โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘5 ขุนพล’ ความหวัง‘ค่ายแดง’ เปิดเกมรบ ทวงคืน‘เมืองหลวง’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“สนาม กทม.” เป็นพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ที่บรรดา “พรรคการเมือง” หมายมั่นปักธงชิงเก้าอี้ สส. มาให้ได้ ยิ่งการเลือกตั้งปี 2566 “อดีตพรรคก้าวไกล” กวาด สส. 32 เขต จาก 33 เขต หลงเหลือให้ “พรรคเพื่อไทย” 1 ที่นั่ง

จากม้านอกสายตา “ขุนพลสีส้ม” กลับกลายเป็นตัวเต็งครองแชมป์ “เมืองหลวง” ในศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 อีกหนึ่งสมัย แต่วิบากกรรมรุมล้อม กระแสชาตินิยมพุ่งสูง สส.ส้มห่างพื้นที่ ต่างเป็นเงื่อนไขที่เป็นตัวแปร อาจจะทำให้ จำนวน สส. กทม. ของ “พรรคประชาชน” มีโอกาสลดลง

ส่งผลให้ “พรรคคู่แข่ง-พรรคคู่แค้น” เห็นช่องที่จะเอาชนะ “กระแสสีส้ม” โดยเฉพาะ “พรรคเพื่อไทย” ที่เปิดเกมรบ เดินเกมรุก ปฏิบัติการหวังทวงคืน “เมืองหลวง” ในพื้นที่ชายขอบ กทม.

ผลสำรวจภายในของ “โพลสีแดง” ช่วงต้นเดือน ม.ค. พบว่าอย่างน้อย 5 พื้นที่ที่ “เพื่อไทย” มีโอกาสที่จะเข้าวินอับหนึ่ง ทำให้ “บิ๊กเพื่อไทย” ตัดเกรด“5 ขุนพล”ให้อยู่ในระดับเกรดเอ

คนแรก “อิ่ม” ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 20 เขตลาดกระบัง (ยกเว้น แขวงลำปลาทิว) พรรคเพื่อไทย “สส.อิ่ม” แชมป์เก่า 34,749 คะแนน รองแชมป์เก่า “ชุมพล หลักคำ” 34,745 คะแนน แพ้ชนะกันแค่ 4 คะแนน มาเที่ยวนี้ทั้งสองโคจรมาสู้กันอีกครั้ง

ทว่า“ธีรรัตน์” เสียมือไม้คนสำคัญ เมื่อ“ดร.จอห์น” สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา สก.เขตลาดกระบัง ลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไปก่อตั้งกลุ่มอิสระ Bangkok First และไฟเขียวให้ฐานเสียงของตัวเองเลือกแบบออแกนิค

ขณะที่“บิ๊กค่ายแดง” ค่อนข้างเชื่อมั่นในศักยภาพของ “ธีรรัตน์” ในการจัดการกระแส บริหารคะแนน โอกาสสูงในการรักษาเก้าอี้ได้

“เอก” พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 15 เขตคันนายาว เขตบึงกุ่ม (เฉพาะแขวงคลองกุ่ม) การเลือกตั้งปี 2566 “วิทวัส ติชะวาณิชย์” แชมป์เก่าจากพรรคประชาชน คว้าชัยได้ 35,904 คะแนน ขณะที่ “พลภูมิ” มาอันดับ 2 ได้ 28,121 คะแนน

ครั้งนี้ “พลภูมิ” แก้เกมด้วยการดีลคู่แข่งอย่าง “แมน เจริญวัลย์” เข้าสังกัดเพื่อไทย โดยคาดหวังตัวเลข เมื่อปี 2566 ที่“แมน” ลงสมัครในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้มา 5,518 ซึ่งเป็นฐานคะแนนของตัวเอง อาจโอนมาเติมให้ “พลภูมิ”

ก่อนหน้านี้“เสี่ยเอก” เปิดเกมรุก เดินสายปราศรัยในพื้นที่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมสโลแกน “พลภูมิจะกลับมาทำเองอีกครั้ง” เพื่อสร้างภาพจำในพื้นที่ ทำให้คะแนน“โพลค่ายแดง” มีบางช่วงขึ้นนำ “วิทวัส ติชะวาณิชย์” คู่แข่งจากค่ายส้ม

“โฟล์ค”ภูมิพัฒน์ โหสกุล ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 10 เขตดอนเมือง ลูกชาย “เก่ง” การุณ โหสกุล อดีตสส.หลายสมัยในเขตนี้

การเลือกตั้งปี 2566 “การุณ” ลงสมัครในนามพรรคไทยสร้างไทย ไม่มีกระแส มีแค่แต้มจากฐานเสียงของตัวเอง จึงคว้ามาได้ 22,492 คะแนน แพ้ให้ “เอกราช อุดมอำนวย” จากอดีตพรรคก้าวไกล ที่ได้ 38,313 คะแนน

ศึกชิง “ดอนเมือง”ครั้งนี้ “การุณ” พยายามถ่ายโอนคะแนนส่วนตัวให้ “ภูมิพัฒน์” ซึ่งอยู่ระหว่างเดินสายสะสมแต้ม เจาะโหวตเตอร์ทุกกลุ่ม ทุกวัย ใช้สโลแกน “ใครไม่ทำ ผมทำ” พร้อมเกทับ “2 ปีที่หายไป ของชาวดอนเมือง”

ว่ากันว่า “โพลค่ายแดง” สะท้อนความนิยมของ “ภูมิพัฒน์” เพิ่มขึ้นจากวันออกสตาร์ต เมื่อบวกรวมกับคะแนนส่วนตัวของ “การุณ” มาผนึกกับกระแสพรรค โอกาสที่จะส่ง “ลูกโฟล์ค” เข้าสภาฯ ก็มีไม่น้อยเช่นกัน

“สากล ม่วงศิริ” ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 27 เขตบางขุนเทียน - บางบอน ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ตระกูลม่วงศิริ” มีฐานเสียงในพื้นที่บางขุนเทียน - บางบอน ค่อนข้างเข้มแข็ง ตั้งแต่รุ่นพ่อ โดย “ประเสริฐ ม่วงศิริ” อดีต สส.กทม.ส่งไม้ต่อให้ “สากล” ดูแลคนในพื้นที่

การเลือกตั้งปี 2566 “สากล” พ่ายให้กับ “สส.กาย” ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ จากอดีตพรรคก้าวไกล ที่ได้ถึง 50,035 คะแนน ทิ้งขาด“สากล” ที่ได้ 23,351 คะแนน เกินครึ่ง ผลมาจาก“กระแสสีส้ม” ที่ร้อนแรง

มาเที่ยวนี้ “พรรคประชาชน” ดัน “ณัฐชา” ขึ้นชั้น สส.บัญชีรายชื่อ ส่ง “เบนซ์” นฤพล เลิศปัญญาโรจน์ มาชิงกับ “สากล ม่วงศิริ”

แม้ “กระแสสีส้ม”ยังมีแต้มต่อ ส่งทอดไปยัง “นฤพล” แต่การบริหารจัดการคะแนนของ“สากล” ไม่ธรรมดา ตีท้ายครัวเข้านอกออกในเกือบทุกชุมชน ทำให้ชื่อของ “สากล ม่วงศิริ” ภายใต้การสนับสนุนจาก“โฟม”พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรค อยู่ในลิสต์ความหวังของเพื่อไทย ที่มีโอกาสคว้าเก้าอี้ สส. กทม.

“บี” ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 19 เขตมีนบุรี (ยกเว้น แขวงแสนแสบ) เขตสะพานสูง (ยกเว้น แขวงทับช้าง) “ขวัญจิรา” เป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของรุ่นใหญ่ “วิชาญ มีนชัยนันท์” อดีต สส. กทม.หลายสมัย โดยต้องแข่งกับแชมป์เก่า “กันตพงษ์ ประยูรศักดิ์”จากพรรคประชาชน

การเลือกตั้งปี 2566 “กันต์พงษ์” ได้ 41,841 คะแนน “วิชาญ” 26,670 คะแนน มารอบนี้ “ค่ายแดง” แก้เกมเอา “ขวัญจิรา” ซึ่งสดใหม่กว่าพ่อ มาชิงแต้ม

ว่ากันว่า “โพลค่ายแดง” ซึ่งสำรวจความนิยมผู้สมัคร สส. กทม. ก่อนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย “ขวัญจิรา”เริ่มมีแต้มเพิ่มขึ้น หลังปรับแนวทาง ด้วยการจรยุทธ์ จัดปราศรัยย่อย แทรกซึมเกือบทุกชุมชน โดยมีทีมงานของ “วิชาญ” เดินสายไม่หยุดพัก

สถานการณ์สนามกทม. ปัจจัยลบของ“ค่ายสีส้ม” ในหลายพื้นที่ ถูกส่งเข้าสู่การประเมิน ในวง “บิ๊กเนมค่ายสีแดง” โดยอ่านเกมการ “เปลี่ยนตัว” ผู้สมัคร สส.ในหลายพื้นที่ ไม่ใช่การสับเปลี่ยนขุมกำลังเพื่อปั้นคนใหม่ แต่เป็นการแก้เกม ที่“อดีตสส.ส้ม”ห่างพื้นที่ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบ ทำให้“บิ๊กเนมส้ม” จำเป็นต้องเปลี่ยนม้ากลางศึก

อีกทั้ง “กระแสชาตินิยม” กระหน่ำใส่ “กระแสสีส้ม” จนอาจทำให้ “โหวตเตอร์กลุ่มอนุรักษ์” กลับหลังหันไปเลือกอดีตพรรคที่เคยรัก อาจทำให้แต้ม“สีส้ม” ลดน้อยลง

ทั้งหมดคือ “5 ขุนพลค่ายแดง” ที่มีลุ้นเก้าอี้ สส. กทม. โดยจะมีการประเมินด้วยโพลค่ายแดงในช่วงโค้งสุดท้ายอีกครั้ง เพื่อเสิร์ฟข้อมูลให้ “บิ๊กเพื่อไทย” ตัดสินใจ ส่งกำลังเสริมให้กับ“ลูกพรรค”ที่มีโอกาสคว้าชัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...