โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เชี่ยวชาญ น่าเชื่อถือ จริงใจ และใกล้ชิด ทำไมผู้บริโภคยุคใหม่ถึงเลือกเชื่อการรีวิวจากคนธรรมดา มากกว่าเชื่อดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อป?

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ในอดีต สูตรสำเร็จของแบรนด์ไทยคือการคว้าดาราระดับ ‘มหาชน’ มาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อสร้างการรับรู้ และความน่าเชื่อถือผ่านบารมีของชื่อเสียง แต่ในวันนี้ ดูเหมือนว่าสูตรเดิมๆ เริ่มใช้ไม่ได้ผล กลับกลายเป็นว่า ‘คนธรรมดา’ เปิดไลฟ์ขายของยังมีคนเชื่อเสียมากกว่า

เพราะอะไรถึงเช่นนั้น ชวนมาทำความเข้าใจถึงวิวัฒนาการความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมโฆษณาไทย การเปลี่ยนผ่านจากพรีเซนเตอร์ดาราสู่ไมโครอินฟลูเอนเซอร์ และความหมายของความจริงใจไปพร้อมๆ กัน

ก่อนกาลของคนธรรมดา

การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงเพื่อขับเคลื่อนยอดขายและสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ในประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเริ่มต้นจากการใช้พรีเซนเตอร์ระดับมหาชน เช่น ธงไชย แมคอินไตย์ พัชราภา ไชยเชื้อ ที่เน้นความสวยงามและความเพียบพร้อมเป็นหลัก

แต่พอเมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงทุกครัวเรือน พฤติกรรมการรับข่าวสารของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปสู่โหมดที่เรียกว่า FOMO (Fear of Missing Out) หรือความกลัวที่จะตกข่าวสาร ทำให้บทบาทของบุคคลผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์เริ่มก่อตัวขึ้น

และนั่นเริ่มทำให้เรารู้จักคำว่า ‘อินฟลูเอนเซอร์’ หรือ บุคคลที่มีอิทธิพลต่อความคิดเห็น การตัดสินใจ และพฤติกรรมของผู้ติดตามบนโลกออนไลน์

คำนี้เริ่มปรากฏและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในสื่อออนไลน์ของไทยมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2556 แต่ระยะแรกยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่มบล็อกเกอร์หรือผู้เขียนบทความรีวิวเฉพาะกลุ่ม ก่อนได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ จนก้าวเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการตลาด ในช่วงปี พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แบรนด์ต่างๆ เริ่มตระหนักว่าการสื่อสารที่ดูเป็นธรรมชาติ แบบไม่ใช่การโฆษณา สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการตลาดแบบเดิม

แต่ช่วงเวลาของอินฟลูเอนเซอร์เองก็ไม่ได้จีรังอะไรมากนัก และต้องเผชิญกับวิกฤตความเบื่อหน่ายในโฆษณาที่ใช้ดาราเป็นพรีเซนเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ไม่ต่างกัน

และเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้ที่มา แต่เกิดจากการสั่งสมความรู้สึกไม่ไว้วางใจของผู้บริโภคที่มองว่าดาราเหล่านั้นไม่ได้ใช้สินค้าจริง และทำเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า

ข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคไทยพบว่า 52.29% ของประชาชนระบุว่า ‘ไม่เชื่อ’ ว่าดารา รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังที่มีคนติดตามเยอะๆ ใช้สินค้าที่ตนเองโฆษณาจริงๆ ในขณะที่มีเพียง 3.89% เท่านั้นที่เชื่อว่ามีการใช้งานจริง

รวมถึงยังมีภาวะ Ad Blindness หรือมองข้ามสิ่งที่เป็นโฆษณาโดยอัตโนมัติ กำลังกลายเป็นกำแพงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้ส่งผลให้แบรนด์ที่ทุ่มงบประมาณมหาศาลจ้างดาราพรีเซนเตอร์อาจพบผลลัพธ์ เป็นความเฉยเมยเสียแทน

นอกจากนี้ ผลกระทบจากข่าวอื้อฉาวในสังคมไทย (เช่น กรณีบริษัท ตัวย่อ i ที่ใช้ดาราเป็นพรีเซนเตอร์และผู้บริหารชักชวนให้ลงทุนในลักษณะที่คล้ายแชร์ลูกโซ่) ได้ทำลายความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคเคยมีต่อพรีเซนเตอร์ชื่อดังลงอย่างราบคาบ

เวลาที่ ‘คนธรรมดา’ ชนะใจผู้บริโภค

เรื่องราวจึงมาลงเอยที่การมองคนธรรมดา หรือที่เรียกว่าเป็น ‘ไมโครอินฟลูเอนเซอร์’ (Micro-Influencer) ที่หมายถึงบุคคลที่มีผู้ติดตามประมาณ 1,000 ถึง 100,000 คน ซึ่งความสำคัญของคนกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนตัวเลข แต่อยู่ที่ระดับความผูกพัน (Engagement) และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ในอุตสาหกรรมความงามของประเทศไทย ข้อมูลจาก SocialBakers ระบุว่าไมโครอินฟลูเอนเซอร์สามารถสร้าง Engagement Rate ได้สูงถึง 3.86% ในขณะที่อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมหาศาล มี Engagement Rate เพียง 1.21% เท่านั้น 2

เรื่องนี้มีคำอธิบายตามเหตุผลทางจิตวิทยาไว้ 3 ด้านด้วยกัน ประกอบด้วย

1. ความเชี่ยวชาญ ผู้บริโภคกว่า 63% เชื่อว่าไมโครอินฟลูเอนเซอร์มีความรู้เชิงลึกในสินค้าที่นำเสนอมากกว่าดาราทั่วไป เพราะพวกเขามักจะนำเสนอตัวเองในฐานะผู้ทดลองใช้จริงที่มีประสบการณ์ตรงและเข้าใจในรายละเอียดเชิงเทคนิค

