โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ใส่ใจดวงตารับมือ ‘จอประสาทตาเสื่อม’

เดลินิวส์

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
โรคจอประสาทตาเสื่อมเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ การตระหนักรู้ถึงอาการและปัจจัยเสี่ยงจะช่วยป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อคนเราอายุมากขึ้นกลายเป็นผู้สูงวัย ร่างกายเข้าสู่ภาวะเสื่อมถอย ซึ่งรวมถึงสุขภาพของดวงตาและการมองเห็น “เดลินิวส์” นำเสนอบทความของ อ.นพ.ณวัฒน์ วัฒนชัย สาขาวิชาน้ำวุ้นตาและจอประสาทตา ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับโรค “จอประสาทตาเสื่อม” ที่ปัญหาสำคัญหนึ่งของดวงตาซึ่งไม่ควรถูกมองข้าม

จอประสาทตาเสื่อม คือ ภาวะที่จุดรับภาพบริเวณจอประสาทตาเสื่อมสภาพ ทำให้มองเห็นวัตถุคดเบี้ยว เห็นสีน้อยลง เสียความคมชัด หากมีอาการมากขึ้นจะทำให้การมองเห็นเลือนรางหรือพร่ามัว และอาจถึงขั้นตาบอดได้ในที่สุด

อาการ “โรคจอประสาทตาเสื่อม”

โรคจอประสาทตาเสื่อมอาจเริ่มต้นด้วยอาการที่ไม่ชัดเจนและค่อยๆ แสดงผล แต่หากไม่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกต้อง อาการอาจรุนแรงขึ้นได้ สัญญาณและอาการที่พบได้บ่อยของโรคนี้ ได้แก่

-มองเห็นภาพเบลอ : โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณกลางภาพ เช่น การมองหน้าคนหรือการอ่านหนังสือ

-เส้นตรงบิดเบี้ยว : การมองเส้นตรง เช่น กรอบหน้าต่าง หรือเส้นของกระดาษ อาจดูบิดเบี้ยวหรือโค้งงอ

-สีซีดหรือจางลง : การรับรู้สีอาจเปลี่ยนไป สีอาจดูไม่สดใสเหมือนเดิม

-มองเห็นจุดดำ : ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มเห็นจุดดำบริเวณกลางภาพ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน

-การมองในที่แสงน้อยยากขึ้น : การปรับสายตาในพื้นที่ที่มีแสงน้อย เช่น การขับรถตอนกลางคืน อาจลำบากขึ้น

ประเภท “โรคจอประสาทตาเสื่อม”

1.โรคจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุชนิดแห้ง หรือชนิดไม่มีเส้นเลือดเปราะ

เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุดในผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 80 ในชนิดนี้ มีของเสียจากจอรับภาพที่ร่างกายกำจัดไม่ได้มาสะสมใต้จุดรับภาพ จุดรับภาพจะฝ่อบางลงและทำงานรับภาพได้ลดลงทีละน้อย ส่วนใหญ่จะแสดงอาการออกมาอย่างช้าๆ การดำเนินโรคใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไปในหลักหลายปี

2.โรคจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุชนิดเปียก หรือชนิดมีเส้นเลือดเปราะ

ในชนิดนี้ จะมีเส้นเลือดเปราะผิดปกติใต้จุดรับภาพ ซึ่งทำให้มีเลือดออกหรือเกิดสารน้ำรั่วซึมออกมาขังที่จุดรับภาพ ทำให้เซลล์รับแสงบวม ตาย ผู้ป่วยจะสูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้มัวมากได้ภายในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์หลังเริ่มมีอาการ โรคจุดรับภาพเสื่อมชนิดมีเส้นเลือดเปราะนี้ อาจเป็นอาการต่อเนื่องจากจุดรับภาพเสื่อมชนิดไม่มีเส้นเลือดเปราะที่ทราบมาก่อนแล้ว หรือเป็นอาการแรกในผู้ป่วยที่ไม่เคยตรวจตามาก่อนก็ได้

