โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทอท. ปรับค่าบริการขาออกระหว่างประเทศ เริ่ม 20 มิ.ย.นี้ ใน 6 สนามบินทั่วไทย

Thaiger

อัพเดต 21 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. (AOT) ประกาศปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ จากเดิม 730 เป็น 1,120 บาท มีผลตั้งแต่ 20 มิ.ย. 69 ใน 6 สนามบิน

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) ได้ออกมาแจ้งการปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศใหม่ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 โดยมีรายงานว่าก่อนหน้านี้ 1 เมษายน 2567 ทอท. ก็ได้มีการปรับค่าบริการขาออกมาแล้วครั้งหนึ่ง

ทอท.ปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก ทั้งในและนอกประเทศ มีผล 1 เม.ย. 67

“AOT ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศใหม่ เป็น 1,120 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศใหม่ เป็น 1,120 บาท มีผลตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของประทศไทยได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ทั้งนี้ การปรับอัตราดังกล่าวมีผลเฉพาะผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศเท่านั้น ส่วนอัตราค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า การปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศในครั้งนี้ เป็นไปตามอนุมัติคณะกรรมการการบินพลเรือน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 และตามหลักเกณฑ์สากลขององค์การการบิน พลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ตามเอกสาร Doc 9082 ซึ่งกำหนดหลักการสำคัญ ได้แก่ ความไม่เลือกปฏิบัติ ความสอดคล้องกับต้นทุน ความโปร่งใส และการรับฟังความคิดเห็นผู้ใช้บริการ ตลอดจนเป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2479 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดย AOT ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย และนำส่งข้อมูลต้นทุนให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบครบถ้วนก่อนการอนุมัติ ทั้งนี้ AOT ขอยืนยันว่า ค่าบริการ PSC ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไร แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสนามบินเท่านั้น และยังต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและการกำกับดูแลอย่างรอบคอบ

รายได้จากค่า PSC จะนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร อาทิ โครงการก่อสร้างอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงการนำระบบบริการผู้โดยสารอัตโนมัติ (CUPPS) มาใช้ เพื่อลดระยะเวลารอคอย เพิ่มความคล่องตัวในการเช็กอิน และยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นผู้โดยสารและสายการบิน พบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เห็นว่าอัตรา PSC ใหม่อยู่ในระดับเหมาะสม และไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง

ขณะที่สายการบินมีความเห็นสอดคล้องกับแนวทางการปรับอัตราฯ พร้อมเสนอให้ AOT พัฒนาคุณภาพการให้บริการควบคู่กัน ซึ่ง AOT ได้นำข้อเสนอแนะดังกล่าวมาปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นางสาวปวีณา กล่าวในตอนท้ายว่า การปรับอัตราค่าบริการในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับต้นทุนการดำเนินงานและการลงทุนระยะยาว เพื่อยกระดับความปลอดภัย มาตรฐานการให้บริการ และขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ตลอดจนผลักดันท่าอากาศยานไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคและเป็นสนามบินที่มีมาตรฐานสากลระดับโลกอย่างยั่งยืน”

ทอท. ปรับค่าบริการขาออกระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาทจากเดิม 730 เริ่ม 20 มิ.ย.นี้-1

ขณะที่ทาง ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านทางหน้าเฟซบุ๊ก โดยตั้งคำถามถึงการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกที่ทาง ทอท. เพิ่งจะประกาศออกมานั้น ผู้โดยสารได้อะไรจากการปรับค่าภาษีสนามบิน

“ช็อกผู้โดยสาร! ภาษีสนามบินพุ่ง 53% จ่ายเพิ่ม แล้วได้อะไร?

อีกไม่นาน ผู้โดยสารที่บินออกจากไทยจะต้องจ่ายแพงขึ้น เนื่องจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เตรียมปรับค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge หรือ PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ ณ สนามบิน 6 แห่ง ในสังกัด ทอท. จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท เพิ่มขึ้น 390 บาท คิดเป็น 53%

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ขึ้นราคาเท่าไหร่?” แต่คือ “เงินที่จ่ายเพิ่ม ผู้โดยสารจะได้อะไรกลับมา?”

