านการตรวจรับรองจากแล็บมหาวืยาลัยทุก 2 ปี นอกจากนี้ยังนำเอาโคลนบริสุทธิ์นี้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน เช่น สบู่, โคลนมาส์กหน้า และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ กระเป๋าสานใบลาน บอดี้โลชั่นจากใบโกงกาง ผ้ามัดย้อมจากใบโกงกาง รวมถึงนำใบโกงกางมาปรุงเป็นอาหารให้นักท่องเที่ยวได้ลองชิม มาที่นี่คุณจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสดๆ ที่หาได้ตามฤดูกาล และ “ข้าวหมักโคลน” สูตรเฉพาะของชุมชน ที่หุงด้วยดีปลาหมึก และชวนชิมขนมท้องถิ่นอย่าง “ปาดา” ทำด้วยแป้งผสมกล้วยไส้มะพร้าวผสมเครื่องแกง ทอดเหลืองกรอบ

สปาโคลนเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมาก เพราะได้นั่งเรือออกไปทำสปากลางทะเล ท่ามกลางธรรมชาติ ช่วงที่น้ำลงเราสามารถลงไปทะเลโคลนได้เลย ช่วงไหนน้ำขึ้น ชาวบ้านใจดีลงไปดำน้ำควักโคลนสดๆ มาให้เราพอกตัวจนหนำใจ ความรู้สึกตอนสัมผัสโคลนเนื้อละเอียดจากท้องทะเลเป็นความผ่อนคลายที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง

ตามหาโลมาสีชมพู และความมหัศจรรย์ของเขาหินพับผ้า

ปิดท้ายความประทับใจที่อ่าวขนอม เริ่มต้นด้วยการสักการะหลวงปู่ทวด ณ เกาะนุ้ยนอก ชม "บ่อน้ำจืดกลางทะเล" ในตำนาน ก่อนจะล่องเรือชม "เขาหินพับผ้า" ปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยานับล้านปีที่มีชั้นหินซ้อนกันคล้ายขนมชั้น จนได้รับฉายาว่า Pancake Rock เมืองไทย ไฮไลต์คือโขดหินรูปหัวใจ และเวทีพุ่มพวง ที่เป็นลานหินคล้ายเวที ควรเช็คระดับน้ำก่อนไป เพราะหากน้ำขึ้นสูง นอกจากจะไม่สามารถนำเรือเข้าไปจอดได้แล้ว ยังมองไม่เห็นชั้นหินที่สวยงามและชายหาดด้วย

มาถึงไฮไลต์ของทริปนี้ที่ทุกคนรอคอย คือการตามหา "โลมาสีชมพู" หรือโลมาหลังโหนก สัตว์ทะเลน่ารักที่มักออกมาทักทายนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนมีนาคม - ธันวาคม การมาดูโลมาสีชมดูต้องอาศัยดวงนิดๆ เรียกว่าถ้าดวงดีก็จะได้เห็นโลมาสีชมพูแบบจัดเต็ม แต่โชคร้ายก็อาจจะเห็นแค่ครีบหลัง หรือไม่เห็นเลยก็ได้ แต่ด้วยความน่ารักของน้อง ทำให้ทุกคนพร้อมจะเสี่ยง เพื่อให้ได้เห็นความน่ารักของโลมาสีชมพู เพราะน้องเป็นสัตว์ที่ฉลาดและร่าเริง โดยเฉพาะโลมาที่อ่าวขนอมเค้าจะคุ้นกับคนเรือ และไม่ค่อยกลัวที่จะว่ายน้ำเข้ามาให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพกันแบบใกล้ชิด

คุณวนิดา พันธ์สะอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวทิ้งท้ายว่า นครศรีธรรมราชคือเมือง "สองธรรม" คือ ธรรมะและธรรมชาติ การเปิดเส้นทาง Unseen ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเที่ยวชม แต่เป็นการเชื่อมโยงหัวใจของนักเดินทางเข้ากับอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรอยยิ้มให้กับชุมชนเมืองรองแห่งนี้อย่างแท้จริง พร้อมเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทุกคนลองมาเที่ยวเมืองรองที่นครศรีธรรมราช เพื่อเปิดมุมมองกับเส้นทางใหม่ๆ ที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...