เลือกตั้งโดยลับ…ก็ถูกแล้ว
เอ้า…ส้มเตรียมเปิดไวน์ฉลอง…
ฟังกูรูกฎหมาย “วิษณุ เครืองาม” แล้ว มีความหวังว่าจะได้เลือกตั้งใหม่
โอกาสส้มแลนด์สไลด์จะไปไหนเสีย
ครับ…วานนี้ (๑๙ กุมภาพันธ์) “วิษณุ เครืองาม” ไปตอบข้อซักถามระหว่างการบรรยายพิเศษที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในหัวข้อ "ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย" ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง หรือ วบส.รุ่น ๑๔
มีคำถามเรื่องการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่จากกรณีบาร์โค้ด ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้
คำตอบคือ…
“…การตีความกฎหมายเรื่องนี้แบ่งได้ ๒ แนวทางคือ
๑.ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ลับ กกต.ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๕
๒.ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทางลับ เพราะลับหรือไม่ลับ พิจารณาจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ดูกันภายหลัง กรณีบาร์โค้ดไม่เหมือนปี ๒๕๔๙ ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน นั่นหมายความว่า ครั้งนั้นได้สร้างบรรทัดฐาน โดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ
ส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางที่ ๑ ว่าไม่ได้ลับ
เพราะมันสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
มันมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ คำว่าลับในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๕ ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน
แต่มันหมายความว่าต้องเป็นความลับตลอดเวลา
ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก ๒ เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใครนั้น ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้น พูดไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว
ถ้าคดีนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ เขาจะพิสูจน์ด้วยการที่หยิบบัตรเลือกตั้งมา ๑ ใบ ที่มีบาร์โค้ด และเอาบาร์โค้ดไปเทียบกับต้นขั้ว เอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ ชื่อออกมาแล้วว่า นาย ก. ก็แสดงว่าไม่ลับแล้ว
ต้องขอย้ำว่าสิ่งที่พูดถือเป็นความเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจจะผิดก็ได้…
เมื่อคนอย่าง “วิษณุ เครืองาม” มาให้น้ำหนักว่า บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดไม่ใช่การเลือกตั้งโดยลับ ขอแสดงความยินดีสำหรับด้อมส้มครับ จะได้เลือกตั้งใหม่กันอีกครั้ง
แต่…ช้าก่อน
บอกแล้วว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ มีความพิเศษบะหมี่ ๒ ก้อน เพราะนอกจากมีเนื้อหารายมาตราแล้ว ยังมีคำอธิบายประกอบ ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
หรือเรียกง่ายๆ ว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั่นเอง
คำอธิบายประกอบมาตรา ๘๕ ระบุไว้ดังนี้ครับ…
“…การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ มีบัญญัติมาตั้งแต่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๒๙ วรรคสาม
ความว่า “การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ ให้ใช้วิธีลงคะแนนออกเสียงโดยตรงและลับ” “การออกเสียงลงคะแนนโดยตรง” ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นผู้ลงคะแนนนั้นด้วยตนเอง ไม่อาจให้บุคคลอื่นลงคะแนนแทนตนได้ และมิใช่เลือกโดยวิธีเลือกตัวแทนเพื่อไปเลือกตั้งอีกทีหนึ่ง ในลักษณะที่กระทำในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
หรือดังเช่นที่เคยกระทำในการเลือกตั้งในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๗๕ ซึ่งกำหนดให้ราษฎรในหมู่บ้านเลือกผู้แทนฯ เพื่อออกเสียงเลือกตั้งผู้แทนตำบล แล้วจึงให้ผู้แทนตำบลไปเลือกตั้งสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร วิธีดังกล่าวเป็นการออกเสียงลงคะแนนทางอ้อม
“การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ” มีความหมายว่าในการลงคะแนนของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบหรือตรวจสอบได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงได้ลงคะแนนเสียงอย่างไร หรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด
ในเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัย ที่ ๙/๒๕๔๙ ลงวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๔๙ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๗๑ก ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๔๙) สรุปได้ว่า
“หลักการเลือกตั้งโดยลับนั้นเป็นสาระสำคัญของการเลือกตั้งในการปกครองระบอบประชาธิปไตย การใช้สิทธิเลือกตั้งจะต้องโดยเสรี หากการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับแล้ว การเลือกตั้งก็ไม่อาจที่จะเป็นการเลือกตั้งโดยเสรีได้
การเลือกตั้งโดยลับให้ความคุ้มครองทั้งผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคนและผลประโยชน์ส่วนรวมด้วย ตามหลักการการเลือกตั้งโดยลับจะต้องดำเนินการเลือกตั้งโดยไม่ให้ผู้ใดทราบได้เลยว่า ผู้ลงคะแนนออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคนตัดสินใจเลือกใคร…”
การมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง ทำให้ “ผู้ใด” สามารถล่วงรู้การลงคะแนนได้บ้าง ประเด็นอยู่ตรงนี้แหละครับ
การจัดการกับบัตรเลือกตั้งหลังประชาชนหย่อนบัตรเลือกตั้งเสร็จแล้ว กกต.ต้องทำอย่างไรบ้าง
ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อ ๑๗๙ ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งบันทึกข้อมูลจำนวนบัตรเลือกตั้งที่นับเป็นคะแนน บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดหรือไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด และบัตรเสีย ลำดับที่ของหน่วยเลือกตั้ง และที่เลือกตั้ง ลงในแบบบันทึกข้อมูลจำนวนบัตรเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๑๒ และ ส.ส. ๕/๑๒ (บช))
เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจัดเก็บเอกสารและสิ่งของต่างๆ ไว้ในถุงวัสดุใส (ถุงชั้นนอก) ดังนี้
(๑) ถุงวัสดุใส (ถุงชั้นใน) ซึ่งบรรจุบัตรเลือกตั้งที่ผ่านการนับคะแนนแล้ว
(๒) แบบขีดคะแนนที่ได้ใช้ในการขีดคะแนนทั้งหมด (ส.ส. ๕/๑๑ หรือ ส.ส. ๕/๑๑ (บช))
(๓) รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๑๘ และ ส.ส. ๕/๑๘ (บช))
(๔) แบบข้อมูลจำนวนบัตรเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๑๒ และ ส.ส. ๕/๑๒ (บช)) ใส่ในถุงวัสดุใส (ถุงชั้นนอก) ในลักษณะที่มองเห็นได้ว่าเป็นถุงวัสดุใสของหน่วยเลือกตั้งใด
ข้อ ๑๘๐ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๑๗๙ แล้ว ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งดำเนินการดังนี้
(๑) ทำการปิดถุงวัสดุใส (ถุงชั้นนอก) ด้วยสายรัดเพื่อป้องกันการเปิดถุงวัสดุใส แล้วนำใส่ในหีบบัตรเลือกตั้ง
(๒) ปิดหีบบัตรเลือกตั้ง และปิดเทปกาวรอยต่อรอบหีบบัตรเลือกตั้ง พร้อมใส่สายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัด หากใช้หีบบัตรพลาสติกไม่ต้องปิดเทปกาวรอยต่อรอบหีบบัตรเลือกตั้ง
(๓) ลงลายมือชื่อบนสายรัด
ข้อ ๑๘๓ ให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งดำเนินการยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้ง ดังนี้
(๑) เปิดหีบบัตรเลือกตั้ง (ตามข้อ ๑๘๑) แล้วบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้งรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้งหีบใดหีบหนึ่งจนเต็ม แล้วทำการปิดหีบบัตรเลือกตั้ง ใส่สายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัด แล้วให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งลงลายมือชื่อบนสายรัด ทั้งนี้ให้ดำเนินการบรรจุถุงใส่บัตรเลือกตั้งดังกล่าวไว้ในหีบบัตรเลือกตั้งใบอื่นจนครบทุกถุง
(๒) ให้จัดทำบัญชีข้อมูลของหน่วยเลือกตั้งสำหรับบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทที่อยู่ในหีบบัตรเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ส. ๕/๑๙ จำนวนสามชุด โดยชุดที่หนึ่งปิดไว้ที่หีบบัตรเลือกตั้ง ชุดที่สองเก็บไว้เป็นหลักฐาน และชุดที่สามส่งมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง
(๓) นำหีบบัตรเลือกตั้งที่ยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้งแล้วไปเก็บรักษา ณ สถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด
(๔) จัดทำรายงานการส่งหีบบัตรเลือกตั้ง เอกสาร และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๒๐) เพื่อส่งมอบพร้อมบัญชีข้อมูลบัตรเลือกตั้ง (ส.ส. ๕/๑๙) ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ข้อ ๑๘๔ ให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งแต่งตั้งดำเนินการยุบรวมถุงใส่บัตรเลือกตั้งที่เหลือไม่เต็มเล่มและต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไปบรรจุรวมไว้ในหีบบัตรเลือกตั้ง โดยให้นำความในข้อ ๑๘๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ฉะนั้น ถ้าคิดว่าสามารถรู้ได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร คงต้องใช้เวลานานโขทีเดียว
ครับ…การที่ "ผู้ใด” ต้องการล่วงรู้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร สามารถทำได้จริงตามกฎหมายหรือไม่
“ผู้ใด” ที่เป็นประชาชนทั่วไป นักการเมือง ผู้มีอิทธิพล หัวคะแนน ยันมือปืน สามารถไปขอดูได้หรือไม่
ตัว กกต.เองสามารถทำได้หรือไม่
ถ้าสามารถทำได้ ต้องอ้างอิงระเบียบ ข้อบังคับ หรือกฎหมายอะไร
ต่อให้มีการเปิดหีบบัตรเพื่อนับคะแนนใหม่ ก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าบัตรแต่ละใบเป็นของใคร เว้นเสียว่าจะจับคู่หาต้นขั้วเจอ
ในทางปฏิบัติทำได้จริงหรือ เพราะเมื่อนับคะแนนใหม่ ต้องเอาหีบบัตรมาแกะออกท่ามกลางผู้สังเกตการณ์จากทุกพรรคการเมืองที่จับจ้องอยู่ จะเอาเวลาไหนไปจับคู่
หรือจะมีใครสวมวิญญาณ “เจมส์ บอนด์” ไต่หลังคาแอบเข้าไปเปิดหีบบัตรในโกดังเพื่อดูว่าใครลงให้ใคร ก็เอาใจช่วยครับ ขอให้หาเจอภายใน ๑ ปี ถ้ามีความอดทนพอ เพราะจำนวนผู้ใช้สิทธิแต่ละเขตเฉียดแสนหรือแสนกว่า
ขนาดไพ่ ๑ สำรับ ๕๒ ใบ กว่าจะจับคู่เสร็จตายังลายเลยครับ.