โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้งโดยลับ…ก็ถูกแล้ว

ไทยโพสต์

อัพเดต 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 4.18 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เอ้า…ส้มเตรียมเปิดไวน์ฉลอง…

ฟังกูรูกฎหมาย “วิษณุ เครืองาม” แล้ว มีความหวังว่าจะได้เลือกตั้งใหม่

โอกาสส้มแลนด์สไลด์จะไปไหนเสีย

ครับ…วานนี้ (๑๙ กุมภาพันธ์) “วิษณุ เครืองาม” ไปตอบข้อซักถามระหว่างการบรรยายพิเศษที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในหัวข้อ "ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย" ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น ๑๔

มีคำถามเรื่องการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่จากกรณีบาร์โค้ด ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้

คำตอบคือ…

“…การตีความกฎหมายเรื่องนี้แบ่งได้ ๒ แนวทางคือ

๑.ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ลับ กกต.ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๕

๒.ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทางลับ เพราะลับหรือไม่ลับ พิจารณาจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ดูกันภายหลัง กรณีบาร์โค้ดไม่เหมือนปี ๒๕๔๙ ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน นั่นหมายความว่า ครั้งนั้นได้สร้างบรรทัดฐาน โดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ

ส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางที่ ๑ ว่าไม่ได้ลับ

เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้

มันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ คำว่าลับในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๕ ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน

แต่มันหมายความว่าต้องเป็นความลับตลอดเวลา

ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก ๒ เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้น พูดไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว

ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เขาจะพิสูจน์ด้วยการที่หยิบบัตรเลือกตั้งมา ๑ ใบ ที่มีบาร์โค้ด และเอาบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ชื่อออกมาแล้วว่า นาย ก. ก็แสดงว่าไม่ลับแล้ว

ต้องขอย้ำว่าสิ่งที่พูดถือเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจจะผิดก็ได้…

เมื่อคนอย่าง “วิษณุ เครืองาม” มาให้น้ำหนักว่า บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดไม่ใช่การเลือกตั้งโดยลับ ขอแสดงความยินดีสำหรับด้อมส้มครับ จะได้เลือกตั้งใหม่กันอีกครั้ง

แต่…ช้าก่อน

บอกแล้วว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ มีความพิเศษบะหมี่ ๒ ก้อน เพราะนอกจากมีเนื้อหารายมาตราแล้ว ยังมีคำอธิบายประกอบ ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐

หรือเรียกง่ายๆ ว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั่นเอง

คำอธิบายประกอบมาตรา ๘๕ ระบุไว้ดังนี้ครับ…

“…การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ มีบัญญัติมาตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๒๙ วรรคสาม

ความว่า “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ ให้ใช้วิธีลงคะแนนออกเสียงโดยตรงและลับ” “การออกเสียงลงคะแนนโดยตรง” ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นผู้ลงคะแนนนั้นด้วยตนเอง ไม่อาจให้บุคคลอื่นลงคะแนนแทนตนได้ และมิใช่เลือกโดยวิธีเลือกตัวแทนเพื่อไปเลือกตั้งอีกทีหนึ่ง ในลักษณะที่กระทำในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา

หรือดังเช่นที่เคยกระทำในการเลือกตั้งในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๗๕ ซึ่งกำหนดให้ราษฎรในหมู่บ้านเลือกผู้แทนฯ เพื่อออกเสียงเลือกตั้งผู้แทนตำบล แล้วจึงให้ผู้แทนตำบลไปเลือกตั้งสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร วิธีดังกล่าวเป็นการออกเสียงลงคะแนนทางอ้อม

“การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ” มีความหมายว่าในการลงคะแนนของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไร หรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด

ในเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัย ที่ ๙/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๗๑ก ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๙) สรุปได้ว่า

“หลักการเลือกตั้งโดยลับนั้นเป็นสาระสำคัญของการเลือกตั้งในการปกครองระบอบประชาธิปไตย การใช้สิทธิเลือกตั้งจะต้องโดยเสรี หากการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับแล้ว การเลือกตั้งก็ไม่อาจที่จะเป็นการเลือกตั้งโดยเสรีได้

การเลือกตั้งโดยลับให้ความคุ้มครองทั้งผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคนและผลประโยชน์ส่วนรวมด้วย ตามหลักการการเลือกตั้งโดยลับจะต้องดำเนินการเลือกตั้งโดยไม่ให้ผู้ใดทราบได้เลยว่า ผู้ลงคะแนนออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคนตัดสินใจเลือกใคร…”

การมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ทำให้ “ผู้ใด” สามารถล่วงรู้การลงคะแนนได้บ้าง ประเด็นอยู่ตรงนี้แหละครับ

การจัดการกับบัตรเลือกตั้งหลังประชาชนหย่อนบัตรเลือกตั้งเสร็จแล้ว กกต.ต้องทำอย่างไรบ้าง
ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ ๑๗๙ ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบันทึกข้อมูลจำนวนบัตรเลือกตั้งที่นับเป็นคะแนน บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดหรือไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด และบัตรเสีย ลำดับที่ของหน่วยเลือกตั้ง และที่เลือกตั้ง ลงในแบบบันทึกข้อมูลจำนวนบัตรเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๑๒ และ ส.ส. ๕/๑๒ (บช))