1. PSC ของไทยแพงไหม? เมื่อเทียบกับสนามบินระดับโลก

เมื่อเทียบกับสนามบินชั้นนำของโลกในปี 2568 ที่จัดอันดับโดย Skytrax ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจการบินและจัดอันดับสนามบินที่ดีที่สุดในโลกเป็นประจำทุกปี หลังการปรับราคา สนามบินสุวรรณภูมิจะเก็บ PSC สูงกว่าสนามบินระดับโลกหลายแห่ง ทั้งที่อันดับโลกของสนามบินสุวรรณภูมิยังอยู่เพียงอันดับ 39

ตัวอย่าง PSC สนามบินชั้นนำของโลก… สนามบินชางงีของสิงคโปร์ อันดับ 1 ของโลก ประมาณ 1,600 บาท สนามบินฮาหมัดของกาตาร์ อันดับ 2 ประมาณ 600 บาท สนามบินฮาเนดะของญี่ปุ่น อันดับ 3 ประมาณ 600 บาท สนามบินอินชอนของเกาหลีใต้ อันดับ 4 ประมาณ 370 บาท สนามบินนาริตะของญี่ปุ่น อันดับ 5 ประมาณ 640 บาท และสนามบินฮ่องกง อันดับ 6 ประมาณ 800 บาท

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ไทยกำลังจะเก็บ PSC สูงกว่าสนามบิน 5 แห่งใน Top 6 ของโลก คำถามที่ตามมาคือ “เมื่อจ่ายระดับโลก แล้วผู้โดยสารจะได้รับบริการระดับไหน?”

2. ผลกระทบ “ตั๋วแพงขึ้น แข่งขันยากขึ้น”

ค่า PSC ถูกบวกเข้าไปในราคาตั๋วเครื่องบิน เที่ยวบิน Low Cost ระยะเวลาบิน 4-5 ชั่วโมง ราคาเฉลี่ย 4,000-5,000 บาท หากเพิ่ม PSC อีก 390 บาท จะทำให้ราคาตั๋วแพงขึ้น 7-10% ทุกเที่ยว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นคือ ค่าเดินทางมาไทยแพงขึ้น ความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวลดลง นักท่องเที่ยวอาจเลือกไปประเทศอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่า สุดท้ายรายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศอาจได้รับผลกระทบในระยะยาว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้โดยสารไทย แต่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจทั้งระบบ

3. ทอท.ได้รายได้เพิ่ม “แล้วผู้โดยสารจะได้อะไรกลับมา?”

โดยหลักการ รายได้จาก PSC ควรใช้เพื่อยกระดับการให้บริการผู้โดยสาร เช่น

(1) พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกให้ดีขึ้น เช่น ลดคิวตรวจคนเข้าเมืองและจุดตรวจความปลอดภัย ระบบโหลดกระเป๋าและรับกระเป๋าเร็วขึ้น ห้องน้ำ-ที่นั่ง-พื้นที่พักผู้โดยสารเพียงพอ WiFi ครอบคลุมและเร็ว รวมทั้งพัฒนาระบบ Self Check-in และ Biometrics ให้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบและครอบคลุมทุกพื้นที่

(2) ยกระดับระบบรักษาความปลอดภัย

(3) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ขยายอาคารผู้โดยสาร ลดความแออัด เพิ่มหลุมจอดเครื่องบิน ลดปัญหาคอขวดในสนามบิน

ถ้าผู้โดยสารได้เห็นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม ผมเชื่อว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ย่อมยินดีจ่าย แต่สิ่งเขากังวลคือ เงินที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับการให้บริการจริงหรือไม่? หรือเพียงกลายเป็นกำไร โบนัส และเงินปันผล?

4. สรุปสั้น ๆ

การขึ้นราคาไม่ใช่ปัญหา หากพิสูจน์ได้ว่า “คุ้มค่าต่อผู้โดยสาร”

คุณคิดอย่างไร เงินที่ผู้โดยสารต้องจ่ายเพิ่มควรแลกกับอะไร? คอมเมนต์บอกความเห็นของคุณมาได้เลย”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิงจาก : FB AOT Official, ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...