วีรกรรมขับไล่ฐานทัพอเมริกา
ช่วงปีค.ศ. 1975 หรือราวปี 2518 กองทัพอเมริกาเริ่มพ่ายแพ้สงครามในอินโดจีนอันมี เวียดนาม กัมพูชา ลาว สถานะทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทยไม่สู้ดีนัก เพราะดำเนินนโยบายตามก้นจักรวรรดินิยมอเมริกาอย่างแนบแน่นมาโดยตลอด
ฐานทัพอเมริกาในประเทศไทยมีอยู่หลายแห่งทั้ง ตาคลี นครสวรรค์, อู่ตะเภา ระยอง และฐานทัพโคราช-อุดรฯ ภาจกิจหลักคือ การนำระเบิดไปทิ้งบอมบ์ในเวียดนาม ลาว เขมร สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานทัพสำคัญรองรับเครื่องบินบี-52
เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่กองทัพอากาศสหรัฐฯ ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา และนำมาใช้ในสมรภูมิเวียดนามเป็นแห่งแรกในโลก ถล่มทั้งคนทั้งภูเขาป่าไม้จนล้านโล่งเตียนไปหมด เครื่องบินรบมรณะที่ส่งไปถล่มดินแดนเพื่อนบ้าน ยังความตายและความพินาศ ก็ถูกส่งขึ้นมาจากประเทศไทยเรานั่นเอง
ฐานะทางยุทธศาสตร์ประเทศไทย จึงสุ่มเสี่ยงอันตรายมาก เพราะอเมริกากำลังจะแพ้ และประเทศเพื่อนบ้านกำลังจะได้รับชัยชนะ
การที่อิหร่าน ใช้ขีปนาวุธโจมตีทำลายฐานทัพสหรัฐฯ 14 แห่งในดินแดนตะวันออกกลางคราวนี้ ทำให้ผมนึกถึงสมัยสหรัฐฯ ใช้ดินแดนไทยเป็นฐานทัพถล่มเพื่อนบ้านคราวนั้น หากมิได้พลังของนักเรียนนิสิตนักศึกษาเป็นหัวหอกขับไล่ฐานทัพสหรัฐฯ และม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชเป็นนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งให้ถอนฐานทัพฯ
ประเทศไทยอาจจะแหลกเป็นจุณ ดังเช่นฐานทัพ 14 แห่งรอบดินแดนอิหร่าน ประสบชะตากรรมหายนะเช่นทุกวันนี้
กาตาร์ มีฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง บาห์เรน เป็นที่ตั้งกองเรือที่ 5 สหรัฐฯ ดูแลอ่าวเปอร์เซียและทะเลรอบ ๆ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีศูนย์ปฏิบัติการสำคัญของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในภูมิภาค นอกจากนั้นยังมีฐานทัพสหรัฐฯ ในซาอุดีอาระเบีย อิรัก คูเวต จอร์แดน และซีเรีย ฯลฯ ต่างก็โดนโจมตีจากอิหร่านโดยถ้วนหน้า
ไม่เพียงแต่เป้าหมายทางทหารเท่านั้นที่ถูกทำลาย เป้าหมายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแหล่งพลังงานใหญ่ทั้งน้ำมันและก๊าซก็โดนโจมตีทำลายไปด้วยทั้งในซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ ยูเออี บาห์เรน อิรัก และคูเวต
อุตสาหกรรมการบินใหญ่ทั้งกาตาร์ แอร์ไลน์ และอาหรับ เอมิเรตส์พังพินาศ ต้องสูญเสียความเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคและของโลก เพราะสนามบินไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ
สงครามทำท่าจะยืดเยื้อ! ไม่ใช่คำพูดโอ้อวดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “สงครามใกล้จะสิ้นสุดแล้ว” และยิ่งยืดเยื้อ ก็จะยิ่งลากชาวโลกเข้าไปรับบาปเคราะห์ในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อเข้าไปด้วย เพียงเพื่อจะชดเชยตัณหาและความทะเยอทะยานของผู้นำสหรัฐฯ และอิสราเอลเท่านั้น
โดนัลด์ ทรัมป์ยังพูดจายโสโอหังอีกด้วยว่า ราคาพลังงานที่แพงขึ้น เป็นเรื่องที่ชาวโลกต้องร่วมกันแบกรับด้วย เพื่อสกัดกั้นการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านและระบบการปกครองอันเลวร้ายของเขา มีแต่ “คนโง่” เท่านั้น ที่เห็นต่างไปจากเขา
มีคลิปที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ส่งมาทางไลน์ต่าง ๆ แต่ก็มีคำเสียดสีมหาอำนาจอเมริกาที่แหลมคมดีว่า ต้องใช้เวลาแทนที่ “ตอลิบัน” ถึง 20 ปี ในที่สุดก็กลับมาเป็น “ตอลีบัน” เช่นเดิม ส่วนการแทนที่ “คาเมเนอี” ใช้เวลาแค่ 8 วัน ในที่สุดก็ได้ “คาเมเนอี (ผู้ลูก)” กลับมาอีก
เรื่องขี้คุย ชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ และทำลายกฎระเบียบรวมทั้งศีลธรรมนานาชาติทุกกฎ ก็ต้องผู้นำสติแตกคนนี้แหละ
ประเทศไทย เคยมีวีรกรรมอันกล้าหาญในการขับไล่ฐานทัพอเมริกาของนิสิตนักศึกษาประชาชนในครั้งนั้น