บิตคอยน์ร่วงกลับมาแตะ 63,000 ดอลลาร์ ลดลง 50% จากจุดสูงสุด จ่อทำสถิติเดือนที่แย่สุดตั้งแต่ปี 2022 นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin ยังไปไม่ถึงขั้น ‘ทองคำดิจิทัล’
Bitcoin ปรับตัวร่วงลงกว่า 5% จนหลุดระดับ 63,000 ดอลลาร์ ทำให้ราคา Bitcoin ตลอดทั้งเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา (ณ 24 กุมภาพันธ์) ติดลบไปแล้วกว่า 19% ซึ่งถือเป็นสถิติรายเดือนที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการล่มสลายของ TerraUSD และกองทุน Three Arrows Capital ในเดือนมิถุนายน 2022 และยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ยุคฟองสบู่ ICO แตกในปี 2018
หากนับจากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ทะลุ 125,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ปัจจุบันบิตคอยน์สูญเสียมูลค่าไปแล้วถึง 50% และติดลบ 27% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ขณะที่เหรียญอันดับสองอย่าง Ether ก็ร่วงลงมาอยู่ที่ 1,830 ดอลลาร์
ทั้งนี้ จุดต่ำสุดเดิมของราคา Bitcoin ช่วงขาลงรอบนี้ อยู่ที่ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Christopher Hamilton จาก Invesco มองว่า การร่วงลงของบิตคอยน์ดูเหมือนจะไม่ใช่ผลกระทบเฉพาะในวงการคริปโต แต่เป็นยุทธวิธีในการการลดความเสี่ยง มากกว่าจะเป็นการเทขายเพื่อออกจากตลาดอย่างถาวรเชิงโครงสร้าง
ด้าน Billy Leung จาก Global X Australia เสริมว่า บิตคอยน์มีความอ่อนไหวสูงต่อสภาพคล่องทั่วโลก หากตลาดตีความว่านโยบายการค้ากำลังทำให้ภาวะการเงินตึงตัว คริปโทตจะเป็นสินทรัพย์กลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ สอดคล้องกับ Rachael Lucas จาก BTC Markets ที่ระบุว่า เมื่อเกิดความกลัวในระดับมหภาค เงินทุนก็จะไหลหลบภัยไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม ซึ่ง Bitcoin ยังทำหน้าที่เป็นทองคำดิจิทัลในจุดนั้นไม่ได้
ในแง่ของเทคนิค Tony Sycamore จาก IG Australia ประเมินว่า Bitcoin กำลังขยับเข้าใกล้เส้นแนวรับสำคัญที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ ระดับ 58,503 ดอลลาร์ หากราคาไม่สามารถยืนหยัดเหนือโซนแนวรับ 58,000 – 60,000 ดอลลาร์ได้ ก็อาจเป็นการเปิดประตูสู่การดิ่งลงที่ลึกกว่าเดิม
อ้างอิง: