งานวิจัยพบว่า เพนกวินจักรพรรดิเสี่ยงตายมากขึ้น หลังพื้นที่ผลัดขนบนแผ่นน้ำแข็งกำลังหายไปเรื่อยๆ
เมื่อภาวะโลกร้อน ไม่ได้ส่งผลให้มีแค่คนที่ลำบาก แต่กับสัตว์ เช่น เพนกวินจักรพรรดิเองก็ลำบากและมีความเสี่ยงจะตายสูงขึ้นด้วยเนื่องจากล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ภาวะโลกร้อนทำให้พื้นที่สำหรับการผลัดขนประจำปีของเหล่าเพนกวินจักรพรรดิลดน้อยลงเรื่อยๆ
#โลกร้อนส่งผลกระทบอะไรกับการผลัดขนของเพนกวิน
ในแต่ละปีที่เพนกวินต้องผลัดขนเพื่อให้ขนใหม่ เพื่อให้ขนที่ใหม่กว่า สามารถสร้างความอบอุ่นและป้องกันความหนาวเย็นได้มากขึ้น แต่ในช่วงปี 2022-2024 ที่ผ่านมา นักวิจัยพบว่า แผ่นน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาหดตัวลงอย่างมาก จากภาวะโลกร้อน ทำให้พวกมันขาดสถานที่ปลอดภัยในการผลัดขน
งานวิจัยชิ้นดังกล่าวระบุหลักฐานเกี่ยวกับผลกระทบของการพังทลายของน้ำแข็งทะเลในฤดูร้อนของแอนตาร์กติกาในปี 2022-2024 เน้นไปที่แอนตาร์กติกาตะวันตก ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเพนกวินจักรพรรดิราว 30-40%
ปีเตอร์ เฟรตเวลล์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการวิจัยจาก British Antarctic Survey ซึ่งทำงานวิจัยเกี่ยวกับนกเพนกวินจักรพรรดิมา 20 ปีกล่าวว่า สังเกตเห็นรอยเปื้อนสีน้ำตาลขนาดใหญ่ในภาพถ่ายดาวเทียมจากปี 2019-2025 ระหว่างการทำวิจัย ซึ่งปรากฏว่ามันคือกองขนที่ถูกทิ้งไว้ในพื้นที่ที่เรียกว่ามารี เบิร์ด แลนด์
เขาบอกว่า มันใช้พลังงานมหาศาลและมากถึง 50% ของมวลร่างกาย ซึ่งอาจเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดสำหรับเพนกวินจักรพรรดิที่โตเต็มวัย เพราะช่วงที่ผลัดขนพวกมันจะไม่มีเกราะป้องกันน้ำ หากพวกมันลงไปในน้ำ ก็มีโอกาสตายสูง
#แผ่นน้ำแข็งกับกลุ่มเพนกวินที่หายไป
นักวิจัยระบุว่า ในปี 2019-2021 พื้นที่แผ่นน้ำแข็งในทะเลค่อนข้างคงที่และสามารถมองเห็นกองขนนกขนาดใหญ่ได้ แต่ในปี 2022 พื้นที่แผ่นน้ำแข็งในทะเลช่วงฤดูร้อนในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปแอนตาร์กติกาหดตัวลงอย่างมาก จากเดิมที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.8 ล้านตารางกิโลเมตร เหลือต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.79 ล้านตารางกิโลเมตรในปี 2023
โดยที่แนวโน้มยังต่อเนื่องมาจนถึงปี 2025 ขณะที่พื้นที่น้ำแข็งในแอนตาร์กติกาตะวันตกเริ่มฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย
แต่เมื่อเฟรตเวลล์ดูภาพถ่ายดาวเทียม เขากลับเห็นร่องรอยของเพนกวินน้อยมาก เขาบอกว่า “มันน่าจะมีเพนกวินอยู่มากมาย แต่จริงๆ แล้วเราเห็นแค่ 25 กลุ่มเท่านั้น ซึ่งกลุ่มเพนกวินมีขนาดแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 10 ตัวไปจนถึง 1,000 ตัว”
เฟรตเวลล์กังวลว่า เพนกวินส่วนใหญ่คงตายไปแล้ว และบางตัวอาจเดินทางไปยังสถานที่อื่นในแอนตาร์กติกาตะวันออกเพื่อผลัดขน แต่การทำเช่นนั้นจะกระทบกับการผสมพันธุ์และนำไปสู่การลดลงของประชากรในที่สุด
ขณะที่ในระยะยาว โอกาสที่ดีที่สุดในการอยู่รอดของเพนกวินคือการปรับตัวให้สามารถผลัดขนบนชั้นน้ำแข็งตื้นๆ ได้ โดยเฟรตเวลล์ได้เห็นกลุ่มเพนกวินบางกลุ่มเริ่มทำเช่นนั้นแล้ว แม้ว่าอาจส่งผลเสียต่อการผสมพันธุ์ และการหาอาหารของพวกมันก็ตาม
เฟรตเวลล์บอกว่า ผลการค้นพบนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอาจเกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ก็มีช่วงเวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง และงานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิ้นเดียวที่ทำแล้วสะเทือนใจจริงๆ
อ้างอิงจาก