โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ประเด็นเรื่อง “ลับ” กลายเป็นหัวข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในช่วงที่การเมืองกำลังเข้มข้น หลายฝ่ายอภิปรายกันอย่างดุเดือด ทั้งในสภาและนอกสภา ทั้งที่ในทางหลักการแล้ว ความหมายของคำว่า “ลับ” ไม่ได้ซับซ้อนเกินกว่าจะทำความเข้าใจ พจนานุกรมอธิบายตรงไปตรงมาว่า ลับ คือ ไม่ให้ผู้อื่นรู้หรือเห็น ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า secret หรือ in private ในภาษาอังกฤษ

ในบริบทของการเลือกตั้ง หลักการ ลงคะแนนลับ มีรากฐานทางกฎหมายชัดเจน ย้อนกลับไปถึง Ballot Act 1872 ของสหราชอาณาจักร ซึ่งกำหนดให้การลงคะแนนเสียงต้องกระทำโดยไม่เปิดเผย ส่งผลให้ผู้มีสิทธิตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากผู้มีอิทธิพล เจ้าหนี้ หรือผู้มีพระคุณ หากลงคะแนนสวนทางก็อาจได้รับผลกระทบตามมา กฎหมายดังกล่าวจึงออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิอย่างแท้จริง

แนวคิดนี้ต่อมาถูกยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก หลักสากลกำหนดชัดว่า “ขณะลงคะแนน” จะต้องไม่มีใครสามารถเห็นหรือรู้ได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกใคร หากในช่วงเวลานั้นไม่มีบุคคลอื่นล่วงรู้ได้ ก็ถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยลับแล้ว ส่วนการที่ใครจะไปสืบเสาะภายหลังว่าใครลงคะแนนอย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และผู้กระทำต่างหากที่ละเมิดหลักการ เพราะระบบได้ออกแบบให้คุ้มครองเสรีภาพไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ เคยอธิบายว่า การเลือกตั้งโดยลับคือการคุ้มครองเสรีภาพของผู้ใช้สิทธิ ไม่ใช่ “ลับทั้งโลก” หลายประเทศมีการใช้เทคโนโลยีอย่าง QR Code หรือบาร์โค้ดในกระบวนการเลือกตั้ง แต่ไม่ถือว่าขัดหลักการ ตราบใดที่ในขณะลงคะแนนไม่มีใครสามารถรู้ได้ทันทีว่าใครเลือกใคร การจะสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะต้องเป็นกรณีที่ไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมในภาพรวม ไม่ใช่เพียงข้อถกเถียงเชิงเทคนิค

ขณะเดียวกัน สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุดก็กำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยพรรคภูมิใจไทยกลายเป็นพรรคที่มีอำนาจต่อรองสูง หลังได้ สส. จำนวน 192 คน

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส่งสัญญาณว่าการจัดตั้งรัฐบาลต้องคำนึงถึงความมั่นคงและเศรษฐกิจเป็นหลัก พร้อมเปิดกว้างคุยกับทุกพรรค

อย่างไรก็ตาม นาทีนี้พรรคกล้าธรรมสถานการณ์ไม่ดี เพราะยังไม่มีวี่แววพูดคุยกับแกนนำสีน้ำเงิน ทั้งเรื่องเบี้ยวกันในช่วงเลือกตั้งในจังหวัดสุพรรณบุรี นครศรีธรรมราช ภาพลักษณ์และหน้าตาของรัฐบาล รวมถึง สส.อึดอัดเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรี สอดรับกับเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ คดี "ภูมิธรรม-ทวี" รอด ปมแทรกแซงคดีฮั้ว สว. โดยบางท่อนบางตอนของเอกสารกล่าวว่า "รัฐธรรมนญ มาตรา 160(4) บัญญัติให้รัฐมนตรีต้อง "มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์"

คำว่า "มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์" นั้น คำว่า "ซื่อสัตย์" หมายความว่า ประพฤติตรงและจริงใจ ไม่คิดคดทรยศ ไม่คดโกง และไม่หลอกลวง

ส่วนคำว่า สุจริต หมายความว่า ความประพฤติชอบ โดยความซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) นี้ เป็นคุณธรรมสำคัญขั้นพื้นฐานของบุคคลทั่วไป และเป็นส่วนหนึ่งของการยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม (Integrity)

ทั้งนี้ การมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ย่อมหมายความว่ารัฐมนตรีต้องไม่มีพฤติกรรมที่บกพร่องจากมาตรฐาน หรือ "ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์" ไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงความประพฤติไม่สุจริต หรือพฤติการณ์บิดเบือนเพื่อให้ตนเองได้ไปซึ่งผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือของบุคคลอื่นโดยมิชอบ แต่ไม่ถึงกับต้องแสดงให้ปรากฏว่าบุคคลนั้นมีความประพฤติดีงามอย่างชัดเจน เพียงไม่ประพฤติตนให้ "ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมคาดหวังอย่างชัดเจน" ความประจักษ์ในที่นี้จึงหมายถึง ไม่มีพฤติกรรมที่ปรากฏในทางมิชอบหรือไม่สอดคล้องกับภารกิจหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นส่วนรวม

ขณะที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาโต้ว่า "ใครที่ตั้งผมเป็นรัฐมนตรี ถ้าคุณคิดว่าผมผิด คุณก็โดนด้วย มีแค่นั้นเองหลักการ"

ทั้งหมดนี้จึงต้องวัดใจว่า พรรคสีน้ำเงินจะเดินเกมอย่างไร ไม่เอาทั้งพรรคกล้าธรรมเลย หรือเอาเฉพาะบางคนที่ไม่มีมลทิน เพราะอย่างน้อยก็ยังเก็บไว้ข้างตัว และถ่วงดุลพรรคและกลุ่มก๊วนต่างๆ ในรัฐบาล.

คางดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...