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจัดเก็บเอกสารและสิ่งของต่างๆ ไว้ในถุงวัสดุใส (ถุงชั้นนอก) ดังนี้

(๑) ถุงวัสดุใส (ถุงชั้นใน) ซึ่งบรรจุบัตรเลือกตั้งที่ผ่านการนับคะแนนแล้ว

(๒) แบบขีดคะแนนที่ได้ใช้ในการขีดคะแนนทั้งหมด (ส.ส. ๕/๑๑ หรือ ส.ส. ๕/๑๑ (บช))

(๓) รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๑๘ และ ส.ส. ๕/๑๘ (บช))

(๔) แบบข้อมูลจำนวนบัตรเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๑๒ และ ส.ส. ๕/๑๒ (บช)) ใส่ในถุงวัสดุใส (ถุงชั้นนอก) ในลักษณะที่มองเห็นได้ว่าเป็นถุงวัสดุใสของหน่วยเลือกตั้งใด

ข้อ ๑๘๐ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๑๗๙ แล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการดังนี้

(๑) ทำการปิดถุงวัสดุใส (ถุงชั้นนอก) ด้วยสายรัดเพื่อป้องกันการเปิดถุงวัสดุใส แล้วนำใส่ในหีบบัตรเลือกตั้ง

(๒) ปิดหีบบัตรเลือกตั้ง และปิดเทปกาวรอยต่อรอบหีบบัตรเลือกตั้ง พร้อมใส่สายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัด หากใช้หีบบัตรพลาสติกไม่ต้องปิดเทปกาวรอยต่อรอบหีบบัตรเลือกตั้ง

(๓) ลงลายมือชื่อบนสายรัด

ข้อ ๑๘๓ ให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งดำเนินการยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้ง ดังนี้

(๑) เปิดหีบบัตรเลือกตั้ง (ตามข้อ ๑๘๑) แล้วบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้งรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้งหีบใดหีบหนึ่งจนเต็ม แล้วทำการปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ใส่สายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัด แล้วให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งลงลายมือชื่อบนสายรัด ทั้งนี้ให้ดำเนินการบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้งดังกล่าวไว้ในหีบบัตรเลือกตั้งใบอื่นจนครบทุกถุง

(๒) ให้จัดทำบัญชีข้อมูลของหน่วยเลือกตั้งสำหรับบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทที่อยู่ในหีบบัตรเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ส. ๕/๑๙ จำนวนสามชุด โดยชุดที่หนึ่งปิดไว้ที่หีบบัตรเลือกตั้ง ชุดที่สองเก็บไว้เป็นหลักฐาน และชุดที่สามส่งมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง

(๓) นำหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้งแล้วไปเก็บรักษา ณ สถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด

(๔) จัดทำรายงานการส่งหีบบัตรเลือกตั้ง เอกสาร และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๒๐) เพื่อส่งมอบพร้อมบัญชีข้อมูลบัตรเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๑๙) ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด

ข้อ ๑๘๔ ให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งดำเนินการยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้งที่เหลือไม่เต็มเล่มและต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไปบรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง โดยให้นำความในข้อ ๑๘๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ฉะนั้น ถ้าคิดว่าสามารถรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร คงต้องใช้เวลานานโขทีเดียว

ครับ…การที่ "ผู้ใด” ต้องการล่วงรู้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร สามารถทำได้จริงตามกฎหมายหรือไม่

“ผู้ใด” ที่เป็นประชาชนทั่วไป นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล หัวคะแนน ยันมือปืน สามารถไปขอดูได้หรือไม่

ตัว กกต.เองสามารถทำได้หรือไม่

ถ้าสามารถทำได้ ต้องอ้างอิงระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมายอะไร

ต่อให้มีการเปิดหีบบัตรเพื่อนับคะแนนใหม่ ก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าบัตรแต่ละใบเป็นของใคร เว้นเสียว่าจะจับคู่หาต้นขั้วเจอ

ในทางปฏิบัติทำได้จริงหรือ เพราะเมื่อนับคะแนนใหม่ ต้องเอาหีบบัตรมาแกะออกท่ามกลางผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคการเมืองที่จับจ้องอยู่ จะเอาเวลาไหนไปจับคู่

หรือจะมีใครสวมวิญญาณ “เจมส์ บอนด์” ไต่หลังคาแอบเข้าไปเปิดหีบบัตรในโกดังเพื่อดูว่าใครลงให้ใคร ก็เอาใจช่วยครับ ขอให้หาเจอภายใน ๑ ปี ถ้ามีความอดทนพอ เพราะจำนวนผู้ใช้สิทธิแต่ละเขตเฉียดแสนหรือแสนกว่า

ขนาดไพ่ ๑ สำรับ ๕๒ ใบ กว่าจะจับคู่เสร็จตายังลายเลยครับ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...