โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เชตวัน” ชี้ปฏิรูปกองทัพต้องเริ่มที่ทหารเกณฑ์

INN News

อัพเดต 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.41 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

“เชตวัน” ชี้ ปฏิรูปกองทัพต้องเริ่มที่ทหารเกณฑ์ เสนอมีคนนอกสอบคดีเสียชีวิตในค่ายอย่างเป็นธรรม มองทหารสอบกันเอง สังคมไม่เชื่อมั่น

นายเชตวัน เตือประโคน ว่าที่ สส.พรรคประชาชน จ.ปทุมธานี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กต่อปัญหาการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์ เรื่องแรกๆ ที่ต้องแก้สำหรับการ "ปฏิรูปกองทัพ"
โดยกรณีการเสียชีวิตของพลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี ตามที่ปรากฏเป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ ต้องขอบคุณกองทัพบกที่รีบออกมาดำเนินการอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการย้ายผู้บัญชาการเรือนจำ มทบ.12 ไปช่วยราชการ การตั้งคณะกรรมการสอบจากส่วนกลางมาสอบสวนหาความจริงแต่ที่ควรมากกว่า "คนส่วนกลาง" ที่มีแต่คนในกองทัพ ผมคิดว่าควรที่จะมี "คนนอก" ร่วมเป็นกรรมการด้วย เพราะทหารเป็นกรรมการสอบกันเอง ไม่ได้ทำให้สังคมเชื่อมั่นว่าจะเกิดความเป็นธรรม

ผมและพรรคประชาชน เราเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพ โดยเรื่องแรกๆ ที่พูดถึงนั้นเกี่ยวกับ "ทหารเกณฑ์" ซึ่งเมื่อลองพลิกดูหนังสือ "ปฏิรูปกองทัพไทย Tranform or Die" ผลงานของ อ.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงซึ่งตีพิมพ์ไว้ตั้งแต่มีนาคม 2566 นั้น ก็ตรงกันว่า "เข็มมุ่งและข้อพึงสังวร" แรกๆ ที่มีการนำเสนอนั้นก็คือเรื่องทำนองเดียวกัน โดยผมขอยกมา 3 ข้อต่อไปนี้ เผื่อผู้ที่มีอำนาจจะผ่านมาเห็น และคิดถึงเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ "ทหารเกณฑ์" มากกว่าที่เป็นอยู่

(การเสียชีวิตในค่ายทหาร)

1.ปัญหาการเสียชีวิตของทหารเกณฑ์ที่ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในการฝึกทางทหาร หรือเกิดจากเรื่องอื่นในทางทหาร และครอบครัวของทหารเหล่านี้ไม่ยอมจำนน
เก็บเรื่องเหล่านี้เอาไว้ และออกบอกกล่าวสู่สังคมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกหลานพวกเขา ดังนั้น การเสียชีวิตและการบาดเจ็บรุนแรงของทหารเกณฑ์จะต้องมีกระบวนการสอบสวน
ที่เป็นธรรมต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ไม่ใช่การนำปัญหาเข้าสู่การ "ปกปิดความผิด" ที่ไม่มีคำตอบชัดเจนถึงการเสียชีวิต หรือการบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกำลังพลระดับล่าง

(ใช้ทหารทำในสิ่งที่ไม่ใช่ภารกิจ)

2.ปัญหาการใช้ทหารเกณฑ์ที่ไม่ใช่ในภารกิจทางทหาร เช่น นำไปใช้ทำงานในครัวเรือน หรืองานอื่นๆ หรือถูกส่งไปทำหน้าที่เป็นทหารรับใช้แก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง และเป็นประเด็นที่สังคม
รับไม่ได้เพราะเป็นการสร้าง "อภิสิทธิ์ทางทหาร" ให้คนบางกลุ่ม ฉะนั้น การให้ "สิทธิพิเศษทางทหาร" จึงต้องมีความชัดเจน และสิทธิเช่นนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องทางทหาร และการให้
ที่เกิดขึ้นต้องสามารถตอบคำถามสังคมได้ และอาจต้องมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา เพราะรัฐบาลจะต้องไม่เอางบประมาณทางทหารของประเทศเพื่อใช้แบกรับสิทธิพิเศษนี้โดยไม่มีระยะเวลาจำกัด

(ระบบการเกณฑ์ที่ล้าสมัย)

3.ปัญหาการสร้างระบบกำลังพลบนพื้นฐานของการเกณฑ์ทหารในแบบเดิม อาจต้องนำมาทบทวนให้เหมาะสมกับยุคสมัยและโครงสร้างทางสังคม การปฏิรูปการเกณฑ์ทหารจะต้องมีจุดหมายปลายทางในการสร้างกองทัพไทยให้เป็น “กองกำลังทหารอาสา (AVF) เช่นกองทัพในโลกสมัยใหม่ เพราะแนวโน้มของกองทัพในศตวรรษที่ 21 มีความเป็นกองกำลังทหารอาสามากกว่าจะเป็นกองทัพของ"ทหารเกณฑ์แบบเก่า" ที่ไม่รองรับต่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและยุคสมัย (คือเป็นแบบ Conscription)

ดังนั้น การปฏิรูปกองทัพจะต้องคิดในการสร้างระบบของการนำพลเรือนเข้ากองทัพ ที่การคิดจะต้องตอบโจทย์ทั้งทางสังคมและทางทหารในอนาคต นักปฏิรูปจะต้องไม่คิดตอบโจทย์เรื่องของ
การเกณฑ์ทหารเพียงมิติเดียวที่เป็นเรื่องทางทหารเท่านั้น และการปฏิรูปเรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งที่สำคัญของการคิดปฏิรูปเรื่อง "ระบบรับราชการทหาร" (military service)
ในเรื่องของกำลังพลทั้งระบบอีกด้วย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...