โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วรวงศ์ มั่นใจปี'69 ปีทองส่งออกไทย แนะเพิ่มเจรจา FTA สู้เวียดนาม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วรวงศ์ รามางกูร

‘วรวงศ์’ มั่นใจปี 2569 จะเป็นปีทองส่งออกไทยอีกปีหนึ่ง ห่วงแนวทางภาษีของสหรัฐยังผันผวน เชื่อทรัมป์หาทางเก็บภาษีเพิ่ม แนะเร่งเจรจา FTA เพิ่มให้ทันเวียดนาม

นายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทย ระบุปี 2569 จะเป็น “ปีทองของการส่งออก” อีกปีหนึ่งต่อจากปีที่ผ่านมา หลังตัวเลขส่งออกเดือนมกราคมขยายตัวสูงถึง 24.4% สะท้อนความแข็งแกร่งของภาคส่งออก และประสิทธิภาพเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย

การเติบโตดังกล่าวเป็นผลโดยตรงจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการลงทุนในอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญให้การส่งออกสามารถขยายตัวต่อเนื่องได้ในระยะถัดไป

ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมเริ่มต้นปีด้วยสัญญาณที่ดี โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเดือนล่าสุดขยายตัวถึง 29.8% และเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกัน สะท้อนขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทยในตลาดโลก

ในบริบทการค้าโลก นโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกายังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อประเทศผู้ส่งออกทั่วโลก แม้ล่าสุดศาลสูงสหรัฐมีคำตัดสินเกี่ยวกับมาตรการทางการค้า และประธานาธิบดีสหรัฐประกาศใช้ภาษีนำเข้าทั่วโลก (Universal Tariff) ในอัตรา 15% ภายใต้กรอบเวลา 150 วัน เพื่อแก้ปัญหาการขาดดุลการค้า แทนมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) เดิม อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าผลกระทบต่อประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ หากมีการเตรียมความพร้อมเชิงนโยบายอย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกัน ไทยมีบทเรียนเชิงบวกจากอดีต โดยในช่วงที่สหรัฐใช้มาตรการภาษีตอบโต้ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยสามารถเจรจาลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยจาก 36% เหลือ 19% ได้สำเร็จ ช่วยประคองภาคส่งออกและรักษาความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากต่างประเทศ สะท้อนว่าการเจรจาเชิงรุกและความเข้าใจโครงสร้างการค้าโลกยังเป็นกลไกสำคัญในการลดแรงกระแทกจากมาตรการกีดกันทางการค้า และอาจเปลี่ยนความท้าทายรอบใหม่ให้เป็นโอกาสได้เช่นกัน

หากประเทศไทยสามารถรักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจไว้ได้ การส่งออกจะเป็นพระเอกของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ และจะช่วยผลักดันการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยเชื่อมั่นว่า GDP ของไทยจะสามารถกลับมาเติบโตในระดับ 3-5% ได้อย่างแน่นอน จากแรงหนุนของการส่งออก การลงทุน และภาคอุตสาหกรรมที่เริ่มฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม จะส่งผลให้ไทยหลุดพ้นจากการเป็นคนป่วยของเอเชีย

ขณะเดียวกัน เสถียรภาพทางการเมืองและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนของรัฐบาล ซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะแนวนโยบายที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และการเร่งรัดการเจรจาความตกลงระหว่างประเทศ

ความคืบหน้าการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ซึ่งมีสมาชิกถึง 27 ประเทศ ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อภาคการส่งออก เนื่องจากจะช่วยขยายโอกาสสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดยุโรป ลดอุปสรรคทางภาษี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พรรคเพื่อไทย เคยวางยุทธศาสตร์ผลักดันการเจรจา FTA เพื่อช่วยขยายโอกาสสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดยุโรปเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว

พร้อมกันนี้ มีการเปรียบเทียบว่า ปัจจุบันเวียดนามมีข้อตกลง FTA ครอบคลุมมากกว่า 60 ประเทศ ขณะที่ไทยมีเพียง 24 ประเทศ ส่งผลให้เวียดนามสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ และผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

หากไทยเร่งเดินหน้า FTA ที่สำคัญ โดยเฉพาะกับสหภาพยุโรป ควบคู่กับนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง จะช่วยปิดช่องว่างการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน และยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ

ท้ายที่สุด การทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจ ถูกคาดหวังว่าจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการลงทุน การยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรม และการเดินหน้า FTA สำคัญ ๆ ซึ่งไม่เพียงเสริมความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและตลาดทุน แต่ยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และทำให้ประชาชนเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจนในปี 2569 นายวรวงศ์กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วรวงศ์ มั่นใจปี’69 ปีทองส่งออกไทย แนะเพิ่มเจรจา FTA สู้เวียดนาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...