เปิดภาพนาที "ตร.ปปป." นำทีมรวบ 6 เจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมปลัดอำเภอเชียงดาว ใช้เอกสารปลอม สวมสิทธิ-สัญชาติไทยให้คนต่างด้าว
วันนี้ ( 22 ม.ค.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) , พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) พร้อมเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดและประพฤติมิชอบ (ผกก.4 บก.ปปป.) ร่วมกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 ,เจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ท. ,เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง จับกุมตัวผู้ต้องหา คดีที่ 1/2569 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 4 ราย และ ผู้ต้องหา คดีที่ 2/2569 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 5 ในความผิดฐาน ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , มาตรา 162 ,ความผิดตามพ.ร.บ. พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561มาตรา 172 และ ความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 โดยคดีแรก สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้จับกุมปลัดอำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 พฤจิกายน 2568 กรณีเรียกรับผลประโยชน์ในการขอสัญชาติและขอสถานะคนไม่มีสถานะทางทะเบียนในพื้นที่ อำเภอเวียงแหง ซึ่งจากการขยายผลพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำบัตรบุคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนดังกล่าวจำนวนหลายราย กรมการปกครองจึงออกคำสั่งกรมการปกครองที่ 3050/2568 แต่งตั้งคณะทำงานอำนวยการสืบสวน ปราบปรามการทุจริตและสอบสวนการกระทำความผิด ทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมมอบหมายให้ชุดปฏิบัติการสืบสวนสอบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบการการกระทำผิดในพื้นที่อ.เชียงดาว พบเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีพฤติการณ์ทุจริต ทางทะเบียนในลักษณะขอคืนรายการบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ที่ถูกจำหน่ายรายการบุคคลและจัดทำบัตรประจำตัวให้กับบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าของรายการหรือขาดคุณสมบัติ เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบการขอสัญชาติไทย และขอสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 จำนวนหลายราย โดยพฤติการณ์การกระทำความผิด แบ่งได้2 กรณี คือ การแจ้งย้ายถิ่นที่อยู่ปลายทางและขอทำบัตรประจำตัวบุคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนเป็นเท็จ (ขอบัตรครั้งแรก) และ การขอคืนรายการบุคคลและทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (สวมสิทธิ)
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีความเชื่อมโยงเป็นขบวนการเดียวกันกับปลัดอำเภอเวียงแหง ที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 18 พฤจิกายน 2568จึงถือว่ากลุ่มนายหน้าและเจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้เป็นเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยอย่างร้ายแรง
สำหรับคดีที่ 2 สืบเนื่องจาก เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ได้รับคำสั่งลงพื้นที่ตรวจสอบขยายผลคดีสวมบัตรประชาชนในพื้นที่อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ โดยเข้าตรวจสอบเอกสารที่เทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวงพบว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นางสาวไท่หลั่ง แซ่หย่าง ซึ่งเป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ได้ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการเกิดต่อสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลทุ่งข้าวพวง โดยมีนางสาวรุ่งอรุณ สวัสดิ์ไหว รักษาราชการแทนปลัดเทศบาล ลงนามอนุมัติ และมีนางสาวพรพัชรธนกัณฬ์ ขัติธาพิชญเดช ผู้ช่วยนายทะเบียน เป็นผู้สอบปากคำประกอบการพิจารณา กระทั่งมีการออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.20/1) จากการตรวจสอบยังพบเอกสาร ป.ค.14 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ระบุว่า นางสาวสมใจ แซ่หลู่ เป็นผู้ทำคลอดนางสาวไท่หลั่ง แซ่หย่าง โดยมีบุคคลและผู้ใหญ่บ้านรับรอง ต่อมาวันที่ 6 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง จึงสอบปากคำนางสาวสมใจ แซ่หลู่ ซึ่งให้การยืนยันว่าไม่เคยทำคลอดและไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดของนางสาวไท่หลั่ง แซ่หย่าง แต่อย่างใด ทำให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า เอกสารการรับรองการเกิดดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง
จากทั้ง 2 พฤติการณ์กรมการปกครองจึงมอบหมายให้ชุดปฏิบัติการสืบสวนนำพยานหลักฐานเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปปป. บช.ก.) เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปปป.) , กรมการปกครอง , ป.ป.ช. , ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ร่วมกันสืบสวน สอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน จนนำมาสู่การขออนุมัติหมายจับ เจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 6 ราย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 บก.ปปป.จึงได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.,ป.ป.ท.,กรมการปกครอง,กรมการสอบสวนคดีพิเศษ เข้าจับกุมผู้ต้องหาในเขตพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ , ตำบลทุ่งข้าวพวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.4บก.ปปป. เพื่อคดีตามกฎหมายต่อไป.