2. ความน่าเชื่อถือ ไมโครอินฟลูเอนเซอร์มักตอบกลับความคิดเห็นด้วยตนเอง สร้างบรรยากาศของการพูดคุยแบบเพื่อนแนะนำเพื่อน มากกว่าการสื่อสารเชิงพาณิชย์

3. ความใกล้ชิด ผู้บริโภครู้สึกว่าอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็กๆ คือคนธรรมดาที่มีไลฟ์สไตล์ ข้อจำกัด และปัญหาในชีวิตประจำวันเหมือนกับตัวเอง ทำให้การรีวิวสินค้าดูมีความจริงใจและเข้าถึงง่ายกว่าภาพลักษณ์ที่หรูหราของดารา

ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนคือแบรนด์ไทยอย่าง ‘Beauty Buffet’ ที่ใช้กลยุทธ์ไมโครอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างความรู้สึกว่าเป็นกระแสจากผู้ใช้จริง จนสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 35%

ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างไมโครอินฟลูเอนเซอร์กับลูกค้า ยังส่งผลดีกับแบรนด์ในแง่งบลงทุนเมื่อเทียบกับการใช้ดารานักแสดงหรืออินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากๆ ด้วย

ความจริงใจคือบทพิสูจน์

ในวันนี้คงตอบไม่ได้ว่าในอนาคต ทิศทางการตลาดแบบไมโครอินฟลูเอนเซอร์จะยืนยาวแค่ไหน เพราะถึงที่สุดแง่มุมที่ว่าด้วยความจริงใจ มักแฝงซ่อนไว้ด้วยการตลาดและผลตอบแทนอย่างแยบยล และบางครั้งมันอาจเป็นความจริงใจที่ถูกจัดฉากที่นำไปสู่ภาวะ ‘โป๊ะแตก’ ให้เกิดขึ้นได้

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า จากความสำเร็จของไมโครอินฟลูเอนเซอร์ ทำให้วงการโฆษณาจึงเริ่มมีการพัฒนากลยุทธ์ ‘เซ็ตฉาก’ เพื่อสร้างความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติภายใต้การควบคุมของแบรนด์

อินฟลูเอนเซอร์อาจได้รับบรีฟให้ระบุข้อจำกัดของสินค้าลงไปด้วยเป็นต้นว่า สินค้าตัวนี้ดีมากแต่ราคาแอบสูงนิดนึง หรือ ใช้แล้วเห็นผลจริงแต่ต้องใช้เวลาหน่อยนะ การพูดถึงข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ข้อดีดูน่าเชื่อถือขึ้นมหาศาล แต่ก็อาจเป็นไปตามสคริปต์ที่ได้รับ

เรื่องนี้มีกรณีศึกษาใน Pantip พบว่ามีการจ้างรีวิวกระทู้ละ 3,000 บาท และมีโบนัสเพิ่มหากกระทู้นั้นติดเทรนด์หรือเป็นกระทู้แนะนำ การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ผิดกฎของแพลตฟอร์ม แต่ยังเสี่ยงต่อการถูก ‘แฉ’ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง แบรนด์จะเสียโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และถูกตราหน้าว่าเป็นแบรนด์ที่ไม่จริงใจ รวมถึงคนรีวิวเองก็ต้องรับผลกระทบนั้นไปด้วยเช่นกัน

ในยุคที่อุตสาหกรรมโฆษณาไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ ‘ภาพลักษณ์’ พ่ายแพ้ต่อ ‘ความจริงที่เป็นธรรมชาติ’ การที่แบรนด์หันมาหาไมโครอินฟลูเอนเซอร์จึงไม่ใช่เพียงเพราะต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่เป็นเพราะความสามารถในการสร้างความไว้วางใจที่ดาราพรีเซนเตอร์ระดับมหาชนไม่สามารถทำได้อีกต่อไป

และเพราะความจริงใจคือสกุลเงินที่มีค่าที่สุด แบรนด์และไมโครอินฟลูเอนเซอร์ที่กล้าที่จะ ‘เรียล’ อย่างแท้จริงเท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะในใจผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

อ้างอิง

  • ความเชื่อถือต่อการใช้สื่อโฆษณาโดยอินฟลูเอนเซอร์เหมือนของผู้บริโภค https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2022/TU_2022_6402037151_16568_25726.pdf

  • นิด้าโพล เผย! คนไทยไม่เชื่อดารา-อินฟลูฯ ใช้สินค้าจริง แห่ร้องเรียน "หนุ่ม กรรชัย - กัน จอมพลัง" หวังความเป็นธรรม https://www.thaitv5hd.com/web/content.php?id=40312

  • อิทธิพลของปัจจัยด้านความเชี่ยวชาญ ความไว้วางใจ และความน่าดึงดูดใจของ
    Micro-Influencer ในสายความงามต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
    https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=75548&context=chulaetd

  • Influencer Marketing ต้องเปลี่ยน! เมื่อคนยุคนี้เชื่อ ผู้ซื้อจริง มากกว่า
    https://www.motiveinfluence.com/blog/marketing/influencer-marketing

  • ปังหรือพัง! แบรนด์ใช้ Seeding หน้าม้าสร้างกระแส บ่อเกิดดราม่าระยะยาว https://pantip.com/topic/34982577

บทความต้นฉบับได้ที่ : เชี่ยวชาญ น่าเชื่อถือ จริงใจ และใกล้ชิด ทำไมผู้บริโภคยุคใหม่ถึงเลือกเชื่อการรีวิวจากคนธรรมดา มากกว่าเชื่อดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ตัวท็อป?

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...