ปัจจัยเสี่ยง “จอประสาทตาเสื่อม”

1.อายุ : ความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

2.พันธุกรรม : หากมีประวัติครอบครัวที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม โอกาสที่จะเป็นโรคนี้จะสูงขึ้น

3.การสูบบุหรี่ : การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอย่างมาก

4.แสงแดดและแสง UV : การสัมผัสแสงแดดและแสง UV เป็นเวลานานโดยไม่ป้องกัน เพิ่มโอกาสเกิดการเสื่อมของจอประสาทตา

5.โภชนาการที่ไม่สมดุล : การขาดสารอาหารที่สำคัญ เช่น วิตามินซี วิตามินอี ลูทีน ซีแซนทีน และกรดไขมันโอเมก้า-3 อาจส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อมเร็วกว่าปกติ

6.โรคประจำตัว : โรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคไขมันในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อม

7.การใช้ชีวิตประจำวัน : การใช้งานสายตาอย่างหนัก เช่น การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนเป็นเวลานานโดยไม่ได้พักสายตา

วิธีป้องกัน “จอประสาทตาเสื่อม”

แม้โรคจอประสาทตาเสื่อมเกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและป้องกันการเสื่อมสภาพของจอประสาทตาได้ด้วยวิธีการดูแลสุขภาพดวงตาที่เหมาะสม ดังนี้

-สวมใส่แว่นกันแดด เมื่ออยู่ในที่แสงจ้า

-งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

-งดการสูบบุหรี่

-กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพิ่มความหลากหลายของผักผลไม้

แนวทางการรักษา

ในทางการแพทย์ยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายเป็นจุดรับภาพปกติได้ แต่จะชะลอเวลาให้เกิดความเสื่อมช้ามากที่สุด และฟื้นการมองเห็นได้ในรายที่รักษาได้เร็วพอ โดยจะแบ่งการรักษาตามประเภท ดังนี้

@ การรักษาจอประสาทตาเสื่อมชนิดไม่มีเส้นเลือดเปราะ (ชนิดแห้ง)

-ให้ผู้ป่วยมาตรวจเช็กสายตากับทางจักษุแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

-รับประทานวิตามินรวม เพื่อลดโอกาสการเปลี่ยนชนิดไปเป็นชนิดที่มีเส้นเลือดเปราะ ตรวจก่อนนัดทันทีเมื่อรู้สึกผิดปกติ

-บางราย หากมีปัญหาทางด้านสายตา หรือโรคตาอื่นร่วมด้วย อาทิ สายตาสั้น ต้อกระจก ก็รักษาตามปัญหานั้น เช่น ใส่แว่น หรือผ่าตัดลอกต้อกระจก

-ฉีดยาเข้าที่ตา เพื่อลดโอกาสการเปลี่ยนจากชนิดแห้งไปเป็นชนิดเปียก แต่ยังไม่เป็นที่นิยมนัก เพราะวิธีการรักษายังยุ่งยากและมีความเสี่ยง

@ การรักษาจอประสาทตาเสื่อมชนิดมีเส้นเลือดเปราะ (ชนิดเปียก)

-ฉีดยาเข้าตา (จะต้องฉีดยาหลายครั้งในแต่ละราย)

-ฉายเลเซอร์

ในรายที่มีเลือดออกมากใต้จุดรับภาพ หากทิ้งไว้อาจทำให้จุดรับภาพเสียหายถาวร หรือรายที่มีเลือดฟุ้งออกมาในวุ้นตา บดบังการมองเห็น อาจต้องทำการผ่าตัดล้างเลือดออกจากวุ้นตา หรือจากใต้จุดรับภาพ ร่วมกับการฉีดยาซ้ำ ๆ เพื่อป้องกันการเกิดเลือดออกซ้ำ

โรคจอประสาทตาเสื่อมเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ การตระหนักรู้ถึงอาการและปัจจัยเสี่ยงจะช่วยป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากพบว่ามีอาการหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง อย่ารอช้าที่จะปรึกษาแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพตาของคุณให้คงความชัดเจนและคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...